ตลาดหุ้น “ฟื้นจำกัด ติดตามถ้อยแถลงเฟด” แนะนำ PTTEP, AMATA
InnovestX มองตลาดหุ้นวันนี้ (11 ก.พ. 68) มีปัจจัยกดดันจากความกังวลสงครามการค้า พรุ่งนี้ตลาดปิดทำการแต่ยังต้องติดตามถ้อยแถลงเฟด-เงินเฟ้อสหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) วิเคราะห์ตลาดหุ้นวันนี้ (11 ก.พ. 68) SET ยังได้รับปัจจัยกดดันหลักจากความกังวลสงครามการค้า ขณะที่พรุ่งนี้ตลาดปิดทำการ แต่มีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงประธานเฟดต่อรัฐสภาสหรัฐฯ ในคืนนี้ และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐญ ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งมีผลต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด ทำให้มองกรอบบนยังถูกจำกัดที่แนวต้าน 1280-1290 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1250-1260 จุด
ช่วงสั้นมอง SET มีโอกาสฟื้นตัวแต่ Upside จำกัด โดยมีแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 1320 จุด แม้ปัจจัยต่างประเทศมีแรงหนุนจากการคลายความกังวลเรื่องสงครามการค้าระยะสั้นและผลประกอบการนอกกลุ่มการเงินของ บจ.สหรัฐฯ ที่คาดยังออกมาแข็งแกร่ง แต่ในประเทศยังขาดปัจจัยบวกใหม่กระตุ้นบรรยากาศลงทุน
คาดดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเริ่มมีผลบังคับใช้ ส่งผลให้ผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยยัง Underperform ตลาดหุ้นทั่วโลก ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
Daily top picks
PTTEP : มองราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นระยะสั้นหลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันดิบอิหร่าน จะเป็นปัจจัยกระตุ้นราคาหุ้น แม้คาดกำไรปี 2568 จะอ่อนแอลง YoY แต่ยังมีงบดุลที่แข็งแกร่ง (มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายต่อทุนน้อยกว่า 0.3 เท่า) และเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากกรณีกังวลความไม่สงบในตะวันออกกลาง
AMATA : ปี 2567 ทำยอดขายที่ดิน New High กว่า 3,018 ไร่ เติบโต 63%YoY และคาดจะเป็นปัจจัยหนุนให้กำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 2,769 ลบ. เติบโต 47%YoY โดยคาด 4Q67 กำไรสุทธิจะเติบโตโดดเด่น 91%YoY และ 71%QoQ ขณะที่ Backlog ในมือที่สูงที่สุดที่ 21,000 ลบ. จะช่วยหนุนการเติบโตปี 2568-2569 ได้ดีอย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญ
- ปธน.ทรัมป์ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม 25% กับทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น และเตรียมจะประกาศมาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ภายในอีก 2 วัน
- ปธน.ทรัมป์ กำลังสะสางการชำระหนี้ของคลังซึ่งสงสัยว่าอาจมีปัญหาแอบแฝง เช่น เบาะแสทุจริตและการใช้จ่ายที่สิ้นเปลือง และคาดว่ายอดหนี้สาธารณะอาจไม่สูงถึง 36 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 120% ของ GDP
- คณะกรรมการน้ำมันปาล์มมาเลเซียเผยการผลิตในประเทศยังแข็งแกร่ง แม้ช่วงที่ผ่านมาจะประสบอุทกภัย และประเมินอุปสงค์ในตลาดสำคัญ เช่น อินเดียและจีน ยังอยู่ในระดับที่มั่นคง ส่วนอุปสงค์ในยุโรปยังทรงตัวจากการชะลอ EUDR ทำให้ไม่จำเป็นต้องรีบสต็อกสินค้า
- รมว.คลัง เผยจะเข้าหารือกับหอการค้าอเมริกันในไทย ซึ่งเผยว่ามีความเป็นห่วงในเรื่องภาษี, พลังงาน เป็นต้น รวมถึงข้อเสนอนำเข้าสินค้าอเมริกาเพิ่มขึ้นซึ่งต้องพิจารณาว่าจะเพิ่มการนำเข้าสินค้าใดได้บ้าง
- ตลท. ยอมรับตลาดหุ้นไทยผันผวนและถูกกดดันจาก Sentiment ต่างประเทศและแรงขาย LTF และจะเข้าหารือรมว. คลังถึงแผนกระตุ้นตลาดหุ้นไทย โดยเสนอปรับเงื่อนไขกองทุนรวม ThaiESG ให้เหมือนกองทุน LTF ในอดิต เนื่องจากเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ตราสารหนี้
- สนค. แนะใช้ Green Bond ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูง เป็นทางเลือกระดมทุนสำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน, เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- รมว.คลัง เผยว่าได้ส่งชื่อนายสมชัย สัจจพงษ์ อดีตปลัดคลัง เพื่อเป็นประธานบอร์ด ธปท. แก่คกก. พิจารณาคัดเลือกแล้ว คาดใน มี.ค. นี้จะมีการตั้งคกก. คัดเลือกผู้ว่าฯ ธปท. แทนคนปัจจุบันที่จะหมดวาระใน ก.ย.
ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET มีโอกาสฟื้นตัวได้ แต่ Upside จำกัด มีแนวต้านสำคัญที่ 1320 แนะนำลงทุนใน 3 ธีมหลักที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และ 2 ธีมเทรดดิ้งระยะสั้น ดังนี้
- หุ้น Earnings Play ซึ่งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับขึ้นสะท้อนกำไร 4Q67-1Q68 ที่คาดจะเติบโตดี YoY และ QoQ อีกทั้งยังมีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เลือก ADVANC TRUE AMATA TIDLOR MTC AU HTC
- หุ้น Real Sector พื้นฐานดี ใน SET100 ที่คาดเป็นเป้าหมายของกองทุนและมี Downside Risk จำกัดเนื่องจากมีจุดแข็ง 1) ปี 2568 คาดกำไรสามารถเติบโตได้ YoY 2) มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง สภาพคล่องสูง มีโอกาสซื้อหุ้นคืน (มี PBV < 1 เท่า) 3) Valuation ไม่แพง ซื้อขาย PER และ PBV 2568F ต่ำกว่า -1SD และ 4) มีศักยภาพจ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาด Div. Yield ปี 2568 อย่างน้อย 5% แนะนำ BCP AP PTT TU SPALI
- หุ้นที่คาดได้อานิสงส์บวกจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค เช่น Easy E-Receipt และแจกเงินหมื่นเฟส 2 แนะนำ กลุ่มพาณิชย์ (CRC HMPRO TNP) และกลุ่มท่องเที่ยว (MINT AWC ERW AOT)
- Trading Idea : นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้แนะนำเก็งกำไร 1) หุ้นที่คาดสัปดาห์หน้าจะประกาศงบ 4Q67 และกำไรเติบโต YoY และ QoQ แนะนำ AOT MINT และ 2) หุ้นที่คาดมีโอกาสเพิ่มอัตราจ่ายปันผล หรือ ซื้อหุ้นคืน เนื่องจากมี PBV ต่ำกว่า 1 เท่า และมีสภาพคล่องสูง เลือก PTT KBANK BBL KTB
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB