จองหุ้นโอ้กะจู๋ ต้องดูความเสี่ยงและการรับมืออะไรบ้าง
บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ รายงานต่อคณะกรรมการหลักทรัพย์และกำกับหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยมอง 4 ความเสี่ยงและการรับมือกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
บมจ.ปลูกผักเพราะรักแม่ หรือ OKJ มองความเสี่ยงและการรับมือกับความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 4 ความเสี่ยง คือ
1.ความเสี่ยงทั่วไปในการประกอบธุรกิจ
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณผลผลิตของวัตถุดิบประเภทผักและผลไม้ จากภัยพิบัติ ศัตรูพืช และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ มีสวนผักที่ปลูกผักออร์แกนิคอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และมีการรับซื้อจากเกษตรกรในบริเวณภาคเหนือ
ระเบิดวอล์กกี้ทอล์กกี้ถล่มซ้ำเลบานอน เสียชีวิต 20 ราย
ดังนั้น สภาพภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก หรือพื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหาย อาจทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถเก็บเกี่ยวและซื้อวัตถุดิบได้ตามปริมาณและเวลาที่ต้องการ
- ความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบและความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ซึ่งจัดซื้อจากบุคคลภายนอก เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องปรุง เป็นต้น ซึ่งราคาวัตถุดิบเหล่านี้อาจผันผวนตามอุปสงค์อุปทานของตลาดโลก ภาวะสงคราม รวมถึงต้นทุนการขนส่งสินค้า และอาจส่งผลให้บริษัทฯ อาจขาดแคลนวัตถุดิบและไม่สามารถผลิตอาหารได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า
- ความเสี่ยงจากการไม่สามารถบริหารจัดการวัตถุดิบ รวมถึงควบคุมคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และสุขอนามัยของผลิตภัณฑ์ให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถผลิตอาหารได้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า หรืออาจต้องหยุดดำเนินงานร้านสาขาในบางช่วงเวลา
- ความเสี่ยงจากสภาวการณ์แข่งขันสูงของอุตสาหกรรม และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ และความนิยมในแบรนด์สินค้าของบริษัทฯ ที่อาจปรับตัวลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ อาจมีความเสี่ยงที่แบรนด์สินค้าของบริษัทฯ ได้รับความนิยมลดลง ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน ของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของผู้บริโภค และอาจส่งผล กระทบต่อเนื่องให้ผู้บริโภคใช้จ่ายหรือทานข้าวนอกบ้านลดลง ซึ่งส่งผลต่อรายได้ของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจหยุดชะงัก เนื่องจากสาเหตุต่างๆ เช่น โรคระบาด เหตุการณ์ทางการเมือง ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการผลิตและจัดซื้อวัตถุดิบ หรือเหตุการ์ที่ทำให้ต้องมีการหยุดให้บริการร้านอาหารและเครื่องดื่มของบริษัทฯ ชั่วคราว
- ความเสี่ยงในการจัดหาบุคลากรในฝ่ายปฏิบัติการแต่ละสาขา โดยบริษัทฯ อาจไม่สามารถจัดหาพนักงานใหม่เพื่อรองรับการลาออกของพนักงานได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งอาจไม่สามารถจัดหาพนักงานใหม่เพื่อรองรับการขยายสาขาของบริษัทฯ ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ ความสามารถในการเติบโตของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน จากการที่ตลาดแรงงานโดยรวมมีภาวะตึงตัวและมีการแข่งขันสูงขึ้น และความเสี่ยงจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานที่อาจถูกปรับขึ้นในอนาคต ตามนโยบายของรัฐบาลที่มีแผนจะปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานของบริษัทฯ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงในการจัดเก็บและบริหารเงินสดที่สาขา เนื่องจากบริษัทฯ มีการรับชำระค่าสินค้าและบริการบางส่วนในรูปแบบเงินสด ซึ่งมีความเสี่ยงที่เงินสดดังกล่าวอาจสูญหาย และส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการไม่สามารถจัดหาพื้นที่เช่า เพื่อขยายสาขาใหม่ และ/หรือไม่สามารถต่อสัญญาเช่าพื้นที่ของสาขาเดิมได้ และ/หรือการดำเนินธุรกิจร้านอาหารบนพื้นที่เช่าที่อยู่ระหว่างการรอลงนามในสัญญาเช่าจากผู้ให้เช่า ซึ่งทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงที่จะเปิดสาขาใหม่ไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้หรือมีราคาค่าเช่าที่สูงกว่าที่คาดการณ์ นอกจากนี้ หากบริษัทฯ มีการทำผิดเงื่อนไขในสัญญาเช่าด้วยเหตุสุดวิสัยใดๆ อาจส่งผลให้บริษัทฯ ไม่ได้รับการต่อสัญญาเช่าพื้นที่หรือถูกยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สูญเสียพื้นที่ดำเนินธุรกิจร้านอาหารที่มีศักยภาพ
- บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการขยายอายุสัญญา หรือต่อสัญญาเช่าเดิมที่บริษัทฯ มีอยู่ หรืออาจไม่สามารถหาสถานที่เช่าอื่นๆ เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับสวนผักของบริษัทฯ แม้ว่าในปัจจุบันบริษัทฯ จะไม่เคยมีประเด็นในการต่ออายุสัญญาเช่า และไม่เคยถูกบอกเลิกสัญญาจากผู้ให้เช่า อย่างไรก็ดี บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการที่ผู้ให้เช่าพื้นที่อาจบอกเลิกสัญญาเช่า ไม่ต่ออายุสัญญา และ/หรือ มีการต่อสัญญาโดยปรับเพิ่มราคาค่าเช่า รวมถึงปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ ในสัญญาเช่า ซึ่งอาจเป็นผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถใช้ที่ดินในการประกอบธุรกิจต่อไปได้ หรืออาจต้องมีค่าใช้จ่ายในการเช่าเพิ่มขึ้น
- ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของร้านอาหารของบริษัทฯ โดยปัจจุบันร้านอาหารของบริษัทฯ ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด อาจส่งผลให้สาขาร้านอาหารของบริษัทฯ ต้องหยุดให้บริการ ซึ่งจะส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงิน ของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการไม่ประสบความสำเร็จของสาขาที่เปิดใหม่ เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการเติบโต ทั้งนี้ หากสาขาที่เปิดใหม่ไม่สามารถสร้างผลการดำเนินงานที่ดีหรือไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการบอกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ก่อนกำหนด บริษัทฯ มีการเช่าพื้นที่จากบุคคลภายนอกหลายแห่ง เพื่อใช้เป็นสวนผัก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สำนักงาน และคลังสินค้า ซึ่งบริษัทฯ ไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ ในอนาคต และบริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องบอกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ก่อนครบกำหนดอายุสัญญาเช่า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงใดๆ โดยการบอกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่ก่อนกำหนดดังกล่าว อาจส่งผลให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาระค่าปรับเนื่องจากการบอกเลิก หรือทำผิดสัญญา
- ความเสี่ยงเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งใช้ในการทำงานของหน่วยงานต่างๆ ของบริษัทฯ ซึ่งหากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ มีปัญหาขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการว่าจ้างบุคคลภายนอกในการให้บริการคลังสินค้าและการขนส่ง ซึ่งหากผู้ให้บริการประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในสัญญาการให้บริการ อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงเกี่ยวกับความคุ้มครองของเครื่องหมายการค้า และสูตรอาหาร ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าและส่งผลต่อความสำเร็จของบริษัทฯ ทั้งในมุมของธุรกิจ การตลาด การจำหน่ายสินค้าและการให้บริการ ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถป้องกันได้อย่างเพียงพอในการไม่ให้ผู้อื่นมาใช้เครื่องหมายการค้า หรือทรัพย์สินทางปัญญาของ บริษัทฯ โดยการกระทำดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงและมูลค่าของแบรนด์บริษัทฯ รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจและส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงในการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจากการไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของใบอนุญาตที่สำคัญ โดยบริษัทฯ ไม่สามารถรับรองได้ว่าหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องจะไม่กำหนดกฎระเบียบเพิ่มเติม หรือปรับเปลี่ยนกฎระเบียบในปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น เพื่อดำเนินการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ให้สอดคล้องและเป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวขึ้นอยู่กับนโยบายของทางภาครัฐ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของประเทศในขณะนั้น
- ความเสี่ยงเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทฯ จะต้องปรับกระบวนการการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว โดยบริษัทฯ มีการเก็บ รวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่เป็นสมาชิก (Member) ของบริษัทฯ เพื่อใช้ในการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากบริษัทฯ ไม่สามารถจัดการความเสี่ยงเหล่านี้ได้ ชื่อเสียงและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อาจได้รับผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงเกี่ยวกับมาตรฐานการรับรองผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยปัจจุบันกระบวนการเพาะปลูกของบริษัทฯ มีได้รับการรับรองด้วยมาตรฐานออร์แกนิคระดับสากล ทั้งนี้ หากบริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการเพาะปลูก หรือกระบวนการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือมาตรฐานดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือวิธีการตรวจสอบ อาจทำให้บริษัทฯ สูญเสียการรับรองจากมาตรฐานดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือต่อผลิตภัณฑ์และส่งผลต่อยอดขายของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของบัตรสมาชิกของบริษัทฯ ซึ่งหากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของลูกค้าสมาชิกอย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้บริษัทฯ ถูกร้องเรียนหรือถูกฟ้องร้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและชื่อเสียงของบริษัทฯ ได้
2. ความเสี่ยงด้านการเงิน
- ความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้และรักษาอัตราส่วนทางการเงินตามเงื่อนไขของสัญญากู้ยืมเงินของบริษัทฯ ซึ่งหากในอนาคตบริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดต่างๆ ตามสัญญากู้ยืมเงิน อาจส่งผลให้เจ้าหนี้สถาบันการเงินถือเป็นเหตุแห่งการผิดนัด และเรียกชำระคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนด หรือการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของสัญญาเงินกู้ดังกล่าว
- ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตลาดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญอาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ อาจไม่สามารถจ่ายเงินปันผล หรือาจเลือกที่จะไม่จ่ายเงินปันผลเนื่องจากการคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ รวมถึงฐานะทางการเงิน ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด ความต้องการเงินทุนหมุนเวียน และรายจ่ายฝ่ายทุนในอนาคต ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ ไม่สามารถรับรองได้ว่าบริษัทฯ จะสามารถสร้างผลกําไรได้ในอนาคต และคณะกรรมการของบริษัทฯ อาจไม่อนุมัติการจ่ายเงินปันผลแม้ว่าบริษัทฯ จะมีกำไรก็ตาม
3. ความเสี่ยงด้านการบริหารงาน และความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจของผู้ถือหุ้นใหญ่
- ความเสี่ยงจากการเช่าพื้นที่เพื่อใช้สำหรับเปิดร้านอาหาร พื้นที่สำหรับดำเนินธุรกิจฟาร์ม รวมถึงการขายสินค้าจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยบริษัทฯ มีการเช่าพื้นที่จากผู้ถือหุ้นใหญ่ และบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งของ บริษัทฯ เพื่อใช้ในการเปิดร้านอาหาร และสวนผัก ซึ่ง หากบริษัทฯ ไม่สามารถต่ออายุสัญญาเช่าดังกล่าวได้ อาจทำให้บริษัทฯ ต้องมีการหาพื้นที่แห่งใหม่ หรือพื้นที่แห่งใหม่อาจมีราคาค่าเช่าสูงกว่าพื้นที่เช่าแห่งเดิม นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการซื้อสินค้าจากบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งเพื่อนำมาประกอบอาหาร โดยบริษัทฯ มีความเสี่ยงจากการพึ่งพิงบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งดังกล่าวในฐานะผู้จัดจำหน่าย (Supplier) เนื่องจากอาจเกิดกรณีบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งดังกล่าวไม่สามารถผลิต จำหน่าย หรือขนส่งวัตถุดิบให้แก่บริษัทฯ ได้ในปริมาณและเวลาที่ต้องการ หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงของราคาต้นทุนวัตถุดิบ และบริษัทฯ ไม่สามารถซื้อวัตถุดิบจากผู้จัดจำหน่ายรายอื่นมาทดแทนได้ อาจส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และโอกาสทางธุรกิจในอนาคตของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้บริหารและบุคลากรหลัก ซึ่งหากบริษัทฯ ไม่สามารถรักษากลุ่มผู้บริหารและบุคลากรที่มีความสามารถไว้ได้ หรือไม่สามารถหาบุคลากรมาทดแทนได้ภายในเวลาที่เหมาะสมไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม อาจมีผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ และอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการดำเนินการที่อาจเกิดขึ้นจากความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งได้แก่ OR ซึ่งมีการลงทุนในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม OR ได้เข้าทำสัญญาห้ามแข่งขันทางธุรกิจกับบริษัทฯ เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น
4. ความเสี่ยงในการเสนอขายหลักทรัพย์
- ความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นคำขออนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเข้าเป็นหลักทรัพย์ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
- ราคาหุ้นสามัญของบริษัทฯ อาจมีความผันผวนซึ่งก่อให้เกิดผลขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ลงทุนที่ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในการเสนอขายหุ้นครั้งนี้
- ความเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ ไม่เคยเสนอขายหุ้นของบริษัทฯ ให้กับประชาชนมาก่อน และการซื้อขายหุ้นของ บริษัทฯ อาจมีปริมาณการซื้อขายในตลาดรองที่ไม่สูง หรือไม่สามารถรักษาปริมาณการซื้อขายให้อยู่ระดับสูงได้
- ความเสี่ยงจากการที่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ อาจมีการขายหุ้นของบริษัทฯ ในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อราคาซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ
- ความเสี่ยงกรณีกฎหมายไทยและข้อบังคับของบริษัทฯ มีข้อจำกัดการถือหุ้นของชาวต่างชาติ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสภาพคล่องและราคาตลาดของหุ้นบริษัทฯ
- ความเสี่ยงจากการที่ผู้ถือหุ้นสามัญที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไทยของบริษัทฯ อาจมีข้อจำกัดในการใช้สิทธิในการจองซื้อตราสารได้ในอนาคต
สำหรับ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ เสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก โดยเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 159,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.5 บาท ในราคาเสนอขาย (IPO) หุ้นละ 6.70 บาท ระยะเวลาจองซื้อ 23 - 25 กันยายน 2567
ซึ่งมีที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
อ่านฉบับเต็มได้ที่ : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB