ตลาดอสังหาฯ ปี 69 ฟื้นจำกัด ORI วางกลยุทธ์กระจายพอร์ต ดันรายได้แตะ 1 หมื่นล้าน
บริษัท บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประเมิน! ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2026 เติบโตในกรอบจำกัด แต่ยังมีแรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลง-ดีมานด์ต่างชาติ วางกลยุทธ์กระจายพอร์ต 5 ธุรกิจ ตั้งเป้า! รายได้โต 10,000 ล้านบาท
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดแผนธุรกิจปี 2026 ภายใต้กลยุทธ์ ORIGIN Portfolio Evolution 2026 มุ่งกระจายพอร์ตธุรกิจ เพื่อลดความผันผวนจากตลาดอสังหาริมทรัพย์และเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ โดยตั้งเป้ารายได้รวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมขับเคลื่อนผ่าน 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งที่อยู่อาศัยเพื่อขาย ธุรกิจบริการ ธุรกิจโรงแรมและเชิงพาณิชย์ และธุรกิจคลังสินค้าอุตสาหกรรม
นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2026 คาดเติบโตในระดับจำกัดจากแรงกดดันเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า และกำลังซื้อในประเทศที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แต่มีปัจจัยบวกจากแนวโน้มดอกเบี้ยลดลง มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และดีมานด์ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น โดยไทยถูกมองเป็นจุดหมายการอยู่อาศัยและลงทุน ส่งผลให้บริษัทมียอดขายจากลูกค้าต่างชาติกว่า 6,300 ล้านบาท จากกว่า 30 ประเทศ โตเกือบ 30% อาทิ Russia 20% China/Hongkong 13% Taiwan 12% Myanmar 4% Poland และอื่นๆ 43%
ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทฯ เน้นพัฒนาโครงการในทำเลใกล้แหล่งงาน นิคมอุตสาหกรรม และเมืองท่องเที่ยวหลัก เพื่อรองรับทั้งลูกค้ารายย่อย นักลงทุน และลูกค้าองค์กร (B2B) รวมถึงต่อยอดไปยังธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้า ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่กับการใช้จุดขายเฉพาะทาง เช่น คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 25 โครงการ
เป้าหมายรายได้และแผนดำเนินงาน 5 กลุ่มธุรกิจ ปี 2026
ธุรกิจคอนโดมิเนียม (Origin Vertical)
ปี 2026 เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 4,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 12,000 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยมี Backlog รอโอนกว่า 10,000 ล้านบาท หรือประมาณ 70% ของมูลค่าโครงการที่แล้วเสร็จใหม่ 7 โครงการ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเดินหน้าตอกย้ำจุดแข็งตลาดคอนโดมิเนียม Pet Friendly โดยพัฒนาโครงการที่เลี้ยงสัตว์ได้รวมแล้ว 25 โครงการ จำนวน 4,966 ยูนิต พร้อมขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่เน้นสร้างรายได้สม่ำเสมอให้ผู้ซื้อโดยไม่ต้องบริหารเอง ผ่านการดูแลของทีมมืออาชีพจาก Hampton Hotel & Residence Management (HHR) ซึ่งมีจำนวน 1,737 ยูนิต จาก 14 โครงการ อีกทั้งยังมีพอร์ตลูกค้าต่างชาติรอโอนรับรู้รายได้มูลค่ารวมประมาณ 6,300 ล้านบาท สะท้อนดีมานด์ต่างชาติที่ยังคงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญในปี 2026
ธุรกิจบ้านจัดสรร (Britania)
มีแผนเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่า 3,200 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอน 4,000 ล้านบาท พร้อมพัฒนาโครงการ Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชัน 5 ทำเล มูลค่า 1,200 ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าผู้ประกอบการและกลุ่มธุรกิจ SME
ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ (Primo Service Solutions)
ตั้งเป้ารายได้ 2,000 ล้านบาท ภายใต้กลยุทธ์ “PRIMO TRANSFORMATION ERA” ที่เน้นยกระดับบริการ ขยายตลาดกลุ่มมูลค่าสูง ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และพัฒนาแพลตฟอร์มชุมชนเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่องในระยะยาว
ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ (Origin Hotel)
ปี 2026 มีแผนเปิดโรงแรมใหม่ 4 แห่ง มูลค่า 5,915 ล้านบาท และโครงการสำนักงาน–พื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่า 3,100 ล้านบาท พร้อมแผนขายทรัพย์สินโรงแรม 4 แห่ง จำนวน 1,011 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดสร้างกระแสเงินสดพิเศษประมาณ 1,300 ล้านบาท ตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest เพื่อหมุนเงินลงทุนและเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงาน (Alpha Industrial Solutions)
สิ้นปี 2568 มีพื้นที่คลังสินค้ารวม 403,859 ตารางเมตร อัตราการเช่า 95% โดยปี 2026 เตรียมเปิดเพิ่ม 5 โครงการ พื้นที่กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่า 3,000 ล้านบาท และมีแผนนำสินทรัพย์ 4 โครงการ พื้นที่ 211,682 ตารางเมตร เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ภายใต้ชื่อ ALPHA REIT
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB