หุ้นแบรนด์หรู LVMH ร่วง 4% กางงบไตรมาส 1 ต่ำกว่าตลาดคาด
หุ้นแบรนด์หรู LVMH ของ Louis Vuitton, Dior, Celine ร่วง 4% หลังผลประกอบการออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด จากผลกระทบในตะวันออกกลาง
LVMH กลุ่มธุรกิจสินค้าแบรนด์หรู ระดับโลก เช่น Louis Vuitton, Dior, Celine เป็นต้น รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ยอดขายต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลต่อราคาหุ้นของ LVMH ร่วงลงกว่า 4% ในวันจันทร์ (13 เม.ย.)
ซึ่งไตรมาสแรกยอดขายเติบโต 1% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ที่ FactSet คาดไว้ว่าจะเติบโต 1.5%
LVMH ระบุ ในแถลงการณ์ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเติบโตประมาณ 1% ในช่วงไตรมาสแรก
อย่างไรก็ตาม LVMH ยืนยันว่า จะยังคงรักษาการขับเคลื่อนด้านนวัตกรรมที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางปัจจัยลบทางภูมิรัฐศาสตร์และสภาพเศรษฐกิจที่ยังคงผันผวน ซึ่งยิ่งทวีความรุนแรงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ในตลาดสหรัฐยังคงเริ่มต้นได้ดีในช่วงต้นปีนี้
โดยกลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องหนัง ของ LVMH ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก อย่าง Louis Vuitton, Dior และ Fendi มียอดขายลดลง 2% เหลือ 9.2 พันล้านยูโร (ประมาณ 10.8 พันล้านดอลลาร์) ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 19.1 พันล้านยูโร ต่ำกว่าที่คาดเล็กน้อย
ด้านกลุ่มสินค้านาฬิกาและเครื่องประดับเติบโต 7% ในไตรมาสนี้ โดยได้รับแรงหนุนจาก Tiffany & Co ส่วนธุรกิจไวน์และสุราเติบโต 5%
ผู้บริหาร LVMH ยังคงใช้กลยุทธ์เน้นความต้องการมากกว่าปริมาณ โดยมองว่าความผันผวนนี้เป็นเรื่องชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก (สงคราม) แต่พื้นฐานแบรนด์ยังแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะความสำเร็จของคอลเลกชันใหม่ๆ และการปรับโฉม Tiffany & Co. ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ คาดว่า การเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสถัดไป เนื่องจาก LVMH แพยายามปรับตัวเพื่อดึงลูกค้ากลับมา หลังซบเซาตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งมีการปรับราคาขึ้นและกลยุทธ์บางอย่างจนส่งผลต่อความต้องการของลูกค้าให้ถดถอยลง
อย่างไรก็ดี กลุ่มธุรกิจสินค้าหรูเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโต
ด้าน InnovestX มองว่า ตลาดจะเริ่มปรับลดเป้ากำไรต่อหุ้น (EPS) ลง 3-5% สะท้อนความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ LVMH ต้องมีรายได้เติบโตให้ได้ 3-4% ถึงจะรักษา Margin ปีนี้ได้ตามเป้า
ดังนั้น ไตรมาสนี้คือบทพิสูจน์ความแข็งแรงของ LVMH หากสงครามสงบเร็ว อาจเห็นการฟื้นตัวแบบ V-Shape ในครึ่งปีหลัง แต่ถ้ายังยืดเยื้อ เป้าหมาย Margin ปีนีถูกปรับลดลงต่อเนื่อง นอกจากนั้นกำลังซื้อใน ไตรมาส 2 ปีนี้ เป็นความเสี่ยงหลักที่ทำให้ราคาหุ้นอาจจะยังไม่ฟื้นตัวได้เร็ว
ที่มา : CNBC
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB