อินไซด์ พบ Gen Z และ Millennials หันมาลงทุนในทองคำมากกว่าคนรุ่นเก่า
เปิดอินไซด์ พบ Gen Z และ Millennials หันมาลงทุนในทองคำ รวมกันในอัตราที่สูงกว่าคนรุ่นเก่า เกิดเทรนด์ “Fractional Ownership” ซื้อทีละเล็กน้อย
งานวิจัยจากหลายสถาบัน เช่น Bank of America ชี้ว่าคนรุ่น Gen Z และ Millennials หันมาลงทุนในทองคำในอัตราที่สูงกว่าคนรุ่นเก่าอย่าง Gen X และ Baby Boomers โดยเกือบครึ่งหนึ่งของ Gen Z และ Millennials มองว่าความมั่นคง และการจับต้องได้เป็นเหตุผลหลักในการซื้อทองคำ
โดยเฉพาะหลังจากผ่านวิกฤตปี 2008 จนถึงโควิด-19 และค่าครองชีพที่สูงในปัจจุบัน เป็นเหตุผลสำคัญของการถือ "ทองคำ"
ยิ่งในยุคดิจิทัลการเข้าถึงทองคำของคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสามารถซื้อได้ในขนาดย่อย ใช้เงินลงทุนน้อย และสามารถซื้อขายได้ทันทีที่ต้องการ ทำให้วัยรุ่นนิยมใช้เป็นจุดพักใจและฟื้นฟูพอร์ตที่ดี
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน เเอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ความนิยมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นแรงซื้อทองคำในทางอ้อม เนื่องจากทองคำที่เป็น “สินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Tangible Assets)” จะช่วยปรับสมดุลให้กับความเสี่ยงของพอร์ต ความนิ่งและความน่าเชื่อถือในยามวิกฤต (Absolute Safe Haven) ทองคำจึงยังมีหลายคุณสมบัติที่เด่นชัดกว่า
นอกจากนี้ ยังเกิด “Fractional Ownership” ทำให้ทองคำเข้าถึงง่ายมาก เช่นการออมทองที่เริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียงไม่กี่บาทผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเริ่มต้นใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท เช่น YLG Get Gold ซึ่งการลงทุนส่งผลให้เกิดสภาพคล่องสูงขึ้น สามารถซื้อขายได้ทันทีเมื่อต้องการ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทางมาหน้าร้านทอง
ซึ่งเทรนด์นี้ทำให้ผู้ประกอบการย่อขนาดสัญญาการซื้อขายล่วงหน้าให้เล็กลง 10 เท่า จาก 10 ทรอยออนซ์ เหลือเพียง 1 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 2 บาททองคำ ผ่านการ เข้าร่วม TFEX เพื่อเปิด Mini Gold Online Futures สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าแบบมินิมอล
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB