BCP ไตรมาส 3 กำไรทุบสถิติ 11,011 ล้านบาท พุ่ง 345%
กลุ่มบางจาก (BCP) ประกาศงบไตรมาส 3 ปี 66 กำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 11,011 ล้านบาท เติบโต 345% รับรู้กำไรพิเศษซื้อหุ้น ESSO รวมถึงรายได้ในธุรกิจน้ำมันที่เติบโต จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับสูงขึ้นในไตรมาสนี้
BCPG รับโอนหุ้น 9 พันล้านบาท ปิดดีลโรงไฟฟ้าสหรัฐฯ พร้อมรับรู้รายได้ทันที
บริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไร 11,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 345% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา 39 ปี และรายได้ 94,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้มี EBITDA เท่ากับ 13,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
เมื่อรวม 9 เดือนแรกของปี 66 มีรายได้รวม 242,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และกำไรอยู่ที่ 14,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยในไตรมาสนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน ได้รับปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่ปรับเพิ่มขึ้น จากความกังวลอุปทานน้ำมันดิบโลกตึงตัว หลังซาอุดีอาระเบียปรับลดกำลังผลิตน้ำมันดิบ และรัสเซียขยายเวลาลดการส่งออกน้ำมันดิบ ด้านธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด รับรู้การผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศ สปป.ลาว เต็มไตรมาส รวมถึงรับรู้ปริมาณการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา ที่ถือเป็นส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม 2 โครงการ
นอกจากนี้ BCP ยังรับรู้ผลดำเนินงานของ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO ในสัดส่วน 76.34% ตั้งแต่ 1 ก.ย.66 โดยมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการซื้อหุ้นเอสโซ่ (PPA) 7,389 ล้านบาท
รายได้แบ่งตามกลุ่มธุรกิจภายใต้ "บางจาก"
- กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการค้าน้ำมัน มีรายได้ 69,274 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กลุ่มธุรกิจการตลาด มีรายได้ 46,718 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กลุ่มธุรกิจเอสโซ่ (ประเทศไทย) มีรายได้ 16,781 ล้านบาท
- กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าพลังงานสะอาด มีรายได้ 1,603 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ มีรายได้ 3,526 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาต มีรายได้ 7,146 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ณ วันที่ 30 ก.ย. 66 มีสินทรัพย์รวม 328,857 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36% จากสิ้นปี 65 และหนี้สินรวม 222,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.9% จากสิ้นปี 65 ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 31,798 ล้านบาท
สำหรับในไตรมาส 4 ปี 66 บริษัทฯมองว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มทรงตัว โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความกังวลเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ประกอบกับอุปสงค์น้ำมันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหลังเข้าสู่ฤดูหนาว
อย่างไรก็ตามค่าการกลั่นยังมีปัจจัยกดดันจากความไม่แน่นอนของอุปสงค์น้ำมัน ท่ามกลางการชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อทั่วโลก โดยเฉพาะการฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีนที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งจะมีผลทำให้การส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของจีนเพิ่มขึ้น ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญในการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 สะท้อนอย่างชัดเจนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจ อันเกิดจากการวางรากฐานในการสร้างขีดความสามารถของบางจากฯ นับเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในหน้าประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจ ด้วยจุดยืนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อบางจากฯ ในการแสวงหาและคว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สู่ความสำเร็จที่มากยิ่งขึ้น โดยเรายังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและมุ่งเน้นการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาสมดุลของความท้าทายด้านพลังงาน 3 ประการ (Energy Trilemma)
ล่าสุดหุ้น BCP วันที่ 8 พ.ย. 66 ปิดตลาดราคาอยู่ที่ 40.75 บาทต่อหุ้น มูลค่าเพิ่มขึ้น 5.16% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา และใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มได้ที่ : คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2566
พยากรณ์อากาศ “ฝนฟ้าคะนอง-ฝนตกหนัก” กทม.โดน 60% ของพื้นที่
ยิงปะทะ “เสี่ยแป้ง นาโหนด” บนเทือกเขาบรรทัด
เผยโฉม 86 สาวงาม ชิง Miss Universe 2023 เงื่อนไขใหม่สาวข้ามเพศ-แต่งงาน-มีลูก เข้าประกวดลุ้นมง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB