กำไรปี 68 แตะ 1.9 พันล้าน NT ประเมินปี 69 ขาดทุน คาดฟื้นใน 2 ปี
NT เปิดกำไรสุทธิ ปี 68 โต 1,900 ล้านบาท แต่ประเมินปี 69 ขาดทุน 6,000 ล้านบาท หลังพันธมิตรสิ้นสุดสัญญา คาด! กลับมามีกำไรภายใน 2 ปี
พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2569 ว่า จะเป็นปีที่มีความท้าทายสูง เนื่องจากเป็นปีแรกที่ NT ต้องดำเนินธุรกิจด้วยตนเองทั้งหมด หลังสิ้นสุดการดำเนินงานร่วมกับพันธมิตร ส่งผลให้โครงสร้างรายได้และต้นทุนเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทประเมินว่าผลประกอบการในปี 2569 จะขาดทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่จะพยายามบริหารจัดการให้ผลขาดทุนน้อยกว่าแผนที่วางไว้ และคาดว่าจะกลับมามีกำไรภายใน 2 ปี
สาเหตุหลักที่ทำให้ปี 2569 ขาดทุน เนื่องจากรายได้จากพันธมิตรหายไปทั้งหมด โดยในปี 2568 บริษัทมีพันธมิตรดำเนินงานร่วมกันประมาณ 8 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่ยังสามารถทำกำไรได้ แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2569 ต้องแข่งขันในตลาดด้วยตนเองทั้งหมด รวมถึงต้องแบกรับต้นทุนที่เคยอยู่กับพันธมิตรกลับมา ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น
สำหรับปี 2569 มีโครงการสมัครใจลาออก หรือ MSP (Mutual Separation Plan) ตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,000–3,000 ล้านบาท โดยเสนอคณะกรรมการให้ดำเนินการในกรอบเวลา 2 ปี ตั้งเป้าลดพนักงานจำนวน 1,600 คน จากจำนวนพนักงานปัจจุบันประมาณ 10,200–10,300 คน ขณะที่ต้นทุนที่เหลือเป็นต้นทุนด้านการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 40–50% ของต้นทุนรวม
ทั้งนี้ ในปี 2569 จะมุ่งควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างจริงจัง ทั้งด้านบุคลากรและระบบปฏิบัติการ หลังจากปรับโครงสร้างองค์กรเป็นหนึ่งเดียวแล้ว จะทยอยยกเลิกระบบที่ไม่จำเป็น และดำเนินแผนย้ายระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ได้จัดสรรงบลงทุนสำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2569 วงเงิน 4,900 ล้านบาท ลดลงจากปี 2568 ที่มีงบลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านบาท โดยยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจดิจิทัลของ NT มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 20–25% ต่อปี และเริ่มเห็นความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนจากหน่วยงานภาครัฐ
โดยเฉพาะโครงการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC (Government Data Center and Cloud) ซึ่งมีการดำเนินงานต่อเนื่องตลอดปี จากการรวมศูนย์ข้อมูลหน่วยงานภาครัฐเข้ามาใช้งานบนคลาวด์กลาง ปัจจุบันรองรับแล้ว 1,202 หน่วยงาน รวม 3,896 ระบบงาน สามารถช่วยประหยัดงบประมาณภาครัฐได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท และรองรับโครงการสำคัญของภาครัฐ อาทิ โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย การจัดทำเว็บไซต์โรงพยาบาล และระบบแพลตฟอร์มการชำระเงิน (Payment Platform)
สำหรับบริการ e-Office ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Open Data ปัจจุบันมีหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้งานแล้วประมาณ 53.33% หรือ 4,152 หน่วยงาน จากทั้งหมด 7,842 หน่วยงาน โดยระบบดังกล่าวช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเชื่อมโยงและส่งข้อมูลถึงกันได้โดยไม่ต้องออกนอกเครือข่าย เพิ่มความปลอดภัยและลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล อย่างไรก็ตาม อุปสรรคหลักของหน่วยงานที่ยังไม่ใช้งาน มาจากข้อจำกัดด้านงบประมาณ
ขณะที่ ธุรกิจบรอดแบนด์ ยังคงต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับลูกค้าประมาณ 1.5 ล้านราย รวมถึงการบริหารจัดการโครงข่าย และการต่อยอดธุรกิจในอนาคต
นอกจากนี้ ยังเริ่มเห็นความต้องการใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในศูนย์ข้อมูลเพิ่มขึ้น โดยได้เริ่มดำเนินโครงการนำร่อง เพื่อพิสูจน์ความต้องการใช้งานจริง และนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและการชดเชยต้นทุนในภาพรวม
พันเอก สรรพชัยย์ กล่าวว่า NT เปิดกว้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ เอกชน และพันธมิตรต่างประเทศ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมและพัฒนาธุรกิจใหม่ เพิ่มขีดความสามารถและความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดความซ้ำซ้อนและลดต้นทุน โดยให้ความสำคัญกับการคัดเลือกพันธมิตรที่มีความโปร่งใส ดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย มีจรรยาบรรณ และมีมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 NT ทำได้ดีกว่าแผนธุรกิจ จากที่ตั้งเป้ากำไรไว้ 400 ล้านบาท แต่สามารถทำกำไรสุทธิได้ 1,900 ล้านบาท มีรายได้รวม 5,500 ล้านบาท ขณะที่ปี 2567 แม้ตั้งเป้ากำไรเช่นกัน แต่ได้รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด โดยเฉพาะคดีความต่าง ๆ ส่งผลให้ผลประกอบการขาดทุน โดยเมื่อเปรียบเทียบแล้ว ปี 2568 มีผลการดำเนินงานดีกว่าปี 2567 อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน พันเอก สรรพชัยย์ กล่าวถึงสถานการณ์ภัยคุกคามไซเบอร์ว่า แนวโน้มภัยไซเบอร์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยมีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ NT มีมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลและระบบในระดับสากล รองรับการให้บริการหน่วยงานภาครัฐ
ส่วนกรณีผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่อย่าง Google Cloud เข้ามาให้บริการระบบคลาวด์ในประเทศไทย นั้น ก็ไม่ได้มองเป็นคู่แข่ง แต่มองว่าเป็นพันธมิตรมากกว่า เนื่องจาก NT ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เป็นกลาง เปิดให้ผู้ใช้งานเป็นผู้เลือกผู้ให้บริการภายใต้มาตรฐานเดียวกัน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB