KKP ไตรมาส 3/65 กำไรโต 41% ที่ 2,083 ล้านบาท มองเศรษฐกิจไทยเสี่ยงสูง
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP รายงานไตรมาส 3/65 กำไรพุ่ง 41% แตะ 2,083 ล้านบาท เหตุสินเชื่อเติบโตดันรายได้ดอกเบี้ยเพิ่ม พร้อมมองเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงสูงจากเงินเฟ้อพุ่ง ดอกเบี้ยสูง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นเท่าช่วงก่อนโควิด-19
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 65 ของธนาคาร และบริษัทย่อย กำไรสุทธิ 2,083 ล้านบาท เติบโต +41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 6,804 ล้านบาท เติบโต +17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยมีปัจจัยหลักจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์มีผลประกอบการดีต่อเนื่อง ตามปริมาณสินเชื่อที่ขยายตัวดี ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับเพิ่มขึ้น
ขณะที่รวมงวด 9 เดือน ปี2565 ธนาคาร และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 6,175 บ้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น +43.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 19,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +13.1 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ที่ 4,775 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 952 ล้านบาท หรือ +24.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น +25.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจากสินเชื่อรวมที่ยังคงขยายตัวได้ดีในไตรมาส3/65 ปรับขึ้นที่ +17.3% จากสิ้นปี 64 ซึ่งเป็นการขยายตัวในสินเชื่อทุกประเภท
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย อยู่ที่ 2,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เติบโต +7.7% โดยรายได้ค่านายหน้าประกันปรับเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อ รายได้จากธุรกิจวานิชธนกิจเพิ่มขึ้นจากการทำธุรกรรมในช่วง ไตรมาส 38/65 รวมถึงรายได้จากธุรกิจการจัดการกองทุนที่ยังคงปรับเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ
ด้านผลขาดทุนด้านเครดิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ตั้งสำรอง) ในไตรมาส 3/65 อยู่ที่ 1,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,007 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการตั้งสำรองรับการขยายตัวของสินเชื่อที่เติบโตดี ซึ่งธนาคารยังคงอาศัยความรอบคอบในการพิจารณาอย่างระมัดระวังถึงปัจจัยต่าง ๆ รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอน และความผันผวนทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่
ทั้งนี้ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร มองว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2565 มีแนวโน้มเปราะบาง และแตกต่างกันมากในแต่ละอุตสากรรมและพื้นที่ เนื่องจากภาคการท่องเที่ยวยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ โดยคาดว่าทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนราว 10 ล้านคน ซึ่งต่ำกว่าระดับก่อนวิกฤตโควิด-19 ที่ไทยเคยรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ราว 40 ล้านคนต่อปีอยู่มาก การบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนน่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะเพิ่มสูงในปี 2566 จากปัญหาหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น การส่งออกไทยในปี 65 มีแนวโน้มชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจโลกที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ที่เผชิญความเสี้ยงจากทั้งปัญหาเงินเฟ้อ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และความเสี่ยงจากส่งครามรัสเซีย-ยูเครน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ KKP ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2565
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB