บล.เอเชีย พลัส แนะเน้นหุ้นอิงภาคการผลิต-ปันผลสูง ด้านหุ้นโลกพุ่งรับ AI
ตลาดหุ้นโลกพุ่งรับกระแส AI แนะให้เน้นหุ้นไทยที่อิงกับภาคการผลิตและหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เปิดเผยบทวิเคราะห์ ระบุว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ทุบสถิติสูงสุดใหม่ ขานรับนวัตกรรม AI จากงาน CES 2026 บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ วานนี้ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นจนสามารถสร้างสถิติสูงสุดใหม่ (All-time High) นำโดยดัชนี DOW JONES ที่บวก 1.0% และ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% แรงหนุนสำคัญมาจากความตื่นตัวในเทคโนโลยี AI ภายหลังการอัปเดตข้อมูลในงาน CES 2026
โดยเฉพาะบริษัท NVIDIA ที่ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชิปใหม่ล่าสุดในชื่อ "Vera Rubin" ซึ่ง Jensen Huang ระบุว่า เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงแล้ว โดยมีประสิทธิภาพในการประมวลผลเร็วกว่ารุ่น Blackwell ถึง 5 เท่า และประหยัดพลังงานได้มากกว่า ซึ่งมีลูกค้ารายใหญ่ระดับโลกอย่าง AWS, OpenAI และ Anthropic เตรียมเข้าใช้งานแล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ หากข้อมูลตลาดแรงงานที่จะประกาศในวันที่ 9 มกราคม 2569 มีสัญญาณที่อ่อนแอลง
ทั้งนี้ จับตากลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและทิศทางเม็ดเงินโลก ในระดับภูมิภาค หุ้นกลุ่มอาวุธของเกาหลีใต้ เช่น Hanwha Aerospace และ Hyundai Rotem กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากการได้รับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกลุ่มประเทศสมาชิก NATO เนื่องจากคลังอาวุธประเภทปืนใหญ่และรถถังของ NATO มีปริมาณน้อยกว่ารัสเซียค่อนข้างมาก
ส่งผลให้มีการเร่งจัดซื้ออาวุธทางการทหารมากขึ้น โดยเฉพาะดีลใหญ่จากประเทศโปแลนด์ ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความไม่สงบในเวเนซุเอลาได้ผลักดันให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น แร่เงิน (+16% MTD), ทองแดง (+7% MTD) และทองคำ (+4% MTD) อีกทั้งยังเห็นสัญญาณการปรับพอร์ตของนักลงทุนที่เริ่มหมุนเงินจากหุ้นกลุ่มบริการ (Service Base) เข้าสู่หุ้นอิงภาคการผลิต (Manufacturing Base) มากขึ้น
กนง.มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาว
ในส่วนของทิศทางดอกเบี้ยไทย กนง. มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยยาว แม้เงินเฟ้อติดลบ สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจไทย เงินเฟ้อทั่วไปเดือน ธ.ค. 2568 มีแนวโน้มติดลบต่อเนื่องที่ -0.3% YoY
โดย เอเชีย พลัส คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะยังไม่ปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เนื่องจากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ยังคงฟื้นตัวได้ดีที่ +0.7% YoY และสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่เข้าขั้นวิกฤตเศรษฐกิจรุนแรงที่ต้องรีบลดดอกเบี้ยทันที
แต่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไปจนถึงช่วงครึ่งปีแรก และอาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน 2569 สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ไทยที่เริ่มทรงตัวสะท้อนว่าตลาดเริ่มปรับความคาดหวังว่าดอกเบี้ยจะยังไม่ลดลงในเร็วๆ นี้
กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าจับตา
กลยุทธ์การลงทุนและหุ้นเด่นที่น่าจับตา จากปัจจัยข้างต้น กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เน้นหุ้นไทยที่อิงกับภาคการผลิตและหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูง ดังนี้:
- กลุ่มหุ้นอิงภาคการผลิตที่เติบโตดี: แนะนำเก็งกำไรในหุ้น TOP, TASCO, DELTA และ STA
- กลุ่มหุ้นปันผลสูง: แนะนำทยอยสะสมหุ้น SIRI, PTT, ICHI, LH, PTTEP และ MAJOR เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนจากปัจจัยภายนอก
สรุปประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้
1. ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ (Nonfarm Payrolls): เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย FED
2. คำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ: เกี่ยวกับมาตรการภาษีของทรัมป์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการค้าโลก
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB