หุ้นไทย (25 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายยืนเหนือ 1,600 จุด
หุ้นไทย (25 ส.ค.64) ปิดการซื้อขาย 1,600.49 จุด เพิ่มขึ้น +13.51 จุด (+0.85%) มูลค่าการซื้อขาย 92,934.26 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 6,090.88 ล้านบาท ปิดที่ 121.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
7UP มูลค่าการซื้อขาย 3,455.58 ล้านบาท ปิดที่ 1.57 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,300.20 ล้านบาท ปิดที่ 37.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
EA มูลค่าการซื้อขาย 2,414.35 ล้านบาท ปิดที่ 63.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.25 บาท
TTA มูลค่าการซื้อขาย 2,184.36 ล้านบาท ปิดที่ 17.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าคาด โดยดัชนีฯขึ้นมายืนเหนือ 1,600 จุดได้ ทั้งที่การฟื้นตัวรอบนี้ยังไม่มีปัจจัยบวกพิเศษ เพียงได้แรงหนุนจากหุ้นที่ยัง Laggard และหุ้นที่พักฐานไปพอควรแล้วต่างปรับตัวขึ้นกัน อีกทั้งยังมีการเล่นเก็งกำไรล่วงหน้าหุ้นเปิดเมือง จากความคาดหวังการคลายล็อกดาวน์หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศดีขึ้น ซึ่งจะต้องติดตามการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ปลายสัปดาห์นี้ ทำให้ตลาดฯตอบรับไปล่วงหน้าอย่างไรก็ดี มองตลาดฯฟื้นตัวรอบนี้จะอยู่ในกรอบ 1,620-1,630 จุด ยังไม่มองไกลกว่านี้ และหุ้นที่ปรับขึ้นมาถึงจุดนี้หากนักลงทุนจะเล่นตามอาจยังมีความเสี่ยง
ด้านนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวกราว 0.3-0.7% ตลาดบ้านเราก็แกว่งใกล้เคียงกับภูมิภาค โดยตลาดในเอเชียตอบรับความกังวลธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ไปแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ ซึ่งที่จริงอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คาด และมองว่าการปรับลด QE ของสหรัฐฯอาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีก็ได้
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.) นายกิจพณ กล่าวว่า บรรยากาศโดยรวมยังเป็นบวก แต่ตลาดก็ความเสี่ยงที่จะย่อตัวลงได้หลังดัชนีฯยืนเหนือ 1,600 จุด พร้อมให้แนวรับ 1,590 จุด ส่วนแนวต้าน 1,612-1,620 จุด
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวขึ้นทดสอบใกล้ 1,600 จุดก่อนเจอแรงขายทำกำไรทำให้ดัชนีลดช่วงบวกลง คล้ายกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เปิดบวกต่อมาก็ลดช่วงบวกลงหลังจากปรับขึ้นไปมากแล้ว ตลาดฯ อยู่ระหว่างรอติดตามการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมืองแจ็คสันโฮลในวันที่ 26-28 ส.ค.นี้ว่าจะส่งสัญญาณอย่างไร
ทั้งนี้ ตลาดบ้านเรายังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สูงขึ้น โดยราคาน้ำมันยังปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และยังเล่นเก็งกำไรความคาดหวังภาครัฐคลายล็อกดาวน์หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศดูดีขึ้นมาบ้างแล้ว จึงต้องติดตามผลประชุมศูนย์บริหารสถานกรณ์โควิด-19 (ศบค.) ในวันศุกร์นี้ ซึ่งคาดว่าจะเป็นลักษณะค่อย ๆ ผ่อนคลายมาตรการลง
ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ของโลกก็ดูดีขึ้น อย่างจีนไม่พบผู้ติดเชื้อโควิดมา 2 วันติดต่อกันแล้ว และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิดของไฟเซอร์-ไบออนเทคเต็มรูปแบบ (full approval) จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนมากขึ้น อีกทั้งคาดว่าวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอนห์สัน และโมเดอร์นา จะได้รับอนุมัติให้ใช้ได้เต็มรูปแบบต่อไป
การที่วัคซีนโควิดในสหรัฐในรับอนุมัติดังกล่าว น่าจะส่งผลให้ประเทศอนุมัติการใช้ในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้ามาได้เองไม่ต้องผ่านหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้น การจัดหาวัคซีนก็น่าจะทำได้ดีขึ้น และ ในเดือน ส.ค.เห็นได้ว่าไทยมีการฉีดวัคซีนในแต่ละวันเพิ่มมากขึ้น
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายพิชัย กล่าวว่า ตลาดฯคงจะแกว่งผันผวนในช่วงรอผลประชุมประจำปีของเฟด โดยมีแนวรับ 1,586-1,583 ถัดไป 1,574 จุด ส่วนแนวต้าน 1,600 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
สศช.เผย จบใหม่ว่างงานเกือบ 3 แสนคน โดยเฉพาะอาชีวศึกษา - ป.ตรี
ก.ท่องเที่ยว ยันเดินหน้า เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 3,469.56 ล้านบาท ปิดที่ 121.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
7UP มูลค่าการซื้อขาย 2,642.80 ล้านบาท ปิดที่ 1.56 บาท เพิ่มขึ้น 0.13 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,806.54 ล้านบาท ปิดที่ 37.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
TTA มูลค่าการซื้อขาย 1,648.00 ล้านบาท ปิดที่ 17.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท
GPSC มูลค่าการซื้อขาย 1,476.85 ล้านบาท ปิดที่ 80.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
หุ้นไทย (25 ส.ค.64) คาดว่าจะผันผวน คาดหวังคลายล็อกดาวน์ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดชะลอการเร่งตัว เปิดการซื้อขาย +5.82 จุด
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะผันผวน แต่ยังมีโอกาสที่แกว่ง Sideway up ได้จากความคาดหวังการผ่อนคลายล็อกดาวน์หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิดชะลอการเร่งตัว แต่เชื่อว่าเชื้อไวรัสโควิดยังไม่หายไปไหน ขณะที่จะมีแรงขายทำกำไรหลังจากราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นระดับหนึ่งแล้ว และวันนี้จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้นจากเมื่อวาน
ราคาทองวันนี้ – 25 ส.ค. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง ปรับลดลงต่อเนื่องตลอดวัน
9 สมาคมธุรกิจ ตบเท้า พบ “อนุทิน” เสนอแผนคลายล็อกกิจการ 3 ระยะ
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้เคลื่อนไหวในแดนบวกแต่ก็บวกได้น้อยลงจากแรงขายทำกำไรหลังขึ้นมาแรงแล้วด้วย และตลาดฯ ยังรอติดตามการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมืองแจ็คสันโฮลในวันที่ 26-28 ส.ค.นี้ ซึ่งแรงซื้อที่เข้ามาก่อนหน้านี้ก็เป็นผลจากที่คนมองกันว่าการปรับลดวงเงินโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) คงยังไม่เกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ ทำให้มีการซื้อดักล่วงหน้า ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นตลาดฯคงจะเป็นลักษณะปรับขึ้นสลับกับปรับตัวลง
พร้อมให้แนวรับ 1,570-1,560 จุด ส่วนแนวต้าน 1,595-1,600 จุด
ด้าน บล.ไทยพาณิชย์ แกว่งในกรอบ Upside ระยะสั้นจำกัด แต่คลาย lockdown ช่วยประคอง
กลยุทธ์การลงทุน :
คาด SET เคลื่อนไหวภายในกรอบระหว่าง 1578-1600 จุด โดยช่วงนี้ดู Upside จำกัดในระยะสั้นบริเวณ 1600 จุด อย่างไรก็ตาม กรอบล่างที่แนวรับ 1578 จุด มองยังเป็นจุดรองรับได้ โดยมีปัจจัยหนุนเตรียมคลาย lockdown ช่วยประคองตลาด ด้านประเด็นสำคัญติดตามการประชุมเฟดปลายสัปดาห์นี้ กลยุทธ์ หาจังหวะลงทุนหุ้น big cap ที่มีพื้นฐานดี สัดส่วน 25% ด้านการ Selective Buy หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน :
> หาจังหวะเข้าลงทุนหุ้น big cap ที่มีพื้นฐานดี เป็น growth stock ที่ได้ประโยชน์จาก hope phase แนะนำ OSP BEM AOT CPALL BGRIM
> Selective buy หุ้นปัจจัยพื้นฐานดี 1) หุ้นแนวโน้มกำไรเติบโตดี SCGP GPSC GULF SFT 2) หุ้นที่มี pricing power สูง กลุ่มเดินเรือ-โลจิสติกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ KCE HANA III WICE PSL RCL เน้นเก็งกำไร กำหนด stop loss ทุกครั้ง
> แนะนำ BGRIM ร่วมทุนกับ PTT นำเข้า-จัดหา LNG ป้อนลูกค้ากลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทั้งในและ ตปท. ช่วยหนุนผลการดำเนินงาน และแนะนำ CPALL คาดผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 4Q64 จากการผ่อนคลายล็อคดาวน์
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (24 ส.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 35,366.26 จุด เพิ่มขึ้น 30.55 จุด (+0.09%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,486.23 จุด เพิ่มขึ้น 6.70 จุด (+0.15%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,019.80 จุด เพิ่มขึ้น 77.15 จุด (+0.52%)
ลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 3.45 จุด, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 36.03 จุด และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง เพิ่มขึ้น 202.13 จุด
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ก.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (24 ส.ค.) ปิด 67.54 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.90 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (24 ส.ค.) อยู่ที่ 2.62 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 32.95/97 แข็งค่าจากคลายกังวลโควิดในปท. คาดกรอบวันนี้ 32.90-33.05 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
หุ้นไทยวันนี้ (24 ส.ค.64) ปิดการซื้อขายที่ระดับ 1,586.98 จุด เพิ่มขึ้น +4.91 จุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB