GUNKUL ตุนงบ 2.5 หมื่นล้าน รอผลคัดเลือกรับซื้อไฟฟ้า หวังกำลังผลิตแตะ 1,000 เมกะวัตต์
บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) เตรียมเงินลงทุน 2.5 หมื่นล้านบาท รอผลคัดเลือกรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน คาดรู้ผล 5 เม.ย. 66 เผยผ่านคุณสมบัติแล้วกว่า 20 โครงการ หวังดันกำลังผลิตปีนี้รวมแตะ 1,000 เมกะวัตต์ มั่นใจผลดำเนินงานโตไม่ต่ำ 15%
ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยว่า คาดปี 2566 ภาพรวมธุรกิจจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปีก่อน โดยธุรกิจโรงไฟฟ้ายังคงตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปีนี้ ซึ่งบริษัทฯ มีแผนเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานทดแทน ทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์ม และพลังงานลมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้กลุ่มบริษัทฯ มีความพร้อมทางด้านการเงิน และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่สามารถรองรับการเติบโตและการลงทุนได้มากกว่า 40,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เพื่อรองรับการเข้าร่วมการยื่นขอเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจำหน่ายไฟฟ้าในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ขนาด 5 กิกะวัตต์
กลุ่มบริษัทฯ มีเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรในทุกกลุ่มธุรกิจที่ดำเนินการอยู่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจพลังงานในอนาคต ทำให้บริษัทฯ มั่นใจว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ จะเติบโตได้ตามแผนที่วางไว้ คือ ไม่ต่ำกว่า 15%
RATCH ปิดดีลลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินอินโดฯ กำลังผลิต 2,045 เมกะวัตต์
สำหรับธุรกิจพลังงาน บริษัทฯได้ร่วมประมูลจัดหาไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบ Feed-in Tariff (FiT) ปี 2565-2573 ซึ่งได้กำหนดการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3 ประเภท ได้แก่ ก๊าซชีวภาพ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System : BESS) โดยบริษัทฯ ผ่านคุณสมบัติและเทคนิคขั้นต่ำของการประมูลรวมกว่า 20 โครงการ ส่งผลให้บริษัทมั่นใจว่าจะมีพอร์ตโฟลิโอ (portfolio) เมกะวัตต์รวมเติบโตตามเป้า 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งตามระเบียบคาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการคัดเลือกภายในวันที่ 5 เมษายน 2566 โดยบริษัทฯ มีงบลงทุนที่เตรียมไว้กว่า 25,000 ล้านบาท
ขณะที่ความคืบหน้าในการ Spin-Off บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (GPD) ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง (EPC) ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ในช่วงไตรมาส 4/2566 ซึ่งประเมินว่างานรับเหมาก่อสร้างจะมีเพิ่มขึ้นมากในช่วง 5 ปีนี้ เนื่องจากมีแผนจะเข้าไปรับงานภาคเอกชนมากขึ้น จากปัจุบันมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้กว่า 5,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะมีการประมูลงานใหม่กว่า 10,000 ล้านบาท เพื่อมาสนับสนุนงานในมือให้เพิ่มมากขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB