หุ้นไทยปิดเช้าร่วง 8.56 จุด กลุ่มพลังงานซื้อขายสูงสุด หลังน้ำมันโลกดิ่งแรง
หุ้นไทยเช้านี้ ดัชนีดิ่งแรงกว่า 21 จุด ลงไปแตะระดับต่ำสุดใน 9 เดือน ก่อนจะปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวขึ้นมาที่ 1,519.87 จุด ลดลงเหลือ 8.56 จุด หรือ -0.56% ซื้อขายรวม 31,871 ล้านบาท โดยกลุ่มพลังงานมูลค่ามีซื้อขายสูงสุด 7 พันล้านบาท นำโดยหุ้น PTT และ PTTEP หลังราคาน้ำดิบตลาดโลกร่วงแรง จากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2565 ตลาดหุ้นไทย ปิดภาคเช้าที่ 1,519.87 จุด ดัชนีร่วงกว่า 8.56 จุด หรือ -0.56% โดยช่วงระหว่างซื้อขายดัชนีลงไปแตะที่ 1,507.22 จุด ถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 9 เดือน นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2565 ปีที่ผ่านมา ขณะที่มูลค่าซื้อขายภาคเช้ารวม 31,871 ล้านบาท
โดยกลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดคือ กลุ่มพลังงาน (ENRG) อยู่ที่ 7,089 พันล้านบาท รองลงมากลุ่มธนาคาร (BANK) ที่ 4,620 ล้านบาท ถัดมากลุ่มหุ้นพาณิชย์ (COMM) ที่ 2,641 ล้านบาท
ล่าสุดหุ้น PTT มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดในตลาดที่ 1,662 ล้านบาท ราคาปรับลด -2.24% ปิดที่ 30.25 บาท รองลงมาหุ้น PTTEP ปรับลด -3.03% ที่ 144.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,381 ล้านบาท ถัดมาหุ้น KTB ปรับขึ้น +0.55% ที่ 18.20 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,333 ล้านบาท และหุ้น DELTA ปรับลด -0.65% ที่ 76.00 บาท มูลค่าซื้อขาย 1,282 ล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี ระบุในบทวิเคราะห์ คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้จะอ่อนตัวที่ระดับ 1,510 - 1,520 จุด โดยมีปัจจัยแรงกดดันที่หลากหลายทั้งความกังวลเศรษฐกิจหดตัวจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด (Fed) คาดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายอีก 0.25% สู่ระดับ 5.25% ในการประชุมวันนี้ 3 พ.ค.66 และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทรุดตัวลงแรง อีกทั้งความกังวลปัญหาภาคธนาคารของสหรัฐ และการขายลดความเสี่ยงก่อนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะหยุดทำการยาว 4 วันติดต่อกัน
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส คาดการณ์ว่า ตลาดหุ้นไทย (SET) จะยังอยู่ในภาวะผันผวนและมูลค่าการซื้อขายเบาบาง โดยหุ้นขนาดเล็กอยู่ในภาวะที่มีความเสี่ยงมากกว่า ประเมินกรอบ SET Index ช่วง 1,520 –1,545 จุด
โดยสัญญาณลบทางเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มปรากฏชัดเจนมากขึ้น ล่าสุดตัวเลขเปิดตำแหน่งงานใหม่ของสหรัฐฯ ปรัลลดลงที่ระดับ 9.59 ล้านตำแหน่ง ต่ำสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนถึงตลาดแรงงานที่อ่อนตัว รวมถึงความต้องด้านการจ้างงานลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่ กระทรวงการคลังสหรัฐ เตือนว่า การจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างมาก และรายได้จากภาษีอาจมีแนวโน้มน้อยลงในระยะถัดไปหากเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัว ท่ามกลางปัญหาหนี้สาธารณะทะลุเพดานที่กำหนดไว้ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1 พันล้านล้านบาท นับตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้ผิดนัดชำระหนี้ในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ หากทางสภาครองเกรสไม่ปรับเพิ่มเพดานหนี้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB