ราคาทองไปต่อจากวิกฤต SVB จับตาเฟดถกฉุกเฉินคืนนี้ คาดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
SVB ธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 16 ของสหรัฐล้มในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้เฟดรีบออกมาตรการและประชุมฉุกเฉินคืนนี้ เพื่อประเมินผลกระทบ ตลาดคาดชะลอขึ้นดอกเบี้ย
ห้างทองฮั่วเซ่งเฮง รายงานว่าข่าวผิด ซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) ธนาคารพาณิชย์ใหญ่อันดับ 16 ของสหรัฐในวันศุกร์ที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ตลาดการเงินทั่วโลกสั่นสะเทือน
ราคาทองคำปรับขึ้นแรงตั้งแต่คืนวันศุกร์ต่อเนื่องถึงวันนี้ โดยมีแนวต้านที่ 1,890 ดอลลาร์ และแนวต้านสำคัญที่ 1,900 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)จะต้องผ่อนคันเร่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และต้องทบทวนว่ามีการใช้ยาแรงเกินไปในการกดอัตราเงินเฟ้อให้ลดลง
การเคลื่อนไหวราคาทองฟิวเจอร์พุ่งแรงในวันศุกร์ รับข่าวปิด SVB
สาเหตุที่ทำให้ธนาคาร SVB ล้มเพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่รุนแรง ทำให้ธนาคาร SVB ต้องขายพันธบัตรออกมาในราคาที่ขาดทุนเพื่อให้เสริมสภาพคล่อง หลังจากบรรดาลูกค้าพากันแห่ถอนเงินฝาก เพราะอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาหลักทรัพย์ที่ถืออยู่ลดลง
ลูกค้าส่วนใหญ่ของธนาคาร SVB เป็นกลุ่มธุรกิจ Start up ที่ฝากเงินเอาไว้มากกว่า 250,000 ดอลลาร์ และมากกว่า 95% เป็นการฝากแบบไม่มีประกัน ดังนั้นอาจจะกระทบเป็นวงกว้างในธุรกิจเทคโนโลยีตามไปด้วย
ในคืนนี้ (13 มี.ค.) ในช่วง 5 ทุ่มครึ่งกรรมการเฟดจะจัดประชุมฉุกเฉินแบบปิด ซึ่งคาดว่าจะหารือเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ตอนนี้ตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.เพียง 0.25% จากเดิมคาดขึ้น 0.50% และจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในการประชุมเดือนพ.ค. ในปีนี้มีลุ้นเฟดอาจลดอัตราดอกเบี้ยในไตรมาส 4 ดังนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไป
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวน โดยในช่วงต้นสัปดาห์ราคาทองคำปรับตัวลงแรงสู่ระดับต่ำสุด 1,809 ดอลลาร์ จากที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ส่งสัญญาณอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้นักลงทุนปรับเพิ่มมุมมองการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมเดือนมี.ค. จากเดิมที่คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25%
อย่างไรก็ตามในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคำดีดตัวขึ้นแรงกว่า 2% ในวันเดียว สู่ระดับสูงสุดที่ 1,870 ดอลลาร์ จากแรงซื้อทองคำมากขึ้น ท่ามกลางความวิตกจากที่บรรษัทรับประกันเงินฝากของรัฐบาลกลางสหรัฐ (FDIC) ได้มีการสั่งปิดกิจการธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ แบงก์ (SVB) ซี่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดอันดับที่ 16 ของสหรัฐ และถือได้ว่าเป็นเหตุการณ์ธนาคารล้มครั้งใหญ่ที่สุดในรอบกว่าหนึ่งทศวรรษของสหรัฐ
ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงแรง โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงลงกว่า 2.78% ในวันเดียว และร่วงลงกว่า 7.4% ในรอบ 2 วัน ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีร่วงลงกว่า 4.29% ในวันเดียว และปรับลดลงกว่า 9.74% ในรอบ 2 วัน ซึ่งนับว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 2 วันนับตั้งแต่เกิดวิฤตการณ์ทางการเงินเมื่อปี 2551
ทั้งนี้ในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีเคยปรับตัวลดลงในรอบ 2 วันที่ 0.45% ทั้งหมด 79 ครั้ง โดยเกือบทุกครั้งจะตามมาด้วยภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐในช่วง 6 เดือน
ก่อนหน้านี้ SVB ได้เผชิญกับการขาดทุนอย่างหนักจากการล้มละลายของบริษัทเอฟทีเอ็กซ์ซึ่งเป็นบริษัทซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี จนอาจต้องมีการยุติการดำเนินงานของซิลเวอร์เกตแบงก์ซี่งเป็นธนาคารในเครือ ส่งผลทำให้บริษัทสตาร์ทอัพ และผู้ฝากเงินรายอื่น ๆ เริ่มพากันแห่ถอนเงินจากธนาคาร เพราะความกังวลเกี่ยวกับการล้มละลายของบริษัท
ทั้งนี้ในสัปดาห์นี้นักลงทุนอาจจะต้องจับตาวิกฤติ SVB อย่างใกล้ชิด ขณะที่เฟดเรียกประชุมด่วน “นัดพิเศษ” วันที่ 13 มี.ค. นี้ โดยช่วงเช้าวันนี้ประธานเฟดได้มีการแถลงร่วมกับนางเจเน็ต เยลเลน และนายมาร์ติน กรุนเบิร์ก ประธาน FDIC โดยจะตั้งโครงการ “Bank Term Funding Program” ซึ่งให้ประชาชนที่ฝากเงินไว้สามารถเข้าถึงเงินของตนได้เต็มจำนวน โดยเริ่มต้นนับตั้งแต่วันนี้
ทั้งนี้การเกิดเหตุการณ์ครั้งนี้อาจจะส่งผลต่อการตัดสินใจการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในการที่เฟดต้องลดความร้อนแรงลง ท่ามกลางเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูงแม้จะชะลอตัวลงบ้างก็ตาม นับว่าเป็นความท้าทายต่อประธานเฟดในตัดสินใจการใช้นโยบายการเงินต่อเศรษฐกิจ การประชุมเฟดที่จะมีขึ้นในวันที่ 21-22 มี.ค. เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในจำนวนเท่าใด และจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร จากที่ในสัปดาห์ก่อนเฟดได้ส่งสัญญาณที่จะใช้นโยบายทางการเงินแบบคุมเข้มมากขึ้น
ถ้าข้อมูลทั้งหมดบ่งชี้ว่าควรคุมเข้มนโยบายการเงิน ทำให้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.50% ในเดือนนี้ แต่หลังจากวิกฤติ SVB ดังกล่าว เฟดจะยังคงตัดสินใจเหมือนเดิมหรือไม่ หรือปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าเฟดอาจจะลดความร้อนแรงของการขึ้นอัตราดอกเบี้ยลง และมีความเป็นไปได้ว่าในการประชุมที่กำลังจะมาถึงในเดือนนี้นั้น เฟดอาจจะตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเพียง 0.25% เท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำ
สัปดาห์นี้ราคาทองคำคาดว่าปรับตัวขึ้นได้ต่อ แนะนำเข้าซื้อทองคำ บริเวณราคา 1,860 ดอลลาร์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB