อุตสาหกรรมเหล็กไทยยังสดใส ? หลังเจอจีนทุ่มตลาดยาวนาน
พีพีทีวี คุยกับ นายกสมาคมการค้าเหล็กลวดไทย ถึงอนาคตและแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กของไทยในปี 2567 นี้ว่ายังสดใสอยู่หรือไม่
สถานการณ์เหล็กไทย สดใสหรือไม่ในปี 2567 หลังปี 2566 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมเหล็กไทยเผชิญกับความยากลำบากพีพีทีวี มีโอกาสพูดคุยกับ คุณธีรยุทธ เลิศศิรรังสรรค์ นายกสมาคมการค้าเหล็กลวดไทย ถึงอนาคตและแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กของไทยในปี 2567 นี้ว่ายังสดใสอยู่หรือไม่
คำถามสำคัญ เหล็กไทยโดนจีนทุ่มตลาด?
คุณธีรยุทธ บอกว่า การทุ่มราคาส่งออกจากจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ และเกิดขึ้นมานานร่วม 10 ปี และเห็นชัดขึ้นเมื่อจีนเริ่มเพิ่มกำลังการผลิต ปีละกว่า 50 ล้านตัน
ขณะที่ความต้องการในประเทศลดลง หลังการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก ปี 2008 เมื่อความต้องการสวนทางกับกำลังการผลิต จีนจึงเริ่มส่งออกเหล็กประเภทต่าง ๆ รวมทั้งเหล็กลวด มายังประเทศไทย เริ่มจากระดับ 2 แสนตัน ต่อปี เพิ่มสูงขึ้นเป็นระดับ 1.2-1.3 ล้านตันต่อปี ขณะที่ไทยมีการบริโภคเหล็กลวดราวๆ 2.2-2.4 ล้านตันต่อปี
กลับมาดูที่ประเทศไทย การใช้กำลังการผลิตเหล็กในประเทศเองก็ต่ำเช่นกันในระดับไม่ถึง 30% ของกำลังผลิตอุตสาหกรรมเหล็กไทย ซึ่งปริมาณการผลิตที่ต่ำนั้นส่วนหนึ่งมาจากการใช้สินค้านำเข้าอย่างที่กล่าวไป โดยสัดส่วนการบริโภคในประเทศเหล็กลวดมีการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศเพียง 34% สะท้อนว่ากำลังการผลิตในประเทศนั้นมีอยู่ แต่มีการนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน และประเทศต่างๆ มาบิดเบือนโครงสร้างด้านราคา
รวมถึงกรณีเหล็กเส้นอัตราการใช้กำลังการผลิตค่อนข้างต่ำและทรงตัว แม้ว่าจะมีมาตรการห้ามตั้ง ห้ามขยายเหล็กเส้น โดยที่มาตรการนี้กำลังหมดอายุในต้นปีหน้าหลังจากบังคับใช้มาเป็นเวลาเกือบ 5 ปี
มาที่เหล็กลวด พบว่าอัตราการผลิตลดลงจากปีก่อนจาก 30% เหลือเพียง 28% และเช่นกันเป็นผลจากการยกเลิกมาตรการทุ่มตลาดสินค้าเหล็กลวดคาร์บอนต่ำ ทำให้การนำเข้าจากจีนเพิ่มสูงขึ้นในราคาที่ลดลง
นอกจากอุตสาหกรรมภายในจะสูญเสียปริมาณขายแก่สินค้านำเข้าแล้ว ราคาสินค้ายังไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง อันส่งผลเสียต่อผู้ผลิตในประเทศ
หากย้อนดูในปี 2022 ช่วง 10 เดือน คือ ม.ค.-ต.ค. ราคาเหล็กลวดนำเข้าจากจีนอยู่ที่ 926 ดอลลาร์ต่อตัน แต่ในปี 2023 ช่วงเวลาเดียวกันราคาลงมาอยู่ที่ 663 ดอลลาร์ต่อตัน
อย่างไรก็ตาม ไม่เพียงแต่ประเทศจีนเท่านั้น ยังมีการนำเข้าในราคาทุ่มตลาดจากทั้ง รัสเซีย เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดเซีย ไปจนถึงการนำเข้าในลักษณะหลบเลี่ยงมาตรฐาน เช่น การไม่ขอใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งใช้ช่องโหว่จากพื้นที่ Free zone
คุณธีรยุทธ ขยายความตรงนี้ว่า Free zone คือพื้นที่พักสินค้าชั่วคราว หลังจากมีลูกค้าที่ต้องการจะส่งสินค้าออกไปต่างประเทศตามคำสั่งซื้อ และสามารถขายในประเทศได้ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่นำสินค้าเหล็กมาทุ่มตลาดซึ่งกำลังมีแนวโน้มมากขึ้น โดยปัจจุบันมีทั้งจีนและรัสเซียที่ขายเหล็กลวดคาร์บอนต่ำเข้ามาพักใน Free zone
คุณธีรยุทธ มองว่าเป็นวิกฤตการณ์ที่น่าเป็นห่วงซึ่งไม่ใช่เฉพาะแค่ในอุตสาหกรรมเหล็กแต่อาจกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม
พีพีทีวี จึงถามต่อว่า แล้วทำไม จีน ถึงขายราคาต่ำได้?
คุณธีรยุทธ บอกว่า เพราะผู้ผลิตจีนเองจะเป็นผู้นำเข้าในปริมาณครั้งละมากๆ สามารถลดต้นทุน และตัดพ่อค้าคนกลางออก แล้วลงมาเป็นผู้ขายเอง ทำให้ประหยัดต้นทุน ราคาขายก็ยิ่งต่ำลงอีก ในขณะที่ปริมาณการขายมากขึ้น ทำให้เกิดผลกำไรมากขึ้นด้วย สะท้อนชัดถึงการเอาเปรียบอุตสาหกรรมเหล็กไทยอย่างมาก
“ข้อมูลจาก สมาพันธ์ผู้ผลิตเหล็กของญี่ปุ่น หรือ JISF (Japan Iron and Steel Federation) พบว่า 40% ของผู้ผลิตเหล็กในประเทศจีน ประสบภาวะขาดทุนใน ปี 2566 จึงยิ่งเป็นตัวกระตุ้นในจีนส่งออกมายังไทยมากขึ้นไปอีก”
Magnific/davit85
อุตสาหกรรมภายในจะสูญเสียปริมาณขายแก่สินค้านำเข้าแล้ว ราคาสินค้ายังไม่สะท้อนต้นทุนการผลิตที่แท้จริง อันส่งผลเสียต่อผู้ผลิตในประเทศ
นำมาซึ่งการปิดตัวลงของ BISW หรือ บริษัทโรงงานเหล็กกรุงเทพ?
ราวเดือน พฤศจิกายน 2566 บริษัท โรงงานเหล็กกรุงเทพฯ จำกัด (สำนักงานใหญ่) หรือ BISW ซึ่งมีอายุเกือบ 60 ปี ลงนามในประกาศฉบับที่ 11/2566 แจ้งพนักงานบริษัทเกี่ยวกับการเลิกจ้างพนักงาน
โดยระบุว่า เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมเหล็ก ซึ่งมีผลกระทบต่อบริษัทฯ มาโดยตลอดตามระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี บริษัทฯ ประสบปัญหาขาดทุนสะสมมาโดยตลอด แม้จะพยายามปรับตัวโดยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา เพื่อทำการผลิต แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถทนแบกรับ การขาดทุน สะสมต่อเนื่องได้เพราะสินค้าที่ผลิตใหม่ก็ยังต้องเจอการทุ่มตลาดจากจีน
รวมถึงยังมีอีกหลายบริษัทที่ต้องเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเจ้าของเป็นต่างชาติ บางส่วนต้องให้เช่าโรงงาน หรือ เลิกกิจการไปในที่สุด และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการทุ่มราคา การนำเข้าแล้ว ยังมีเรื่องของการตัดราคาทุ่มตลาดระหว่างผู้ผลิตในประเทศด้วยกันเอง ซึ่งเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดที่แท้จริงและรุนแรงกว่า
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของเทรนด์รักษ์โลก และการลดการปล่อยคาร์บอนในปริมาณที่สูง ซึ่งเข้ามามีบทบาทต่ออุตสาหกรรมเหล็กอย่างมาก ซึ่งในความเป็นจริง คุณธีรยุทธ บอกว่า ประเทศไทยผลิตเหล็กด้วยเตาหลอมไฟฟ้า (EAF) ซึ่งใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ ซึ่งไม่มีการปล่อยคาร์บอน ไม่ใช่การผลิตจากเตาถลุงหรือการหลอมแร่เหล็ก ซี่งมีการปล่อยคาร์บอนจำนวนมาก
ดังนั้นการใช้ EAF จึงช่วยในเรื่องลดการปล่อยคาร์บอนอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือ ประเทศไทยต้องเริ่มมองถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเศษเหล็กที่จะเกิดขึ้น เช่น นโยบายการสงวนเศษเหล็กไว้ใช้ในประเทศเหมือนกับประเทศอื่น ๆ แต่ปัจจุบันพบว่า ความต้องการเศษเหล็กในประเทศมีปริมาณ 6 ล้านตัน โดนมีซัพพลายในประเทศประมาณ 4 ล้านตัน และต้องนำเข้าอีก 2 ล้านตันขณะที่มีการส่งออกเศษเหล็กไปต่างประเทศจำนวน 4 แสนตัน หรือ ประมาณ 10% ของซัพพลายในประเทศ
Magnific/kasipat
ประเทศไทยต้องเริ่มมองถึงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนเศษเหล็กที่จะเกิดขึ้น เช่น นโยบายการสงวนเศษเหล็กไว้ใช้ในประเทศเหมือนกับประเทศอื่น ๆ
แนวทางการช่วยเหลือจากภาครัฐ? ต่ออุตสาหกรรมเหล็ก
ดูเหมือนว่า ณ วันนี้ อุตสาหกรรมเหล็กก็ยังคงเผชิญกับสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมา และได้พยายามเสนอแนวทางการช่วยเหลืออุตสาหกรรมเหล็กแก่ภาครัฐ ซึ่งมีกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้ง
กระทรวงพาณิชย์ แก้ปัญหาเรื่องการทุ่มตลาดอย่างเร่งด่วน นโยบายสงวนเศษเหล็กไว้ใช้ในประเทศ
กระทรวงอุตสาหกรรม เช่น กำกับดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) อย่างเข้มงวด เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยจากมาตรฐานของคุณภาพผลิตภัณฑ์ กำกับดูแลโรงงาน ต่ออายุมาตรการห้ามตั้ง ห้ามขยายเหล็กเส้น ขยายขอบเขตมาตรการที่มีอัตราการใช้กำลังการผลิตต่ำกว่า 30%
กระทรวงการคลัง เช่น กำหนดการเก็บภาษีคาร์บอนจากผู้นำเข้าให้เท่าเทียมกับภาษีคาร์บอนที่กำลังพิจารณาออกกฏหมายกับผู้ผลิตในประเทศ เพิ่มสัดส่วนการใช้งานวัตถุดิบในประเทศ
กระทรวงพลังงานและคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ ออกมาตรการที่เอื้ออำนวยการเพิ่มอัตราการใช้กำลังผลิต ให้สูงขึ้น ใน ระดับ ที่เหมาะสม เช่น ที่ระดับ 70 % เป็นต้น
และนอกจากนี้ ขอเสนอให้มีการกำหนดให้ซากรถเก่าที่ถูกทิ้งตามที่สาธารณให้เป็นขยะอันตราย ที่ต้องนำไปกำจัด และการกำหนดอายุใช้งานของของรถยนต์ เพื่อนำซากจากรถยนต์ที่หมดอายุมาผลิตเป็นวัตุถุดิบสำหรับการผลิตเหล็ก ตอบโจทย์เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดการปล่อยคาร์บอนสู่บรรยากาศตามนโยบายของรัฐบาล
ทั้งหมดจะเกิดผลเป็นรูปธรรมจำเป็น ต้องมีนโยบาย จากรัฐบาล กำหนดทิศทางการดำเนินงานร่วมกัน ไม่เพียงแต่เป็นเพียงการดำเนินของกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเท่านั้น แต่จะต้อง มีการบูรณาการ ทำงานร่วมกัน ในทิศทางเดียวกันของ ทุกกรม กอง สำนักงาน ในกระทรวงต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทันเวลา เพื่อไม่ให้อุตสาหกรรมเหล็กไทย ตกต่ำไปมากกว่านี้
9 ของไหว้มงคล"ตรุษจีน 2569" อาหารคาว-หวาน ผลไม้มีอะไรบ้าง
เช็กสถิติหวยออกย้อนหลัง 15 ปี งวดประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์
ประกาศฉบับที่ 1 เตือนอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB