รู้จัก "Sell in May and Go Away" แรงขายหุ้นทำกำไร เดือนพฤษภาคม
รู้จัก "Sell in May and Go Away" แรงขายหุ้นทำกำไร เดือนพฤษภาคม ด้าน บล.ดาโอ เผย ปีนี้ เจอซ้ำปัจจัยลบอีก 2 เด้ง
ตลาดหุ้นกำลังเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า "Sell in May and Go Away" ซึ่งเป็นเหตุการณ์ความเชื่อว่า ตลาดหุ้นในเดือนพฤษภาคมมักจะให้ผลตอบแทนที่ไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากต้องเผชิญกับแรงขายทำกำไร เพราะนักลงทุนเชื่อกันว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 และ 3 จะไม่ดีเท่าไตรมาส 1
จึงทำให้เกิดแรงเทขายทำกำไรออกมาก่อน เนื่องจากไตรมาส 1 มีบรรยากาศของการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยกันในช่วงปลายปีจนถึงช่วงต้นปีใหม่ นักลงทุนจึงเชื่อว่าผลประกอบการในไตรมาส 1 จะโดดเด่น ซึ่ง "Sell in May" จะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ได้
หรืออีกมุมหนึ่ง คือ ทุกปีจะมีการประกาศงบการเงินไตรมาส 1 และประกาศจ่ายเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม เมื่อนักลงทุนได้รับสิทธิปันผลแล้ว จึงขายหุ้นที่ซื้อมาเพื่อรับปันผลทิ้งไป นอกจากนี้ เมื่อนักลงทุนต่างชาติได้รับปันผลแล้ว มักจะมีการเคลื่อนย้ายเงินปันผลกลับไปยังแหล่งที่มาของเงินลงทุน ทำให้เงินบาทมักอ่อนค่าลงในเดือนนี้ และความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างเงินดอลลาร์จึงเพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม "Sell in May and Go Away" ที่มาจากข้อสังเกตของนักลงทุนบางกลุ่ม ที่เห็นว่าตลาดหุ้นในเดือนพฤษภาคมมักจะปรับตัวลงบ่อยครั้ง และเป็นจำนวนที่มากกว่าในเดือนอื่น ๆ มาจากนักลงทุนมักแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ช่วง คือ
- เดือนพฤศจิกายน - เมษายน
- เดือนพฤษภาคม - ตุลาคม
ทำให้จะลดสัดส่วนการถือครองหุ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเบาบางลง ก่อนจะกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้งประมาณเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน
อย่างไรก็ตาม นายพิชัย ยอดพฤติการ CFP ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กสิกรไทย อธิบายว่าเหตุการณ์ Sell in May and Go Away ไว้ใน เว็บไซต์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า Sell in May and Go Away เป็นคำกล่าวการลงทุนที่อ้างอิงข้อมูลดัชนี S&P 500 ในอดีตว่า
ตลาดหุ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม จะให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน โดยตั้งแต่ปี 2493 (ค.ศ. 1950) ถึงปี 2565 ดัชนี S&P 500 ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 1.5% ขณะที่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7%
ย้อนดูหากดูสถิติ Sell in May 20 ปีย้อนหลัง (ปี 2545 -2565)
หากดูสถิติ 20 ปีย้อนหลัง (ปี 2545 -2565) ดัชนี S&P 500 ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.41% ขณะที่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.81% สำหรับตลาดหุ้นไทย ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคมให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.32% ขณะที่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.35%
Sell in May and Go Away ยังขลัง?
แต่ปัจจุบัน ถึงแม้ไม่มีใครตอบได้ว่าเหตุการณ์ Sell in May and Go Away จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ประเด็นนี้ยังคงอยู่ในความสนใจของนักลงทุนทุกปี สังเกตได้จากนักลงทุนทั่วโลกค้นหาคำว่า Sell in May และ Sell in May and Go Away อยู่ในระดับสูงในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี โดยเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดก็ได้ ต้องดูสถานการณ์ด้วย
เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันมีความแตกต่างจากอดีต ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจและสังคม วัฏจักรธุรกิจ สภาพแวดล้อมของตลาด นโยบายการเงิน การคลัง หรือการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ
โดยตัวอย่าง ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายนถือว่าตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ดี แต่เดือนพฤศจิกายนปี 2562 ถึงเมษายนปี 2563 ผลตอบแทนปรับลดลงอย่างรวดเร็วจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 หมายความว่า ควรพิจารณาข้อมูลเชิงลึกก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะปัจจัยพื้นฐาน
ขณะเดียวกันต้องติดตามพอร์ตลงทุนของตัวเองว่าสินทรัพย์ที่ถือครองอยู่นั้นยังสามารถไปต่อได้หรือไม่ หากตรวจสอบแล้วคาดว่ายังสามารถไปต่อได้ และมีโอกาสเติบโตต่อได้ในอนาคต ก็ให้ถือข้ามผ่านความผันผวนไป เพราะการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ คือ การลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว เพื่อที่จะลดความผันผวนของผลตอบแทนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี
ปีนี้ "Sell in May and Go Away" อาจเจอปัจจัยลบซ้ำอีก 2 เด้ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับปีนี้ ช่วง Exclusive Talk ของรายการ Wealth Wake Up ทาง PPTV Wealth มีความเห็นจาก นายมงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มอง "Sell in May and Go Away" ปี 2569 โดยมองว่า "Sell in May" ปีนี้ จะมี 2 เรื่องเข้ามาซ้ำจากภาวะปกติ ซึ่งเป็นจังหวะที่พอดีกัน คือ การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยังไม่บรรลุ และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ
ประกอบกับอีกปัจจัยที่ 2 คือ MSCI (Morgan Stanley Capital International) เป็น MSCI Index ที่จะทำวิจัยตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยให้กับนักลงทุน โดยทั้ง 2 ปัจจัยนี้จะมาเป็นปัจจัยลบที่พ่วงมากับ "Sell in May" ปกติ เมื่อหุ้นขึ้น XD หรือได้เงินปันผล ก็จะเกิดแรงเทขายทิ้ง โดยนายมงคลมองว่า แรงเทขายเหล่านี้จะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์นี้และต่อเนื่องไปต้นสัปดาห์หน้า
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย / หลักทรัพย์บัวหลวง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB