ทองผันผวนแรง! จับตา ปัจจัยชี้ทิศทาง
GCAP GOLD มองทองผันผวนสูง หลังทะลุกรอบ Sideway แนะ รอราคาย่อตัวใกล้แนวรับ ลดความเสี่ยง
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำในระยะนี้มีแนวโน้มผันผวน ระดับสูง พร้อมแนะจับตา 2 ปัจจัยหลัก ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางราคา ได้แก่ ความคืบหน้าการเจรจาทางการเมืองระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน และการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย และการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งเป็นดัชนีชี้ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล และแนวโน้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลายลงชั่วคราว หลังประธานาธิบดีทรัมป์ ระงับแผนโจมตีอิหร่านเพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ ล่าสุดสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้ภายในสัปดาห์นี้ ความคืบหน้าดังกล่าวช่วยคลายความกังวลด้านอุปทานพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในระยะสั้น
“ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองในฐานะเส้นทางขนส่งน้ำมัน1 ใน 5 ของโลก หากการเจรจาประสบความสำเร็จ และเปิดการเดินเรือได้เต็มรูปแบบ จะช่วยคลายแรงกดดันด้านราคาพลังงานและเงินเฟ้อลง อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านยังไม่ตอบรับเงื่อนไขทำให้สถานการณ์ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงและพร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา”
ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกลยุทธ์ "รอเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวใกล้แนวรับ" พร้อมหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อในช่วงที่ราคาปรับขึ้นแรง เนื่องจากราคาทองคำเพิ่งทะลุกรอบ Sideway ทำให้การเคลื่อนไหวระยะสั้นเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความผันผวนสูง
โดยประเมินแนวรับสำคัญที่ $4,160–$4,120 หรือทองคำไทยประมาณ 64,800–64,500 บาท ซึ่งเป็นโซนที่ราคามีโอกาสย่อตัวกลับลงมารีเทสต์หลังเบรกกรอบขึ้น ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ $4,330–$4,365 หรือประมาณ 67,300–67,800 บาท หากราคาย่อตัวแต่ยังยืนเหนือแนวรับได้ มีโอกาสฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากหลุด $4,120 ควรชะลอการเข้าซื้อและรอประเมินแนวรับถัดไป เพื่อลดความเสี่ยงจากแรงขายที่อาจเพิ่มขึ้น
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB