นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) จัดอันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ปี 2569
นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) จัดอันดับมหาเศรษฐีเมืองไทย ปี 2569 พร้อมเปิดชื่อ 10 อันดับแรก
นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) จัดอันดับ ความมั่งคั่งมหาเศรษฐีเมืองไทย 50 อันดับแรกของประเทศ โดยมูลค่าทรัพย์สินรวมของพวกเขาเพิ่มขึ้น 10% เป็น 187,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เกือบ 2 ใน 3 ของมหาเศรษฐีในรายชื่อที่มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นปีนี้ "เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว" เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลัง Red Bull ยังคงครองอันดับ 1 เป็นปีที่สามติดต่อกัน ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 47,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
โดยรายได้ของ Red Bull เพิ่มขึ้นมากกว่า 8% เป็น 12,200 ล้านยูโร (13,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2568 จากยอดจำหน่ายเกือบ 14,000 ล้านกระป๋องทั่วโลก
ตามด้วย พี่น้อง "ตระกูลเจียรวนนท์" เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ยังคงครองอันดับ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 36,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเมื่อเดือนมกราคม ศุภชัย เจียรวนนท์ เจ้าของ Arise Digital Technology และเป็นบุตรชายของธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ตกลงซื้อหุ้นเกือบ 25% ของทรู คอร์ปอเรชั่น จาก Telenor Group ของนอร์เวย์ ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมทุน ด้วยมูลค่ากว่า 100,000 ล้านบาท (3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) พร้อมสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีก 5.4% ภายในระยะเวลา 2 ปี
ต่อมา คือ "สารัชถ์ รัตนาวะดี" จาก บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) มหาเศรษฐีด้านพลังงานและโทรคมนาคม ที่มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดในแง่มูลค่าเงินดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้น 5,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 17,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ยังคงอยู่ในอันดับ 3 หลัง กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทยเป็นเกือบ 10% ส่งผลให้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของธนาคาร
อันดับ 4 คือ "ครอบครัวจิราธิวัฒน์" ขยับขึ้น 1 อันดับ โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ใน 3 เป็น 11,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Central Retail ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ Central Group มีทั้งการขยายห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และยังมีแผนลงทุนอีกราว 18,000 ล้านบาทในปีนี้ เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาในประเทศไทยและเวียดนาม
ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ เจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีธุรกิจเครื่องดื่ม ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้ Frasers Property ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ กำลังดำเนินการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งช่วยให้มูลค่าทรัพย์สินของเขาเพิ่มขึ้น 10% เป็น 11,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาผู้ที่มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นรายอื่นๆ ได้แก่ จรีพร จารุกรสกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท WHA ผู้ดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม คลังสินค้า และโลจิสติกส์ โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเธอพุ่งขึ้น 69% เป็น 1,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยได้อานิสงส์จากการสนับสนุนการลงทุนด้าน AI ของไทย ที่ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
ขณะที่ ผู้ที่กลับเข้าสู่รายชื่อในปีนี้มี 2 ราย ได้แก่ บัญชา องค์กิตติ ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ KCE Electronics ซึ่งได้รับประโยชน์จากความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่แข็งแกร่ง อีกรายคือ กันกุล ดำรงปิยวุฒิ ผู้ก่อตั้ง Gunkul Engineering ที่ได้รับแรงหนุนจากการขยายธุรกิจจัดหาไฟฟ้าสีเขียวให้กับศูนย์ข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีสมาชิกทำเนียบมหาเศรษฐีที่เสียชีวิต 3 ราย ได้แก่ กฤตย์ รัตนรักษ์จากบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7HD ซึ่งทรัพย์สินตกทอดสู่บุตรชายเพียงคนเดียวคือ ชัชชน รัตนรักษ์
ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้ร่วมก่อตั้งเครือกรุงเทพดุสิตเวชการ หรือ BDMS โดยทรัพย์สินถูกรวมอยู่ภายใต้ตระกูลปราสาททองโอสถ และ ชูชาติ พัชรชัย (เพ็ชรอำไพ) ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับภรรยา ดาวนภา พัชรชัย ซึ่งในปีนี้มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบเพียงผู้เดียว
10 อันดับแรก มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2569 มีดังต่อไปนี้
1. เฉลิม อยู่วิทยา และครอบครัว ทรัพย์สิน 4.7 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท
2. พี่น้องเจียรวนนท์ ทรัพย์สิน 3.66 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท
3. สารัชถ์ รัตนาวะดี ทรัพย์สิน 1.76 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 5.75 แสนล้านบาท
4. ตระกูลจิราธิวัฒน์ ทรัพย์สิน 1.17 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.82 แสนล้านบาท
5. เจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว ทรัพย์สิน 1.15 หมื่นล้านเหรียญ หรือ 3.76 แสนล้านบาท
6. ตระกูลไชยวรรณ ทรัพย์สิน 5.1 พันล้านเหรียญ หรือ 1.67 แสนล้านบาท
7. ตระกูลปราสาททองโอสถ ทรัพย์สิน 3.7 พันล้านเหรียญ หรือ 1.21 แสนล้านบาท
8. เสถียร เสถียรธรรมะ ทรัพย์สิน 2.8 พันล้านเหรียญ หรือ 9.15 หมื่นล้านบาท
9. อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว ทรัพย์สิน 2.4 พันล้านเหรียญ หรือ 7.84 หมื่นล้านบาท
10. ชัชชน รัตนรักษ์ ทรัพย์สิน 2.3 พันล้านเหรียญ หรือ 7.51 หมื่นล้านบาท
หมายเหตุ: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่มีการจัดเก็บข้อมูลการจัดอันดับ โดยอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยอยู่ที่ 32.672 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB