เงินบาทเช้านี้ 33.18 บาท! "อ่อนค่าลง" PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด
เงินบาทเช้านี้ 33.18 บาท! "อ่อนค่าลง" ตลาดให้น้ำหนักเฟดคงดอกเบี้ย ก.ย. 65.6% หลัง PPI สหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด จับตา! ทิศทางดอลลาร์
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.18 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักต่อการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 65.6% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 45.0% ในสัปดาห์ที่แล้วให้น้ำหนัก 51.1% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนต.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักเพียง 31.0% ในสัปดาห์ที่แล้ว ให้น้ำหนัก 69.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. และให้น้ำหนักเพียง 30.5% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว
น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบ โดยถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอุปสงค์ที่อ่อนแอ หลังจากทบวงพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ต่างก็ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2569 นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างมาก ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ซบเซาลงเช่นกัน
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ประจำเดือนก.ค. นั้น ดัชนี PPI ทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 4.7% ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 4.9% จากระดับ 5.5% ในเดือนมิ.ย. และเมื่อเทียบรายเดือนปรับตัว 0.0% ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จากที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้น 0.2% หลังจากปรับตัวลง 0.1% ในเดือนมิ.ย.
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน เมื่อเทียบรายปี ปรับตัวขึ้น 4.2% สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 4.7% ในเดือนมิ.ย และเมื่อเทียบรายเดือนปรับตัวขึ้น 0.2% ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 0.3% จากระดับ 0.4% ในเดือนมิ.ย.
ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก เพิ่มขึ้น 9,000 ราย สู่ระดับ 209,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 205,000 ราย
สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อวานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 771.84 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรไทย 5,424.49 ล้านบาท
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 33.00 - 33.30 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 33.00 / ขาย 33.30
- EUR/THB 38.00 - 38.50 แนะนำ ซื้อที่ 38.00 / ขาย 38.50
- JPY/THB 0.2060 - 0.2100 แนะนำ ซื้อที่ 0.2060 / ขาย 0.2100
ขณะที่ ธนาคารกรุงไทย นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.17 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงเล็กน้อย เข้าใกล้โซนแนวต้าน 33.20 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 33.11-33.20 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่เผชิญแรงขายทำกำไรจากผู้เล่นในตลาดเพิ่มเติม หลังราคาทองคำไม่สามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซนแนวต้าน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังถูกกดดันเพิ่มเติมจาก บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยเฉพาะฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นได้โดดเด่น หลังผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed (ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 93% ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้) จากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนกรกฎาคม ที่ชะลอตัวลงกว่าคาด สู่ระดับ 4.7% อนึ่ง แม้ผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ลงบ้าง
ทว่า เงินดอลลาร์กลับไม่ได้อ่อนค่าลงชัดเจน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึง การอ่อนค่าลงของสกุลเงินหลักฝั่งยุโรป อย่าง เงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นโดดเด่น กว่าตลาดหุ้นยุโรปพอสมควร ส่วนเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้านสำคัญ 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน และความพยายามของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่ต้องการทดสอบแนวโน้มการเข้าแทรกแซงค่าเงินของทางการญี่ปุ่น ท่ามกลางกระแสข่าวความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในช่วงนี้
บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ตามการทยอยปรับลดโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย จากรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ที่ชะลอลงมากกว่าคาด อีกทั้ง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังคงออกมาสดใส อย่างไรก็ดี ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดไม่รีบเปิดรับความเสี่ยงอย่างเต็มที่ ทำให้ โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.13% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด 0.65% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.81%
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนกรกฎาคม และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนสิงหาคม ซึ่งจุดสนใจของผู้เล่นในตลาดจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (Inflation Expectations) ที่จะช่วยประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ได้
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
"มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.10-33.30 บาท/ดอลลาร์"
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB