CKPower โชว์กำไรสุทธิ Q3 โต 110% อานิสงส์บวกจากปัจจัยฤดูกาล
CKPower โชว์กำไรสุทธิ ไตรมาส 3 โต 110% จากปริมาณน้ำที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ โบรกฯ คงคําแนะนำ “ซื้อ” สําหรับการลงทุนระยะยาว
นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower (ชื่อย่อหลักทรัพย์: CKP) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2568 มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 1,227 ล้านบาท และ 1,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110% และ 234% ตามลำดับ โดยจากปัจจัยบวกหลัก คือ ปริมาณน้ำที่เอื้อต่อการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงตามทิศทางดอกเบี้ย
สำหรับแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) เดินเครื่องได้ต่อเนื่อง 9 เดือนโดยไม่หยุด ทำให้ยอดขายไฟเพิ่มขึ้น 27% YoY
ขณะที่ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) เป็นผลมาจากต้นทุนทางการเงินลดลง ทำให้ไปสนับสนุนกำไรส่วนแบ่งไตรมาส 3 และ 9 เดือน เพิ่มขึ้น 536 ล้านบาท และ 1,110 ล้านบาท
ส่วนโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างสูง โดยเฉพาะเดือน ก.ค. 2568 สูงสุดตั้งแต่เปิดเดินเครื่อง ทำให้ยอดขายไฟเพิ่มขึ้น 26% อย่างไรก็ตาม อิทธิพลพายุโซนร้อน “วิภา” ช่วยเพิ่มระดับน้ำต่อเนื่อง ส่งผลบวกต่อการผลิตไฟฟ้าถึงต้นปี 2569
นายธนวัฒน์ ยังกล่าวด้วยว่า ว่าการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของไทยและสหรัฐฯ จะช่วยลดต้นทุนการเงินต่อเนื่องในปี 2569 ขณะที่โครงการพลังน้ำหลวงพระบาง (LPCL) มีความคืบหน้า 59% ตามแผน ด้านฐานะการเงิน ณ 30 ก.ย. 2568 แข็งแกร่ง โดยบริษัทมีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนอยู่ที่เพียง 0.53 เท่า และอัตราความสามารถชำระดอกเบี้ย 6.50 เท่า สะท้อนสภาพคล่องและความสามารถในการบริหารหนี้ที่ดี
โบรกฯ มอง คงคําแนะนำ “ซื้อ” สําหรับการลงทุนระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ตามความเห็นของ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (YUANTA) ระบุว่า CKP รายงานกําไรสุทธิ 3Q25 ที่ 1,270 ล้านบาท (+108% QoQ, +7% YoY) หากหักรายการพิเศษออก กําไรปกติอยู่ที่ 1,227 ล้านบาท เติบโต 246% QoQ และ 110% YoY ดีกว่าที่เราคาดไว้ราว 5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากส่วนแบ่งกําไรจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่ดีกว่าคาด
โดยกําไรปกติสามารถเติบโตได้ QoQ แม้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ BIC หน่วยที่ 1 จะมีการปิดซ่อมบํารุงบางส่วน เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากการปิดซ่อมบํารุงสามารถชดเชยได้จากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 298 บาท/MMBtu (-6% QoQ, -11% YoY) และการเข้าสู่ช่วง High Season ของโครงการน้ำในลาว ส่งผลให้รายได้ของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) และส่วนแบ่งกําไรของโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) สูงขึ้น
ขณะที่การเติบโต YoY ได้แรงหนุนจากส่วนแบ่งกําไรของโรงไฟฟ้า XPCL ที่ฟื้นตัวหลังไม่มีการหยุดดําเนินงานชั่วคราวเหมือนปีก่อน (ใน 3Q24 ปริมาณน้ำที่ไหลมามากเกินไปทำให้โครงการ XPCL ต้องหยุดดําเนินงานราว 17 วัน) และการรับรู้ผลของต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังโครงการดังกล่าวมีการออก Green Bond จํานวน 5 พันล้านบาทในเดือน ก.ค. 25
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด (YUANTA) มองว่า กําไรปกติ 9M25 คิดเป็นสัดส่วน 88% ของกําไรทั้งปี ส่งผลให้ประมาณการปี 2025 ของเราที่ 1,861 ล้านบาท (+45% YoY) ยังมีความสมเหตุสมผล
เบื้องต้นคาดกําไรปกติ 4Q25 อยู่ที่ระดับ 200–400 ล้านบาท ลดลง QoQ แม้โรงไฟฟ้า BIC จะกลับมาดําเนินงานเต็มประสิทธิภาพและรับรู้ต้นทุนทางการเงินที่ลดลงแบบเต็มไตรมาส เนื่องจากถูกกดดันจากปัจจัยฤดูกาลของโครงการน้ำในลาว (ทั้ง NN2 และ XPCL) ขณะที่ YoY กําไรปกติมีแนวโน้มลดลงจากฐานที่สูง หลังปริมาณน้ําในลาวลดลงสู่ระดับปกติ
อย่างไรก็ตาม คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2026 ที่ 3.70 บาท/หุ้น มี Upside 50.4% โดยราคาปัจจุบันซื้อขายบน PBV2026 ที่เพียง 0.7 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย PBV ย้อนหลัง 5 ปี -1.7SD ขณะที่ผลประกอบการยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง นอกจากนี้ CKP ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่วัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ทำให้เรามองว่าที่ระดับราคาปัจจุบันมี Downside ไม่มากแล้ว จึงคงคําแนะนำ “ซื้อ” สําหรับการลงทุนระยะยาว
สำหรับราคาหุ้น CKP วันที่ 17 พ.ย.2568 (13.44 น.) อยู่ที่ 2.32 บาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB