สรุปกรณี "Bybit" เหตุโจรกรรมคริปโท มูลค่าเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์
สรุปเหตุโจรกรรม "Bybit" แฮ็กเกอร์ชิงเงินคริปโทรวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ มูลค่าเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์ คาด "เกาหลีเหนือ" มีส่วนรู้เห็น!
นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนวงการคริปโทเคอร์เรนซี เมื่อวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า “Bybit” แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ของโลกจากดูไบ ถูกแฮ็กเกอร์ ขโมยสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าเป็นมูลค่าที่สูงสุดในประวัติศาสตร์โลกคริปโท แซงการโจรกรรม Poly Network แพลตฟอร์มผู้ให้บริการโอนเงินดิจิทัลระหว่างเครือข่ายบนบล็อกเชน ที่สูญเสียไป 611 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2021
เกิดอะไรขึ้นกับ Bybit
Bybit เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดอันดับ 2 รองจาก Binance โดยข้อมูลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 มีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.7 หมื่นล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า Bybit ถูกแฮ็กเกอร์ทำการโจรกรรมครั้งใหญ่ ขโมยสินทรัพย์มูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ที่ถูกแฮกขโมยไปคือ อีเธอเรียม (ETH) ที่จำนวนกว่า 401,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาของอีเธอเรียมร่วงลงไปกว่า 4%
รายงานระบุว่า การโจรกรรมนี้ เกิดขึ้นในระหว่างที่ Bybit กำลังโอนย้ายเหรียญจากกระเป๋า Cold Wallet หรือกระเป๋าคริปโทแบบออฟไลน์ เข้าสู่กระเป๋า Hot Wallet ซึ่งเป็นรูปแบบในการเก็บรักษาทรัพย์สินดิจิทัลสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่ Bybit ทำเป็นกิจวัตรประจำทุกวันเพื่อใช้สำหรับเทรดคริปโทเคอร์เรนซีบนแพลตฟอร์ม
หลังการรายงานการโจรกรรม Bybit ได้โพสต์ผ่าน X ว่า การโจรกรรมครั้งนี้ใช้วิธีการที่ซับซ้อน การทำธุรกรรมมีการแสดงอินเทอร์เฟซด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง แต่สอด Smart Contract ที่แปลงข้อมูลแล้ว ส่งผลให้แฮ็กเกอร์สามารถควบคุมกระเป๋า Cold Wallet ได้ และเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ไปยังแหล่งอื่นที่ไม่สามารถระบุที่อยู่ได้
ความเคลื่อนไหว Bybit หลังถูกแฮ็ก
หลังการโจรกรรมครั้งใหญ่เกิดขึ้น เบน โจว ซีอีโอของ Bybit เผยว่า ทางบริษัทได้รับคำขอจากลูกค้ามากกว่า 350,000 รายการให้ถอนเงิน อาจทำให้การดำเนินการเทรดคริปโทเคอร์เรนซีล่าช้า ก่อนที่จะมีรายงานต่อมาว่า ได้มีการถอนเงินสำเร็จไปแล้วมากกว่า 580,000 ครั้งนับตั้งแต่เกิดเหตุ
โจว กล่าวว่า “Bybit ยังมีความมั่นคง และมั่นใจว่าลูกค้าจะไม่ได้รับผลกระทบ แม้ว่าจะไม่สามารถกู้คืนสินทรัพย์จากการถูกแฮ็กได้ สินทรัพย์ทั้งหมดลูกค้าจะได้รับการค้ำประกันแบบ 1 ต่อ 1 ดังนั้น Bybit จึงสามารถดูแลและครอบคลุมในส่วนที่สูญเสียไปได้”
“Bybit มุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามอุปสรรคและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยของเราอย่างแท้จริง พร้อมปรับปรุงสภาพคล่อง และเป็นพันธมิตรที่มั่นคงกับเพื่อน ๆ ในชุมชนคริปโท” โจว กล่าว
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า Bybit ได้ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และการวิเคราะห์สกุลเงินดิจิทัล เพื่อพยายามกู้คืนเงินที่ถูกแฮ็ก และเสนอรางวัล 10% ของจำนวนเงินที่กู้คืนได้ ซึ่งอาจมีมูลค่ารวม 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หากสามารถกู้คืนเงินที่ถูกแฮ็กได้ทั้งหมด
“แฮ็กเกอร์เกาหลีเหนือ” ผู้ต้องสงสัยโจกรรม Bybit
สำนักข่าว CNN รายงานการสัมภาษณ์ นิก คาร์ลเซน อดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรอง FBI ที่เน้นด้านเกาหลีเหนือซึ่งปัจจุบันทำงานที่ TRM Labs บริษัทติดตามสกุลเงินดิจิทัล โดยเขากล่าวว่า มีบัญชีหลายบัญชีที่เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ ซึ่งการโจรกรรมครั้งนี้พบว่า แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือได้ขโมยคริปโทเคอร์เรนซีจากการแฮ็กครั้งเดียว ทำให้เป็นการแฮ็กเงินดิจิทัลครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกมา
คาร์ลเซน ระบุว่า แฮ็กเกอร์ชาวเกาหลีเหนือได้ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากธนาคารและบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตามรายงานจากสหประชาชาติและบริษัทเอกชน โดยรายงานเมื่อปี 2023 เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า งบประมาณครึ่งหนึ่งของโครงการขีปนาวุธเกาหลีเหนือได้รับเงินทุนจากการโจรกรรมทางดิจิทัล
“เราไม่เคยเห็นอะไรในระดับนี้มาก่อน ความสามารถของเครือข่ายการเงินผิดกฎหมายเหล่านี้ ที่สามารถโจรกรรมเงินคริปโทได้เป็นจำนวนมหาศาลอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” คาร์ลเซน กล่าว
นอกจากนี้ สำนักข่าว CNA ยังรายงานว่า บริษัทวิจัยวิเคราะห์เส้นทางการโจรกรรม Arkham Intelligence Elliptic และ ZachXBT พบว่าการแฮกครั้งนี้เชื่อมโยงกับ Lazarus Group กลุ่มแฮกเกอร์ที่ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ เนื่องจากมีการระบุว่า กลุ่มนี้มีความเชื่อมโยงกับสำนักสืบราชการลับ ซึ่งเป็นหน่วยข่าวกรองของเกาหลีเหนือ อีกทั้งยังเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แรนซัมแวร์และการโจรกรรมข้อมูลในอดีต
Lazarus Group เคยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ WannaCry ด้วยการแฮ็กเข้าระบบของธนาคารระหว่างประเทศและบัญชีลูกค้า รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ของบริษัท Sony Pictures Entertainment ในปี 2014 อีกด้วย
นอกจากนี้ จากการสืบสวนคาดว่า Lazarus Group อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ Rug Pull มีมคอยน์บนเชน Solana ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าการเทรดเหรียญมีมเริ่มกลายเป็นสแกม และอาจจะรวมไปถึงเหตุการณ์ของเหรียญมีม $Libra ที่กำลังกลายเป็นปัญหาทางการเมืองในอาร์เจนตินาด้วย
การเยียวยาของ Bybit
หนึ่งวันหลังเหตุโจรกรรม ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ Bybit ออกโปรแกรม Bounty Programme มอบรางวัลให้กับผู้ที่สามารถติดตามและกู้คืนสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปได้ โดยจะมอบรางวัลเป็นส่วนแบ่ง 10% ของสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปพร้อมเปิด Blacklisted Wallet API อินเทอร์เฟซโปรแกรมประยุกต์สำหรับกระเป๋าที่อยู่ในบัญชีดำ โดยจะให้เหล่าแฮ็กเกอร์ White Hat สามารถนำข้อมูลไปช่วยติดตามหาสินทรัพย์คืน
นอกจากนี้ ทาง Bybit ประกาศว่า มีการร่วมงานกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายในสิงคโปร์และหารือเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขที่เป็นไปได้กับ Ethereum Foundation อีกด้วย
ส่วนในชุมชนอีเธอเรียมยังมีการเสนอให้ทำการ Rollback หรือการย้อนกลับบนเชนอีเธอเรียม เพื่อย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุโจรกรรม อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ยังเป็นข้อถกเถียงในชุมชนของอีเธอเรีนทว่าอาจจะส่งผลกระทบในด้านความน่าเชื่อถือได้
ที่มา: Bybit / Cointelegraph (1) (2) (3) / CNN / CNA / Reuters / The Guardian
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB