เชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ทรงตัว” หวังมาตรการกระตุ้น ศก.
FETCO เผยดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนปรับขึ้นสู่เกณฑ์ “ทรงตัว” หวังมาตรการกระตุ้น ศก. และผลประกอบการ บจ. ช่วยหนุน ส่วนเงินทุนไหลออก-ศก.ไทยถดถอย เป็นปัจจัยฉุด
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ผลสำรวจในเดือน ม.ค. 68 พบว่า “ดัชนีในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” อยู่ที่ระดับ 91.78 นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และการไหลเข้าของเงินทุน ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ การไหลออกของเงินทุน การถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจจีน
ผลสำรวจโดยสรุป
- ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย. 68) อยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว” (ช่วงค่าดัชนี 80-119) ที่ระดับ 91.78
- ความเชื่อมั่นกลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ อยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ในขณะที่กลุ่มกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มนักลงทุนสถาบัน และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ทรงตัว”
- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร (BANK)
- หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)
- ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลออกของเงินทุน
ผลสำรวจ ณ เดือน ม.ค. 68 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับลด 6.1% อยู่ที่ระดับ 80.51 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลดลง 14.3% อยู่ที่ระดับ 60.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 42.9% อยู่ที่ระดับ 111.11 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 33.3% อยู่ที่ระดับ 100.00.....นายกอบศักดิ์ กล่าว
ในช่วงเดือน ม.ค. 68 SET Index ปรับตัวลดลงตลอดทั้งเดือนซึ่งได้รับผลกระทบจากแรงเทขายกองทุน LTF ที่ครบกำหนดอายุในปีนี้ และนักลงทุนต่างชาติยังขายออกต่อเนื่อง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดย SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2568 ปิดที่ 1,314.50 ปรับตัวลดลง 6.1% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2568 อยู่ที่ 39,006 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 11,504 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม
- สงครามการค้าจากการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จากแคนาดา เม็กซิโก และจีนที่เริ่มเดือนกุมภาพันธ์ 2568 นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อและการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของ FED
- ความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสและเยอรมัน ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอย
- ผลของมาตรการกระตุ้นตลาดทุนจีน หลังรัฐบาลจีนสั่งให้บริษัทประกันและกองทุนเข้าลงทุนในหุ้นจีนในช่วง 3 ปีข้างหน้า
ปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม
- การขยายตัวของการบริโภคในประเทศตามแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
- ทิศทางการลงทุนของภาครัฐ
- แนวโน้มการลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง.
- การประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB