เงินบาทเปิด 32.69 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย" คาด กนง. คงดอกเบี้ย
เงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.69 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดยังจับตาทิศทาง Fed ข้อมูลเงินเฟ้อ PCE และสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ 32.69 บาท/ดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.74 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 32.67-32.76 บาทต่อดอลลาร์) ตอบรับกระแสข่าว สหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจกลับมาเจรจาหยุดยิงกันอีกครั้ง ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง
กดดันให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดิบ Brent ได้ปรับตัวลงแถวระดับ 86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นอกจากนี้ ภาพดัวกล่าวยังได้ หนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) สู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก รวมถึงจังหวะปรับตัวลดลงของทั้ง เงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้มการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลดลง และช่วยให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ รวมถึงโอกาสที่ Fed อาจจำเป็นต้องเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย โดยภาพดังกล่าวยังได้ส่งผลให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลง ส่งผลดีต่อบรรดาหุ้นเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth
ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังถูกจำกัดอยู่ หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอจับตา ถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium รวมถึงรายงานผลประกอบการของ Nvidia+2.2% ในช่วง After Close ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ ทำให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 0.30% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาด +0.32% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.66%
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่ระดับ 4.64% ตามการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบ จากความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ดี การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงถูกจำกัดจากความกังวลต่อฐานะการคลังของสหรัฐฯ รวมถึงประเด็นที่บริษัท AI ต่างออกหุ้นกู้จำนวนมาก อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธาน Fed ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ตามความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ยังคงถูกจำกัด เนื่องจากผู้เล่นในตลาดยังคงไม่รีบปรับสถานะถือครอง เพื่อรอลุ้นทั้งรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของประธาน Fed ในงาน Jackson Hole Symposium ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 98.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.8-99.1 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ ความหวังต่อแนวโน้มการกลับมาเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงจังหวะย่อตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ทว่าการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำยังคงถูกจำกัดแถวโซน 4,710 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาดบางส่วนและบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม
ส่วนทางฝั่งไทย เราคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติ “เป็นเอกฉันท์” ให้ “คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ระดับ 1.00% แม้เศรษฐกิจจะขยายตัวดีกว่าคาดในไตรมาสที่ 2 ทว่า โดยรวมเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพและเป็นการขยายตัวที่ไม่ทั่วถึง (K-Shaped) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้นชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ และยังไม่เห็นการส่งผ่านต้นทุน สู่ราคาสินค้าและบริการเป็นวงกว้าง จนอาจทำให้ อัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น พร้อมกับอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่เสี่ยงหลุดจากยึดเหนี่ยวจากกรอบเป้าหมาย
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.55-32.85 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.70 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ระดับ 32.75 บาท/ดอลลาร์
ค่าเงินบาท คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ ตามทิศทางราคาทองคำเป็นหลักแต่อาจเจอแรงกดดันด้านอ่อนค่าลงบ้างจากแรงขายสินทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยยังมีอยู่มาก จากความกังวลเรื่องหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ และความตึงเครียดรอบใหม่กับอิหร่าน
ราคาทองคำโลกกลับมาเป็นเทรนด์ขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายปลายปี 2569 อาจมีลุ้นขยับไปได้ถึงระดับ 5,000 - 5,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการคาดการณ์ของธนาคารระดับโลกหลายแห่ง แต่ในระยะสั้นจับตาแนวรับสำคัญที่ 4,625 ดอลลาร์ หากยืนได้มีโอกาสปรับขึ้นต่อ แต่หากหลุดจะเข้าสู่ช่วงพักตัวลงไปที่แนวรับถัดไปแถว 4,556 - 4,500 ดอลลาร์
ในวันนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาคือผลการประชุม กนง. ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.00% และรอประเมินเพิ่มเติมคือตัวเลขดัชนีเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ คืนนี้ รวมถึงถ้อยแถลงของประธานเฟดในงานสัมมนา Jackson Hole Symposium ปลายสัปดาห์นี้ ซึ่งประธานเฟดอาจไม่ได้ส่งสัญญาณลดหรือขึ้นดอกเบี้ยอย่างชัดเจนก็มีความเป็นไปได้สูง
สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทวันนี้คาดกรอบการเคลื่อนไหวที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ฯ
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.60 - 32.90 แนะนำ ทยอยซื้อ 32.60 ขาย 32.90
- EUR/THB 38.00 - 38.40 แนะนำ ทยอยซื้อ 38.00 ขาย 38.40
- JPY/THB 0.2040 - 0.2080 แนะนำ ทยอยขาย 0.2080
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB