หุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ย.64) ปิดการซื้อขาย-11.30 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ย.64) ปิดการซื้อขาย-11.30 จุด ที่ระดับ 1,605.68 จุด มูลค่าการซื้อขาย 90,650.11 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,280.33 ล้านบาท ปิดที่ 133.50 บาท ลดลง 4.00 บาท
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 5,164.43 ล้านบาท ปิดที่ 4.86 บาท เพิ่มขึ้น 0.06 บาท
SCB มูลค่าการซื้อขาย 3,270,95 ล้านบาท ปิดที่ 122.00 บาท ลดลง 2.50 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,214.51 ล้านบาท ปิดที่ 3.80 บาท ลดลง 0.20 บาท
UBE มูลค่าการซื้อขาย 3,047.37 ล้านบาท ปิดที่ 2.06 บาท ลดลง 0.34 บาท
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลง จากแรงขายระยะสั้นในหุ้นบิ๊กแคป โดยหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงเป็นหลักหลังจากขึ้นไปแรง และใกล้เข้าสู่ช่วงพรีวิวผลประกอบการคาดกำไรไตรมาส 3/64 ลดลงจากผลล็อกดาวน์ และหุ้นกลุ่มพลังงานปรับลงตามราคาน้ำมัน รวมถึงยังกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ปรับขึ้นมาเกินหลักหมื่นรายต่อวันอีกครั้ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอน และไปกดดันหุ้น AOT จากที่ปรับขึ้นไปมากแล้วในช่วงก่อนหน้านี้ด้วย
นอกจากนี้ เงินบาทอ่อนค่าทำให้มีความเป็นไปได้ที่นักลงทุนต่างชาติจะขายออกหุ้นไทย
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งในแดนบวก-ลบ ส่วนตลาดยุโรปแกว่งบวกเล็กน้อยตามดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ปรับตัวขึ้น ในช่วงที่จะต้องติดตามเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าไม่น่าจะมีปัญหา และให้ติดตามการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ต.ค.นี้ ส่วนบ้านเรายังต้องติดตามสถานกาณณ์น้ำท่วมว่าจะลุกลามมาสู่พื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะ กทม.หรือไม่
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (1 ต.ค.) นายชัยยศ กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสอ่อนตัวลงต่อ เนื่องจากยังไม่เห็นปัจจัยบวกใหม่เข้ามา พร้อมให้แนวรับ 1,590-1.600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,615-1,620 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ย.64) ปิดการซื้อขายเช้า -3.64 จุด ที่ระดับ 1,613.34 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,103.71 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
เช็กข้อกำจัดคลายล็อก เปิดสถานที่ กิจกรรม ในกทม. เผย 12 สถานที่ยังต้องปิดยาว
ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส จ่อปลดพนักงานไม่ฉีดวัคซีนโควิด
GUNKUL มูลค่าการซื้อขาย 2,892.48 ล้านบาท ปิดที่ 5.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,437.68 ล้านบาท ปิดที่ 134.50 บาท ลดลง 3.00 บาท
UBE มูลค่าการซื้อขาย 2,040.26 ล้านบาท ปิดที่ 2.34 บาท ลดลง 0.06 บาท
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 1,699.42 ล้านบาท ปิดที่ 3.84 บาท ลดลง 0.16 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,628.39 ล้านบาท ปิดที่ 39.00 บาท ลดลง 0.25 บาท
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้านี้แกว่งไซด์เวย์ เนื่องจากตลาดฯไม่มีปัจจัยใหม่หนุน และเงินบาทยังอ่อนค่าอยู่แถว 33.90 บาท/ดอลลาร์ฯ ทำให้ตลาดโดยรวมยังเป็นการซื้อสลับกับการขาย
ด้านตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็แกว่ง Sideway ถึง Sideway Down หลังจาก Dollar Index ชี้ยังแข็งค่า ทำให้ Fund Flow ยังไม่มีเสถียรภาพจากเม็ดเงินไหลออกจากเอเชีย ซึ่งเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินของสหรัฐฯ
อย่างไรกีดี ให้ติดตามจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ และปริมาณน้ำในเขื่อนจะขึ้นสูงแค่ไหน หลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ ส่วนนอกประเทศติดตามปัญหาเพดานหนี้ของสหรัฐ
แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นายกรภัทร กล่าวว่า ตลาดฯคงแกว่งไซด์เวย์ โดยมีแนวรับ 1,610-1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620 จุด
หุ้นไทยวันนี้ (30 ก.ย.64) ต้นภาคเช้าแดนลบ -1.42 จุด พร้อมกลยุทธ์ลงทุน คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย
นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.กรุงไทย ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะแกว่งไซด์เวย์คล้ายคลึงกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้แกว่งทั้งในแดนบวก-ลบ หลังจากบริษัท ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2
ราคาทองวันนี้ – 30 ก.ย. 64 ปรับราคา 5 ครั้ง รูปพรรณบาทละ 28,250
สธ. อนุมัติขายชุดตรวจ ATK ผ่านร้านค้า-ออนไลน์
อีกทั้งปัจจัยหลักยังต้องจับตาเรื่องเพดานหนี้ของสหรัฐฯ เพราะทำให้มีผลต่อการ Shut Down ของบริษัทฯในสหรัฐฯ รวมถึงอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) สหรัฐฯยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 1.5%
ซึ่งจะต้องติดตามดูว่า Bond yield จะปรับตัวขึ้นอีกหรือไม่ เพราะหากยังขึ้นอยู่ก็จะเป็นผลลบต่อตลาดหุ้น
ขณะที่ปัจจัยในประเทศดูดีขึ้นตามลำดับ แม้จะมีแรงกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ก็เป็นผลดีต่อกลุ่มวัสดุก่อสร้าง อย่าง HMPRO สำหรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนงวดไตรมาส 3/64 คาดว่าจะออกมาไม่ดีเท่าไร อย่างไรก็ดีสามารถลงทุนหุ้นที่ยัง Laggard และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ
ดังนั้น ตลาดฯคงจะแกว่งในกรอบไม่กว้าง โดยมีแนวรับ 1,610-1,600 จุด ส่วนแนวต้าน 1,620-1.630 จุด
บล.ไทยพาณิชย์ เคลื่อนไหวในกรอบ bond yield ชะลอตัว แต่ตลาดขาดปัจจัยหนุนใหม่
กลยุทธ์การลงทุน:
คาด SET เคลื่อนไหวภายในกรอบระหว่าง 1600-1640 จุด โดย bond yield สหรัฐที่ชะลอตัว ช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงอย่างตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนียังดูขาดปัจจัยหนุนใหม่ ด้านแนวโน้มราคารอการ breakout จะมีทิศทางชัดขึ้น โดยขึ้นทะลุ 1640 จุด จะเป็นสัญญาณบวก ส่วนกรณีหลุดต่ำกว่า 1600 จุด จะเป็นสัญญาณลบ กลยุทธ์การลงทุนใช้การ Selective Buy หรือเก็งกำไรอย่างระมัดระวัง
ล็อคเป้าลงทุน:
> Selective buy ใน 2 ธีม 1) ธีมหลัก: 1.1) หุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี BBL BDMS HANA OSP TU 1.2) หุ้นได้อานิสงส์เปิดประเทศ กระตุ้นกำลังซื้อ/ท่องเที่ยว AOT CRC BEM ZEN ERW MINT 2) ธีม trading idea: 2.1) หุ้นราคาลงแรง มีโอกาสทำ window dressing OR OSP TQM MAJOR PTG SYNEX 2.2) หุ้นส่งออกได้ประโยชน์บาทอ่อน KCE HANA III WICE
> แนะนำ CRC คาดผลการดำเนินงานฟื้นตัวใน 4Q64 หนุนจากกลับมาเปิดห้างเต็มรูปแบบ และแนะนำ TU ได้ประโยชน์จากบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์และยูโรในช่วง 3 ปี ช่วยหนุน upside เพิ่มจากประมาณการฯ และเก็งกำไรหุ้นเดินเรือ TTA PSL WICE III หลังได้ sentiment หนุนจากดัชนี BDI พุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี
สถานการณ์อื่นๆ
ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (29 ก.ย.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,390.72 จุด เพิ่มขึ้น 90.73 จุด (+0.26%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,359.46 จุด เพิ่มขึ้น 6.83 จุด (+ 0.16%), ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,512.44 จุด ลดลง 34.24 จุด (-0.24%)
ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 5.64 จุด (+0.16%), ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 24.90 จุด (+0.08%) และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 169.24 จุด (-0.69%)
ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (29 ก.ย.) ปิด 74.83 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 46 เซนต์ หรือ 0.6%
ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (29 ก.ย.) อยู่ที่ 5.82 ดอลลาร์/บาร์เรล
เงินบาทเปิด 33.95 อ่อนค่าจากวานนี้ตามทิศทางตลาดโลก ลุ้นวันนี้มีโอกาสแตะ 34.05
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB