หุ้นไทยวันนี้ (17 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย +12.98 จุด แรงหนุน ครม.ไฟเขียวซื้อไฟเซอร์
หุ้นไทยวันนี้ (17 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย เพิ่มขึ้น +12.98 จุด ที่ระดับ 1,544.22 จุด (+0.85%) มูลค่าการซื้อขาย 83,148.00 ล้านบาท
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
PTT มูลค่าการซื้อขาย 4,024.14 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 3,116.81 ล้านบาท ปิดที่ 86.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,408.03 ล้านบาท ปิดที่ 107.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท
BCH มูลค่าการซื้อขาย 2,084.80 ล้านบาท ปิดที่ 24.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.90 บาท
INTUCH มูลค่าการซื้อขาย 2,055.95 ล้านบาท ปิดที่ 76.75 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้เป็นเทคนิคเคิลรีบาวด์ สวนทางตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวในแดนลบเป็นส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ต่างก็ปรับตัวลงราว 0.4% จากความเสี่ยงที่จีนออกมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง และเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณของการแผ่วลง ทำให้เกิดแรงขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาบ้าง
ส่วนตลาดบ้านเราปรับตัวขึ้นจากความคาดหวังเชิงบวกจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ ที่ได้มีการอนุมิติซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่ม 10 ล้านโดส จากเดิม 20 ล้านโดส ส่งมอบพร้อมกันในไตรมาส 4/64 ทำได้ตามเป้า และเมื่อรวมกับที่รับบริจาคก็จะมี 31 ล้านโดส แต่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศยังทรงตัวในระดับสูงอยู่ ซึ่งก็ต้องจับตาดูว่าจะพีคเมื่อไร
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งไซด์เวย์ในกรอบจำกัด โดยมีแนวรับ 1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545-1,550 จุด
พร้อมให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศต่อไป ส่วนนอกประเทศให้ติดตามยอดค้าปลีกของสหรัฐฯที่จะออกมาในวันนี้ และติดตามคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 27-28 ก.ค.วันที่ 18 ส.ค.นี้ ส่วนวันศุกร์(20 ส.ค.)ให้ติดตาม FTSE Rebalance โดยคาดว่า BBL-F และ KBANK-F จะถูกถอดออกจากการคำนวณ
หุ้นไทยวันนี้ (17 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายเช้า เพิ่มขึ้น+7.28 จุด (+0.48%) ที่ระดับ 1,538.52 จุด มูลค่าการซื้อขาย 42,780.28 ล้านบาท ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
กลุ่มร้านนวด ฟ้องแพ่งเอาผิดรัฐบาล เรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท
ราคาทองวันนี้ – 17 ส.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง กลับมาเท่าราคาเปิดตลาด
PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,157.74 ล้านบาท ปิดที่ 35.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,283.04 ล้านบาท ปิดที่ 106.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
KCE มูลค่าการซื้อขาย 1,221.37 ล้านบาท ปิดที่ 85.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท
MEGA มูลค่าการซื้อขาย 1,101.20 ล้านบาท ปิดที่ 44.25 บาท เพิ่มขึ้น 4.25 บาท
RCL มูลค่าการซื้อขาย 1,070.83 ล้านบาท ปิดที่ 61.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าที่คาดไว้ สวนทางตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนลบ จากความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัว อาจทำให้ Demand ชะลอตัวไปด้วย และราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงด้วย
ส่วนบ้านเราได้รับแรงหนุนจากหุ้น Domestic play ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มโรงแรม, ท่องเที่ยว และการบริโภคต่าง ๆ หลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มลงบ้าง และเห็นชอบแนวทางเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวเขื่อมโยง Phuket Sandbox ไปยังจังหวัดนำร่องอื่น เริ่มจาก สุราษฎรธานี (เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เล) และ พังงา (เขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่) ภายใต้มาตรการ 7+7 ซึ่งส่งผลบวกต่อตลาดได้ดีพอควร
อย่างไรก็ดี ภาพใหญ่ตลาดฯยังมี upside ไปได้ไม่ไกล เนื่องจากยังต้องติดตามสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ และปัจจัยการเมือง ส่วนนอกประเทศยังต้องติดตามคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 27-28 ก.ค.วันที่ 18 ส.ค.นี้ จับตาถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
แนวโน้มการลงทุนการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ น.ส.ธีรดา กล่าวว่า ตลาดฯคงจะผันผวนในแดนบวก อาจย่อตัวลงระหว่างทาง โดยมีแนวรับ 1,530 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545-1,550 จุด
นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ มีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นได้ หลังแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติเข้ามา 2 วัน แม้จะยังไม่มากก็ตาม และผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/64 ของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ก็ออกมาในเชิงบวก รวมถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศได้ลดลง 4 วันติดต่อกันแล้ว แม้จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม
ศบค.เคาะสั่งไฟเซอร์ 10 ล้าน ซื้อซิโนแวคอีก 12 ล้านโดส อัปเดตสถานะนำเข้า วัคซีนโควิด 7 ยี่ห้อ
ศบค.ไฟเขียว เปิดธนาคารในห้าง ขยายล็อกดาวน์ถึง 31 ส.ค. คง 29 จว.สีแดงเข้ม
แต่ก็ทำให้เป็น Sentiment บวกให้กับตลาดฯ ส่งผลให้หุ้นจำพวก Domestic play น่าจะกลับมาปรับตัวขึ้นได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรม, ค้าปลีก, ร้านอาหาร, ศูนย์การค้า, ท่องเที่ยว เป็นต้น ซึ่งรับแรงหนุนจากรัฐฯผ่อนปรนให้เปิดกิจการในห้างฯได้
ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ โดยปัจจจัยต่างประเทศได้ให้ความกังวลตัวเลขเศรษฐกิจของจีนที่ออกมาชะลอตัว จึงวิตก Demand ทั่วโลกจะชะลอตัวตาม นอกจากนี้ ตลาดฯก็ต่างรอดูการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่แจ็คสันโฮล ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 26-28 ส.ค.นี้ แต่ก่อนจะถึงก็ให้ติดตามคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะเปิดเผยรายงานการประชุมวันที่ 27-28 ก.ค. ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 ส.ค.ก่อน ซึ่งต่างรอดูการส่งสัญญาณจากเฟดว่าจะมีการปรับลดการทำ QE เมื่อไร
นอกจากนี้ เงินดออลาร์สหรัฐฯได้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯปรับตัวลง ส่งผลให้เกิดแรงขายหุ้นในกลุ่มแบงก์ และกลุ่มพลังงานในสหรัฐฯ ซึ่งกลุ่มพลังงานก็ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงด้วย
พร้อมให้แนวรับ 1,520 จุด ส่วนแนวต้าน 1,545 จุด
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (16 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,625.40 จุด เพิ่มขึ้น 110.02 จุด (+ 0.31%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,479.71 จุด เพิ่มขึ้น 11.71 จุด (+0.26%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,793.76 จุด ลดลง 29.14 จุด (-0.20%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน ลดลง 5.23 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 143.75 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 43.56 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (16 ส.ค.) ปิด 67.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.7%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (16 ส.ค.) อยู่ที่ 2.68 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.43 แข็งค่าจากท้ายตลาดวานนี้ ตลาดจับตารายงานประชุมเฟดสัปดาห์นี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB