มีเงินล้านแล้วทำอะไรต่อ? เมื่อ “ล้านแรก” ไม่ใช่ปลายทางความมั่งคั่ง
ทีทีบีชี้ กลุ่ม Mass Affluent ที่มีสินทรัพย์ 1-5 ล้านบาท ยังถือเงินฝากเป็นหลักกว่า 75% สะท้อนโอกาสต่อยอด “ล้านแรก” สู่เป้าหมายความมั่งคั่งที่ใหญ่ขึ้น
การมีเงินเก็บแตะ “1 ล้านบาท” อาจเป็นหมุดหมายสำคัญของคนวัยทำงาน แต่สำหรับคนที่เริ่มมีสินทรัพย์ระดับนี้ คำถามต่อไปอาจไม่ใช่แค่ “เก็บเงินอย่างไรให้ได้ล้านแรก” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้เงินล้านนั้นเติบโตต่อ?”
นี่คือกลุ่มที่เรียกว่า Mass Affluent หรือ MAF หรือกลุ่มคนที่เริ่มสร้างความมั่งคั่ง โดยทีทีบีระบุว่า ในระบบมีบัญชีเงินฝากมูลค่า 1-5 ล้านบาทมากกว่า 1.47 ล้านบัญชี คิดเป็นสินทรัพย์รวมกว่า 2.95 ล้านล้านบาท
ส่วนทีทีบีมีลูกค้ากลุ่มเป้าหมายประมาณ 600,000 ราย และมีสินทรัพย์ภายใต้การดูแล (AUM) รวมกว่า 2.8 แสนล้านบาท
แต่ตัวเลขที่น่าสนใจคือ แม้จะมีเงินระดับหลักล้านแล้ว คนกลุ่มนี้จำนวนมากยังไม่ได้กระจายเงินไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่นมากนัก
ข้อมูลของทีทีบีพบว่า กว่า 75% ยังถือครองสินทรัพย์ในรูปเงินฝากเป็นหลัก และกว่า 60% ของสินทรัพย์ยังอยู่ในบัญชีเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนระดับต่ำ
ช่องว่างนี้จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญของการบริหารความมั่งคั่ง เพราะการมีเงินก้อนใหญ่ขึ้นไม่ได้แปลว่าเงินจะเติบโตขึ้นเอง หากยังไม่ได้เลือกเครื่องมือให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน
ทำไมต้องเริ่มดูแลตั้งแต่ “1 ล้านบาท”?
ทีทีบีมองว่าลูกค้ากลุ่ม MAF เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง แต่โดยทั่วไปการดูแลด้าน Wealth Management มักเริ่มต้นที่ลูกค้าที่มี AUM ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป
ขณะที่ทีทีบีเลือกขยับจุดเริ่มต้นลงมาเป็น 1 ล้านบาท โดยนับรวมเงินฝาก เงินลงทุนในกองทุนรวม หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่อายุ 30 ปีขึ้นไป มีรายได้เฉลี่ยมากกว่า 75,000 บาทต่อเดือน และมีเป้าหมายสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว
เป้าหมายของธนาคารจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การมีเงินล้านแรก แต่ต้องการให้ลูกค้ากลุ่มนี้ขยับไปสู่กลุ่ม Wealth ที่มี AUM ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปก่อนอายุ 45 ปี
“ttb superior” จึงถูกออกแบบมาเพื่อคนที่กำลังไปต่อ
จากโจทย์ดังกล่าว ทีทีบีเปิดตัว “ttb superior” เอกสิทธิ์สำหรับลูกค้ากลุ่ม MAF ที่มีผลิตภัณฑ์ทางการเงินรวมกับธนาคารตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แนวคิด “A Superior Path for Your Next Success - ก้าวที่เหนือกว่า สู่ความสำเร็จอีกระดับ”
สิทธิประโยชน์แบ่งออกเป็น 3 แกนหลัก
1. Superior Solutions
โซลูชันทางการเงินที่ช่วยต่อยอดความมั่งคั่ง เช่น บัญชีดิจิทัล ttb ME save ที่ให้อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.30% ต่อปี และดอกเบี้ยรวมโบนัสสูงสุด 1.50% ต่อปี, บัตรเครดิต ttb absolute รับคะแนน X2 เพิ่มในหมวดท่องเที่ยวและร้านอาหาร นอกเหนือจากหมวดออนไลน์ รวมถึงสิทธิใช้ห้องรับรองสนามบินฟรี 2 ครั้งต่อปีโดยไม่มีเงื่อนไขการใช้จ่าย และแผนประกัน Superior Protect & Beyond จากพรูเด็นเชียล ประเทศไทย
2. Superior Digital Wealth Advisory
บริหารความมั่งคั่งผ่าน My Wealth บนแอป ttb touch ให้ลูกค้ามองเห็นภาพรวมสินทรัพย์ วางแผนลงทุนตามเป้าหมาย ปรับสมดุลพอร์ต รวมถึงเข้าถึงการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ และ ETF ระดับโลกได้ในที่เดียว
3. Superior Privilege
สิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ เช่น ของขวัญวันเกิด สิทธิชมภาพยนตร์ SF ฟรี รวมถึงบริการล้างรถและล้างเครื่องปรับอากาศฟรีตลอดปี
แล้วคนมีเงินล้านจะเข้าถึงสิทธิ์นี้อย่างไร?
สำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน หากเปิดบัญชีใหม่หรือเพิ่มยอดเงินฝากใน ttb ME save และ/หรือมีการลงทุนในกองทุนรวมกับทีทีบี โดยมียอดรวมตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป ระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2569 จะได้รับการอัปเกรดสถานะเป็น Superior และรับสิทธิประโยชน์ภายในเดือนถัดไป
นอกจากนี้ ยังมีโอกาสรับดอกเบี้ย ttb ME save สูงสุด 1.50% ต่อปี หากมียอดลงทุนในกองทุนรวมเฉลี่ยตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป หรือเลือกลงทุนกองทุนรวมแบบ DCA ตั้งแต่ 3,000 บาทต่อเดือน
ท้ายที่สุดแล้ว แนวคิดของ ttb superior ไม่ได้อยู่แค่การให้สิทธิพิเศษกับคนที่มีเงินล้าน แต่สะท้อนการแข่งขันของธนาคารในการเข้าไปดูแล “คนที่กำลังสร้างความมั่งคั่ง” ตั้งแต่ช่วงต้น ก่อนที่เงินก้อนแรกจะเติบโตไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าในอนาคต
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB