EA เซ็น MOU บริษัทจีน ศึกษาตั้งโรงงานผลิตแบตฯรถอีวี ในไทย
บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) เซ็นบันทึกความเข้าใจร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีในประเทศจีน เพื่อศึกษาจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ขั้นสูงในไทย รองรับยานยนต์ไฟฟ้า โบรกฯชี้การศึกษายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และยังไม่มีระยะเวลาที่ชัดเจน หนุนราคาหุ้นแค่ช่วงสั้นเท่านั้น
เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2566 บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 66 ที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับ EVE Energy Co., Ltd ผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) อันดับ 3 ของประเทศจีน เป็นผู้เชียวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้า และด้าน Energy Storage System (ESS)
ขณะเดียวกันบริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Sunwoda Mobility Energy Technology Co., Ltd. ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอันดับ 5 ประเทศจีน และอันดับ 9 ในตลาดโลก โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรี่ PHEV/HEV ตลอดจนแบตเตอรี่Super-Fast Charge
โดยการบันทึกความเข้าใจดังกล่าว เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่กำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 6 กิกะวัตต์ชั่วโมงต่อปีในประเทศไทย โดยคาดว่าผลจากการศึกษานี้จะนำไปสู่การจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ขั้นสูงด้วยต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่เพื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า
ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของแบตเตอรี่ในกลุ่มบริษัท รวมถึงตลาดแบตเตอรี่ในประเทศไทยและอาเซียน หากบริษัทมีความคืบหน้าเรื่องการจัดตั้งโรงงานผลิตเซลล์แบตเตอรี่ดังกล่าว จะรายงานความคืบหน้าต่อไป
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นอารมณ์ (Sentiment) เชิงบวก ต่อราคาหุ้น EA ในช่วงสั้น แต่ในภาพระยะยาวนั้น ยังถือเป็นประเด็นที่ต้องติดตามผลการศึกษาว่าจะประสบความสำเร็จและสามารถจัดตั้งโรงงานแบตเตอรี่ได้จริง หรือไม่
ซึ่งหากมีความเป็นไปได้จริง และสามารถหาฐานลูกค้าเข้ามารับการผลิตแบตเตอรี่ดังกล่าวได้ จะถือเป็นส่วนช่วยหนุนธุรกิจแบตเตอรี่ของ EA ให้เห็นภาพกำไรที่เติบโตขึ้นได้ในอนาคต
แต่อย่างไรก็ตาม EA ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการศึกษาความเป็นไปได้ของบันทึกความเข้าใจเท่านั้น ซึ่งยังต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาอีกสักระยะ และจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติบไปยังบริษัทฯ ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับระยะเวลาในการศึกษาที่ชัดเจน รวมไปถึงเงินลงทุนเริ่มต้น, ช่วงเวลาก่อสร้าง, และประมาณการกำไร จึงถือยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
โดยเบื้องต้น ฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการ และ FV ณ สิ้นปี 2566ของ EA ที่ 64 บาท ทิศทางกำไรปกติในช่วงสั้นงวดไตรมาส 2 ปี 66 คาดลดลงจากไตรมาสก่อนหน่า จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่คาด กระแสลมอ่อนตัวตามฤดูกาล รวมถึงภาพกำไรในช่วง 1-2 ปีข้างหน้ายังถูกกดดัน จากรายได้ส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้า (Adder) ที่เริ่มทยอยหมดลง
ทั้งนี้ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากว่า 12% ซึ่งคาดสอดรับกระแสข่าวดังกล่าวไปแล้วระดับหนึ่ง จนปัจจุบันเหลือ upside เพียง 3.6% ดังนั้นหากเข้าลงทุนด้วยประเด็นดังกล่าว จึงควรใช้ความระมัดระวัง
ล่าสุดหุ้น EA วันนี้ปิดตลาดปรับเพิ่มขึ้นมาราว 3.77% ราคาอยู่ที่ 62 บาทต่อหุ้น โดยในช่วงกว่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นปรับขึ้นมากว่า 18%
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB