เงินบาทระยะสั้นผันผวนแรง มีลุ้นแข็งค่าปลายปี! จับตาสงคราม-ดอกเบี้ย Fed
เงินบาทระยะสั้นผันผวนแรง มีลุ้นแข็งค่าปลายปี! SCB FM คาดกรอบ 33.00–33.50 บาท/ดอลลาร์ จับตาสงคราม-ดอกเบี้ย Fed
นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส SCB Financial Markets (SCB FM) ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทผันผวนค่อนข้างแรง โดยอ่อนค่าสุดที่ระดับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ และอ่อนค่าเร็วที่สุดเมื่อเทียบภูมิภาค จากปัจจัยต่างประเทศที่สงครามปะทุขึ้น หลังมีรายงานกลุ่มฮูตีโจมตีในพื้นที่ทะเลแดง ทำให้ตลาดกังวลกับอุปทานน้ำมันดิบมากขึ้น ราคาน้ำมันดิบโลกจึงปรับขึ้นสู่ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
และจากปัจจัยในประเทศ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าประเทศอื่น ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของไทยเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค รวมถึงสหรัฐฯกว้างมากขึ้น และตลาดคาดการณ์ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยจะกว้างขึ้นอีก ทั้งยังมีปัจจัยความกังวลการขาดดุลการค้าของไทย หลังการส่งออกเติบโตดี แต่การนำเข้าเติบโตสูงกว่า
อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าเร็ว หลังมีข่าวสหรัฐฯและอิหร่านกลับมาเจรจากันได้ ทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเร็ว รวมถึงธนาคารกลางญี่ปุ่นแทรกแซงเงินเยนมากสุดเป็นประวัติการณ์ทำให้เงินเยนแข็งค่า ดึงเงินสกุลอื่นในภูมิภาคแข็งค่าขึ้นตาม นอกจากนี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นค่อนข้างเร็ว ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเช่นกัน
ในระยะสั้นเงินบาทอาจกลับมาอ่อนค่าได้เล็กน้อย ในกรอบ 33.30 – 33.80 บาทต่อดอลาร์สหรัฐฯ จากปัจจัยกดดัน ได้แก่ ความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ยังมีอยู่มาก เพราะจุดยืนของสหรัฐฯและอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซแตกต่างกัน จึงอาจมีบางช่วงที่ตกลงกันไม่ได้หรือมีการโจมตีกัน จนทำให้ราคาน้ำมันอาจกลับมาปรับสูงขึ้น นอกจากนี้แนวโน้มการสื่อสารนโยบายการเงินของ Fed ยังคล้ายคลึงเดิม คือมีความกังวลกับเงินเฟ้อ จึงอาจทำให้ Bond yield สหรัฐฯ และเงินดอลลาร์ขยับขึ้น กดดันให้บาทอ่อนค่าได้เช่นกัน ส่วนดุลการค้าไทยในระยะสั้น อาจยังขาดดุลอยู่ แม้ระยะยาวมีแนวโน้มกลับมาดีขึ้น
ในระยะกลางถึงยาว มีโอกาสที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าได้เล็กน้อย หากสงครามมีแนวโน้มดีขึ้น ไม่ยืดเยื้อถึงปลายปี เนื่องจากสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ซึ่งอาจทำให้ทรัมป์มีแรงจูงใจจบสงครามก่อนเลือกตั้ง รวมถึงอาวุธในคงคลังสหรัฐฯ ลดลง ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ พยายามไม่ทำให้สงครามยืดเยื้อ ด้านส่วนต่างดอกเบี้ย ตลาดมองว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งช่วงปลายปีนี้
แต่ SCB FM มองว่า Fed น่าจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากมีแนวโน้มที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจชะลอลง จากตัวเลขเศรษฐกิจ การจ้างงานที่อาจชะลอลง ขณะที่มีข่าวทรัมป์ พูดคุยกับ ประธาน Fed ต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันการเมือง จึงคาดว่า Fed น่าจะคงดอกเบี้ยในปีนี้ได้ ทำให้บาทกลับมาแข็งค่า ปลายปีเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
ด้านต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Fx hedging cost) ระยะ 1 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ราว 3% ส่วนในระยะ 1 ปีข้างหน้า อยู่ที่ราว 3.2% โดยต้นทุนมาจาก ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ และไทย กับอีกส่วนมาจากความต้องการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Basis Swap) ที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วง
ดังนั้น กรณีที่ถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อยู่แล้ว อาจมองหาโอกาสนำไปลงทุนต่อในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนกรณีไม่มีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจใช้โอกาสที่เงินบาทอยู่ในระดับราว 33.00 บาทต่อ USD ทยอยสะสมเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ไว้ เพื่อนำไปลงทุนได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB