BBL ไตรมาส3/66 ดอกเบี้ยหนุนกำไรโต 48.2% แตะ 11,350 ล้านบาท
ธ.กรุงเทพ (BBL) รายงานไตรมาส 3 ปี 66 มีกำไร 11,350 ล้านบาท เติบโต 48.2% จากรายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมตั้งสำรองฯเพิ่มอีก 8,969 ล้านบาท มองเศรษฐกิจไทยระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงจากหลายด้าน
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2566 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานผลดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 11,350 ล้านบาท เติบโต 48.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ส่งผลให้รวมงวด 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 32,773 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดย BBL มีรายได้ดอกเบี้ยเท่ากับ 34,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 8,443 ล้านบาท ลดลง 17.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน เท่ากับ 19,208 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ BBL ได้ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 8,969 ล้านบาท ส่งผลให้รวม 9 เดือน ปี 66 อยู่ที่ 26,323 ล้านบาท
สำหรับเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,723,751 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 จากสิ้นปี65 ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ
ขณะที่สินเชื่อรวมที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) มีจำนวน 94,884 ล้านบาท อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อรวมที่มีการด้านค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวม (NPL ratio) เท่ากับ 3.0% และมีอัตราส่วนค่าเผื่อขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อรวมที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (Coverage Ratio) เท่ากับ 283.3%
ณ วันที่ 30 ก.ย. 2566 BBL มีทรัพย์สินรวม 4,559,185 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากสิ้นปี 65 และหนี้สินรวม 4,029,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 65 ขณะที่เงินรับฝากอยู่ที่ 3,163,297 ล้านล้านบาท ลดลง 1.5% จากสิ้นปี 65
BBL ประเมินเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในระบบเศรษฐกิจโลก เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและคงไว้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อของประเทศต่าง ๆ การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่อาจกระทบต่อการส่งออกของไทย ตลอดจนปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป
ขณะเดียวกันแม้ว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในทิศทางฟื้นตัว แต่ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือเกิดโอกาส หรือเป็นความท้าทายทางธุรกิจ โดยตั้งแต่ต้นปี 2566 ตลาดการเงินโลกมีความผันผวน แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย อยู่ในระดับสูง ความยืดเยื้อของสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงความท้าทายจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งพฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้บริโภค และการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจเพื่อรองรับการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้หลังโควิด-19 ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเพิ่มขึ้น
ด้านหุ้น BBL วันที่ 19 ต.ค. 66 ปิดตลาดราคาอยู่ที่ 168.5 บาทต่อหุ้น มูลค่าปรับเพิ่มขึ้นราว 1.2% ในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : สรุปผลประกอบการสำหรับงวดสามเดือนและงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566
ราชกิจจาฯเผยแพร่คำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 11 แกนนำพันธมิตรฯ
กางปฏิทินจ่ายเงินเดือนข้าราชการ ค่าจ้างลูกจ้างประจำ บำนาญ ปี 2566
ประกาศเตือนฉบับที่ 4 พายุดีเปรสชันทวีกำลังแรงขึ้น!
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB