เปิดโผ 5 กลุ่มหุ้น รับมือเศรษฐกิจถดถอย-แข็งแกร่งกว่าตลาด
ความกังวลของนักลงทุนเริ่มมีมากขึ้น ทั้งการขึ้นดอกเบี้ืยของสหรัฐฯ และเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา โบรกแนะ 5 กลุ่มหุ้นไทย เพื้่อสร้างเกราะป้องกันรับมือกับวิกฤตดังกล่าส
ภาวะเงินเฟ้อ ของสหรัฐอเมริกา ที่อยู่ในระดับสูงกว่าปกติ อาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (FED) ดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัว สร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจว่าอาจกำลังเดินเข้าสู่ภาวะถดถอย ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ประเมินว่าในระยะถัดไปความกังวลดังกล่าวจะสูงมากขึ้น โดยมี 3 สัญญาณที่บ่งชี้ถึงเรื่องดังกล่าว ได้แก่
1.การเกิดเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค (Technical Recession) โดยตั้งแต่ต้นปี ธนาคารโลก (World Bank) และ องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
ปรับลดประมาณการ GDP 2565F ของสหรัฐฯลงจาก 3.7% สู่ 2.5% ขณะที่ล่าสุด กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) ได้ปรับลดคาดการณ์GDP 2565F ของสหรัฐลงเหลือ 2.3% จากเดิมที่ 2.9% ซึ่งล่าสุด เฟด สาขาแอตแลนตา ล่าสุดคาด GDP ไตรมาส 2 ปี65 สหรัฐฯจะหดตัว -1.2% จากไตรมาก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงหมายความว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค หลังจาก GDP ไตรมาส1/64 หดตัว -1.6% QoQ
โดยหากประเมินจากสถิติย้อนหลังนับจากปี 2008 พบว่าสหรัฐฯเคยเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค จำนวน 2 ครั้งในปี 2008 และ 2020 และตลาดหุ้น S&P500 ปรับตัวลง 38% และ 20% ตามลำดับ และกลุ่มหุ้นที่มักวิ่งได้ดีในช่วงที่เกิดเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค คือ หุ้น กลุ่มส่งออก AGRI, FOOD และหุ้นผันผวนต่ำ ICT, COMM, INSUR
2. การเกิด Invert Yield Curve สะท้อนได้จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี กับ 2 ปี ส่วนต่างของแคบลงเรื่อยๆ จนล่าสุดติดลบแล้ว เนื่องจาก Inverted Yield Curve มักเป็นสัญญาณที่ชี้นำการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยเฉพาะ
ทั้งนี้สหรัฐฯ มักเกิดขึ้นก่อนเศรษฐกิจถดถอยจริง ประมาณ 9-14 เดือน ซึ่งในอดีตสหรัฐฯเคยเกิด Inverted Yield Curve 3 ครั้ง คือ 1.ช่วงตันปี 2006 71 วัน (ก่อนวิกฤตซับไพรม์ ) 2.กลางปี 2006 ถึง กลางปี 2007 363 วัน (ก่อนวิกฤตซับไพรม์) 3.ไตรมาสที่ 3 ปี 2019 เป็นช่วงเกิดสงครามการค้าจีนสหรัฐ (ก่อนวิกฤตโควิด) ซึ่งล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 10 ปี ที่ปรับลงมาที่ 2.95% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 2 ปี อยู่ ที่ 3.12% ส่งผลให้มีความห่างอยู่ที่ -17 bps
3. สงครามยูเครน-รัสเซียที่ยืดเยื้อ โดยสหภาพยุโรป หรือ อียู (EU) เตรียมคว่ำบาตรรัสเซียเป็นครั้งที่ 7 แต่จะไม่เน้นคุมการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ คาดว่าจะเป็นการสั่งห้ามนำเข้าทองคำ และขยายประเภทสินค้าที่ใช้ ทั้งด้านพาณิชย์และผลิตอาวุธ ที่อียู เคยห้ามส่งออกไปรัสเซีย ในการคว่ำบาตรรอบก่อนหน้า และจะมุ่งเป้าคว่ำบาตรรัสเซียเป็นรายบุคคลมากขึ้น
ขณะที่อิหร่านกำลังมีแผนมอบโดรนติดอาวุธจำนวนหลาย 100 ลำ ให้แก่รัสเซีย สำหรับนำไปใช้ในปฏิบัติการทางทหารในยูเครน ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจทำให้สถานการณ์บานปลายและยืดเยื้อไปอีก
อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมที่ความกังวลต่อเศรษฐกิจถดถอย เข้ามามีน้ำหนักหนุนเม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น และเป็นปัจจัยที่กดดันทิศทาง SET Index ทางอ้อม โดยยามที่ย่อตัวลงมาแนะนำสะสมหุ้น 5 กลุ่ม AGRI, FOOD, ICT, COMM, INSUR ที่มีเกราะป้องกันเศรษฐกิจถดถอยเชิงเทคนิค และน่าจะคาดหวังการกลับมาวิ่งได้ดีกว่าตลาดได้ (Outperform)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB