ราคาทองทะยานแรง จากเมื่อวานพุ่ง 1,050 บาท ทองแท่งแตะ 57,000 บาท
ราคาทองทะยานแรง จากเมื่อวานพุ่ง 1,050 บาท ทองแท่งแตะ 57,000 บาท หลังทองโลก ทําจุดสูงสุดใหม่
สมาคมค้าทองคำ ประกาศราคาทอง วันอังคาร ที่ 23 ก.ย. 2568 ปิดตลาด ปรับราคา “ขึ้น 1,050 บาท” จากเมื่อวาน
- ทองคำแท่ง รับซื้อคืน 56,900.00 บาท/บาททองคำ และขายออก 57,000.00 บาท/บาททองคำ
- ทองรูปพรรณ รับซื้อคืน 55,758.48 บาท/บาททองคำ และขายออก 57,800.00 บาท/บาททองคำ
- ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 15,050 บาท
- ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 29,300 บาท
- ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 7,925 บาท
- ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 115,600 บาท
- ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 289,000 บาท
ทองคำในประเทศ อ้างอิงตลาดสปอตที่ 3,787.00 ดอลลาร์/ออนซ์ และอิงค่าเงินบาท 31.82 บาท/ดอลลาร์
ทิศทางราคาทองคํา พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง หลังทะลุแนวต้านสําคัญที่ระดับ 3,700 เหรีญ ไปได้สําเร็จ โดยราคาขึ้นไปทําจุดสูงสุดใหม่ที่ 3,758 เหรียญ การพุ่งขึ้นของราคาทองคําในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความกังวลของตลาดต่อหลายประเด็น หนึ่งในนั้นคือ ความกังวลต่อปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่กําลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสัญญาณเชิงลบทางเศรษฐกิจจากผู้บริหารระดับสูงอย่าง CEO ของ JPMorgan
ที่มองว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวลง ขณะเดียวกัน สถานการณ์การพิจารณางบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยังคงไม่แน่นอนและมีโอกาสเกิด Government Shutdown (การปิดหน่วยงานราชการชั่วคราว) ก็ยิ่งเพิ่มความกังวลในตลาดให้หนักขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ กระแส De-dollarization หรือการลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์ในเวทีโลกก็ดูเหมือนจะได้รับแรงหนุนมากขึ้นจากสถานการณ์เหล่านี้ อีกหนึ่งปัจจัยสําคัญที่ขับเคลื่อนราคาทองคําก็คือ การเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของกองทุนทองคํา ETF ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบัน โดยกองทุน SPDR ยังคงเดินหน้าซื้อทองคําสะสม โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาซื้อเพิ่ม 18.9 ตัน และเมื่อวานนี้ (วันจันทร์) ซื้อเพิ่มอีก 6.01 ตัน ทําให้ยอดถือครองปัจจุบันทะลุ 1,000 ตัน
ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทรงตัวและอ่อนค่าลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 97.3 จุด ในฝั่ งของค่าเงินบาท พบว่า ยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ที่ระดับ 31.84 บาท/ดอลลาร์ และไม่ได้แข็งค่าขึ้นตามราคาทองคําที่ปรับขึ้นกว่า 60 ดอลลาร์อย่างที่เคยเป็นในอดีต ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจและชี้ให้เห็นว่าสาเหตุหลักที่ทําให้เงินบาทแข็งค่าในระยะหลัง มาจากปัจจัยภายในประเทศมากกว่า
เช่น การไหลเข้าของเงินทุนและการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีเงินสํารองดอลลาร์เพิ่มขึ้น คืนนี้ นักลงทุนควรจับตาดูตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สําคัญอย่าง ดัชนี PMI ของสหรัฐฯ รวม
ถึงการแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดทองคําได้ในระยะสั้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB