เปิด 3 ปัจจัย หนุนตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่ง สวนทางทั่วโลกเข้าภาวะถดถอย
ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ยังแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว ซึ่งครึ่งปีหลัง 65 เชื่อว่า GDP จะโตไปถึง 3.5% และภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนก็ยังโตต่อเนื่อง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังปรับขึ้นช้า อาจทำให้กระแสเงินทุนไหลเข้ามาพยุงดัชนีต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส (ASPS) เปิดรายงานบทวิเคราะห์ ระบุว่า เมื่อวานนี้ (22 ก.ย.65) ดัชนีตลาดหุ้นไทย SET Index ปรับตัวขึ้นมาสวนตลาดหุ้นสำคัญทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในเชิงเปรียบเทียบ โดยจุดที่สร้างความโดดเด่นได้แก่ ภาพใหญ่เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวชัดเจนเทียบกับประเทศในกลุ่มพัฒนาแล้วที่อยู่ในภาวะชะลอตัวจนถึงถดถอย, ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนเติบโตเกินคาดทำให้เห็นการปรับเพิ่มประมาณการ
และ ในทางประเมินมูลค่าพบว่า Market Earning Yield Gap ของตลาดหุ้นบ้านเราสูงถึง 4.5 – 4.7% เทียบกับ MSCI World ที่ 2.2%
สำหรับ ธีมการลงทุน (Investment Theme) ที่ชัดเจนที่สุดในช่วงเวลานี้คือ กลุ่มการเดินทางท่องเที่ยว หลังจากที่หลายประเทศในภูมิภาคเอเซียกลับมาเปิดรับนักเดินทางตามปกติ ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และ การยกเลิกมาตรการควบคุม Covid-19 โดยน่าจะเห็นการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการประชุม ศบค.วันนี้ (23 ก.ย.65)
ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ยังดูแกร่งกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว โดยหากดูผลตอบแทนตลาดหุ้นโลก พบว่า ในปีนี้หุ้นโลก (MSCI World Index) ปรับลดลง 22.9% YTD (นับตั้งแต่ต้นปี) และลดลง 5.3% MTD(นับตั้งแต่ต้นเดือนล่าสุด) จากความกังวลเศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ช่วงภาวะถดถอย (Recession) พร้อมกับแรงกดดันการเร่งขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดหุ้นไทยยัง แข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นโลก โดยผลตอบแทน (YTD) ยังทรงตัว -0.7% และ +0.4% MTD
ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีความได้เปรียบตลาดหุ้นในแถบประเทศพัฒนา แล้วต่อเนื่อง ด้วยเหตุผลดังนี้
1. เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 65 ยังมีโอกาสเติบโตได้ดีเด่นกว่าประเทศพัฒนาแล้ว โดยกระทรวงการคลังยังเชื่อมั่นว่า GDP ในปี 65 ของไทย มีโอกาสเติบโตในกรอบ 3% – 3.5% แสดงว่าในช่วงครึ่งหลังปี 65 จึงมีโอกาสเติบโตเฉลี่ยที่ 3.6% - 4.6% สูงกว่า GDP ไตรมาส 2/65 เติบโต 2.5% และ GDP ไตรมาส 1/65 เติบโต 2.3%
2. กำไรบริษัทจดทะเบียนไทย ปี 65 เติบโตได้ 2 หลัก และเติบโตต่อปีหน้า โดยเฉพาะหุ้นกลุ่ม Domestic (อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ) โดยฝ่ายวิจัยฯ ประเมินกำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้ เติบโต 12.6% และปีหน้ายังเติบโตต่อ 4.9% โดยเฉพาะกลุ่มหุ้น Ex EnergyPetro (พลังงาน-ปิโตรเคมี) ปี 66 เติบโต 14.3%
3. ประเมินมูลค่าตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ ทั้งดอกเบี้ยไทยที่ขึ้นได้ช้ากว่าประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งคาดดอกเบี้ยไทยปลายปี 1.25%-1.5% พร้อมกับแนวโน้มเศรษฐกิจและกำไรเติบโตได้ดีกว่าประเทศพัฒนาแล้ว หนุน MEYG65F ของไทยอยู่ที่ 4.6% กว้างกว่าสหรัฐฯ ซึ่งมีMEYG65F เพียง 1.5% ถือเป็นเกราะป้องกันการไหลกลับของเม็ดเงินสินทรัพย์เสี่ยงไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยได้ดี
ทั้งนี้ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังดูแข็งแกร่งกว่าตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว หนุนให้กระแสเงินทุนไหลเข้ามาพยุงดัชนีต่อเนื่องได้ แต่ระยะสั้นตลาดหุ้นมีโอกาสผันผวนตาม กระแสตลาดหุ้นโลกที่หลาย ๆ ประเทศมีการเร่งขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งหากย่อตัวลงมาถือเป็นโอกาสในการสะสม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB