จับตา Sell in May ปีนี้ สถิติย้อนหลัง 15 ปีหุ้นไทย พ.ค.ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 10 ปี
นักลงทุนจับตา Sell in May ปีนี้ จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่? บล.พาย เปิดสถิติย้อนหลัง 15 ปีหุ้นไทย เดือน พ.ค.ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 10 ปี
เข้าสู่เดือนพฤษภาคม คำถามคลาสสิกอย่าง “Sell in May” ก็เริ่มกลับมาอีกครั้ง ท่ามกลาง ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา เพราะนักลงทุนเลือกมองข้ามความตึงเครียดด้านสงคราม และให้น้ำหนักกับความหวังว่าเหตุการณ์ต่างๆ จะจบลงด้วยการเจรจา ทำให้หลายตลาดฟื้นตัวขึ้นมาค่อนข้างเร็ว รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่รีบาวด์เด่นในเดือนเมษายน
แต่สิ่งที่นักลงทุนจับตาจากนี้ คือ Sell in May ปีนี้ จะกลับมาอีกครั้งหรือไม่?
บริษัท หลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจ ว่าโดยสถิติย้อนหลัง 15 ปีของ SET Index พบว่า เดือนพฤษภาคมให้ผลตอบแทนติดลบถึง 10 ปี และเฉลี่ยอยู่ที่ -1.3% สะท้อนว่าเดือนนี้มักเป็นช่วงที่ตลาดพักฐาน หรือเผชิญแรงขายทำกำไรได้บ่อยกว่าปกติ
โดยตลาดขึ้นมารับข่าวดีไปพอสมควรแล้ว ขณะที่ปัจจัยใหม่ที่เข้ามาหนุนตลาดเริ่มมีจำกัด และยังมีเรื่องที่ต้องติดตาม เช่น เงินเฟ้อสหรัฐฯ กลางเดือนพฤษภาคม ที่อาจเร่งตัวขึ้นจากฐานราคาน้ำมันต่ำในปีก่อน ซึ่งอาจลดความหวังเรื่องดอกเบี้ยขาลง และจำกัด Upside ของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ดังนั้น เดือนนี้อาจไม่ใช่จังหวะไล่ซื้อทั้งตลาด แต่ควรมองหาหุ้นที่ยังขึ้นน้อย( Laggard Play) หรือกลุ่มที่ได้ประโยชน์หากราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวลง และหากตลาดหุ้นในเดือนนี้ปรับตัวลดลงจริง ด้วยปัจจัยหนุนที่มีความจำกัด ก็นับเป็นหนึ่งในโอกาสที่จะเข้าสะสมในหุ้นธีม SCB, MINT, CPN, MTC, SAWAD เพราะถ้าราคาน้ำมันค่อย ๆ ลดลงในระยะถัดไป หุ้นเหล่านี้อาจกลับมาน่าสนใจมากขึ้น
โดยสรุปคือ บล.พาย มองว่า อาจจะเป็นหนึ่งปีที่มีความท้าทายด้วยปัจจัยกดดันที่รออยู่ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาส แค่ต้องเลือกหุ้นให้มากขึ้น และไม่ไล่ราคาหุ้นที่ขึ้นมาแรงเกินไปแล้ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB