เงินบาทกลับมาอ่อนค่าขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ
เช็กืศทางค่าเงินบาท-หุ้นไทยตลอดสัปดาห์หน้า หลังกลับมาอ่อนขณะที่หุ้นไทยร่วงลงท่ามกลางแรงขายของต่างชาติ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า1 เดือนที่ 33.66 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะพลิกอ่อนค่ากลับมาช่วงปลายสัปดาห์ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกและสกุลเงินเอเชีย
โดยสัปดาห์ระหว่างวันที่ 16-20 ธ.ค. ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 33.60-34.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุม กนง. (18 ธ.ค.)
ผลการประชุม FOMC (17-18 ธ.ค.) และ Dot Plot ของเฟด ผลการประชุม BOJ (18-19 ธ.ค.) ผลการประชุม BOE (19 ธ.ค.) การประกาศอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีนรวมถึงสัญญาณเงินทุนต่างชาติทิศทางเงินหยวนและราคาทองคำในตลาดโลก
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ(เบื้องต้น) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค. ยอดค้าปลีกการผลิตภาคอุตสาหกรรมข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านยอดขายบ้านมือสองและอัตราเงินเฟ้อที่วัดจากดัชนีราคาPCE/Core PCE เดือน พ.ย.
ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3/2567 (final) และตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิต/บริการ(เบื้องต้น) เดือนธ.ค. และอัตราเงินเฟ้อเดือน พ.ย. ของอังกฤษและยูโรโซนรวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาบ้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมยอดค้าปลีกและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรด้วยเช่นกัน
ส่องแนวโน้มหุ้นไทย
ด้านตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงตลอดสัปดาห์ตามแรงขายของต่างชาติ ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุนเนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาดประกอบกับมีวันหยุดในช่วงระหว่างสัปดาห์ อย่างไรก็ดี แม้จะมีประเด็นเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐที่จะผลักดันในปีหน้าแต่ก็ไม่เพียงพอที่จะประคองให้ตลาดหุ้นไทยขยับขึ้นได้
ทั้งนี้หุ้นกลุ่มพลังงานและโรงกลั่นร่วงลงมากในสัปดาห์นี้ เนื่องจากเผชิญแรงขายทำกำไร ประกอบกับมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ไทยอาจรับผลกระทบจากนโยบายของนายโดนัลด์ทรัมป์ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงต่อเนื่องในช่วงท้ายสัปดาห์สอดคล้องกับตลาดหุ้นภูมิภาคท่ามกลางแรงขายเพื่อลดสถานะการลงทุนที่มีความเสี่ยงระหว่างรอติดตามทิศทางนโยบายการเงินของทั้งไทยและต่างประเทศจากการประชุมเฟดและ กนง. ซึ่งจะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า
อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ที่ 13 ธ.ค.2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,431.67 จุด ลดลง 1.40% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อนขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 38,475.83 ล้านบาท ลดลง 6.00% จากสัปดาห์ก่อนส่วนดัชนี mai ลดลง 1.32% มาปิดที่ระดับ 317.37จุด
สัปดาห์ถัดไป (16-20ธ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่าดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,420 และ 1,400 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,445 และ1,460 จุดตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่การประชุมเฟด (17-18 ธ.ค.) การประชุมกนง. (18 ธ.ค.) รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนธ.ค. ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง รายได้และรายจ่ายส่วนบุคคล ดัชนี PCE/Core PCE Price Index เดือนพ.ย. จีดีพีไตรมาส 3/2567 รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆได้แก่ การประชุม BOJ และ BOE ดัชนี PMI (เบื้องต้น) เดือนธ.ค. ของญี่ปุ่น ยูโรโซนและอังกฤษ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน พ.ย. ของญี่ปุ่นและยูโรโซน การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR เดือน ธ.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือน พ.ย. ของจีน อาทิ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB