KBANK ไตรมาส 3/66 กำไร 11,282 ล้านบาท เพิ่ม 6.69% ตั้งสำรองฯสูงหวั่น ศก.โลกทรุด
ธ.กสิกรไทย (KBNAK) ประกาศงบไตรมาส 3 ปี 66 มีกำไร 11,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.69% จากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่ยังคงตั้งสำรองฯในระดับสูงเพิ่มขึ้น 28.5% ที่ 12,793 ล้านบาท เหตุกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว พร้อมจับความตึงเครียดในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด หวั่นยืดเยื้อหรือขยายวงกว้าง
TTB ไตรมาส 3/66 กำไร 4,735 ล้านบาท พุ่ง 27.5% จากรายได้ดอกเบี้ยเติบโต
เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2566 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ปี 66 ธนาคารและบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงาน 47,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 11,282 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยที่เติบโต แต่ธนาคารยังคงมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่
สำหรับกำไรจากการดำเนินงานก่
โดยส่งผลให้ 9 เดือนแรก ปี 66 มีกำไรสุทธิ 33,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านรายได้ดอกเบี้ยสุทธิของ KBNAK เท่ากับ 38,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เท่ากับ 9,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ในไตรมาสนี้ KBNAK ได้ตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อยู่ที่ 12,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อรวม 9 เดือนแรก ตั้งสำรองฯอยู่ที่ 38,269 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งธนาคาร ระบุว่า ได้คำนึงถึงสัญญาณชะลอตัว และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่ยังส่งผลการขยายตัวเศรษฐกิจในประเทศอยู่ในกรอบจำกัด
ทั้งนี้เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (%NPL gross) อยู่ที่ระดับ 3.11% เมื่อเทียบกับ 3.19 % ณ สิ้นเดือน ธ.ค. และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ที่ 154.90%
โดยธนาคารมีเงินให้สินเชื่อเท่ากับ 36,125 ล้านบาท ลดลง 25.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาตากการพิจารณาปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวัง และการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่ง ณ สิ้นเดือน ก.ย.66 มีเงินให้สินเชื่อรวมที่ 2,322,243 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.34% จากสิ้นเดือน ธ.ค.65
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KBNAK เปิดเผยว่า แนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2566 แม้เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวได้ต่อเนื่อง แต่แรงหนุนจากมาตรการของภาครัฐในปีนี้น่าจะมีจำกัด ประกอบกับยังต้องติดตามผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญ่ต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกร รวมถึงผลกระทบจากระดับหนี้ครัวเรือนและต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูงที่อาจกดดันทิศทางการใช้จ่ายภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังต้องติดตามความตึงเครียดในอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพราะหากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือขยายวงกว้างออกไป ก็อาจทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกผันผวนในกรอบสูงเป็นเวลานาน ซึ่งก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย และทำให้ตลาดการเงินรวมถึงค่าเงินบาทมีความผันผวนตามไปด้วย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : สรุปผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อย สำหรับไตรมาส 3 และงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566
เรียกร้องถอดสัญชาติ เบนเซม่า ยึดบัลลงดอร์ หลังเชื่อมโยงกลุ่มก่อการร้าย
พยากรณ์ล่วงหน้า 24 ต.ค. - 2 พ.ย. ฝนปนอากาศเย็น นับถอยหลังฤดูหนาว!
อุตุฯ ประกาศฉบับที่ 6 พายุโซนร้อน “ซันปา”
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB