จับตาเงินบาท-หุ้นไทยสัปดาห์หน้า หลังเงินบาทอ่อนสุดเกือบ 2 เดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผย เงินบาทแตะ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนฟื้นตัวท้ายสัปดาห์ ขณะที่หุ้นไทยได้แรงหนุนจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในช่วงวันที่ 21-25 ก.ย. 2569 โดยพบว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ก่อนพลิกกลับมาแข็งค่าช่วงท้ายสัปดาห์
ช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทแข็งค่าตามทิศทางเงินหยวน หลังทางการจีนกำหนดอัตราอ้างอิงเงินหยวนให้แข็งค่ากว่าที่ตลาดประเมินไว้หลายวันติดต่อกัน ทำให้ตลาดมองว่าอาจเป็นสัญญาณว่าจีนเปิดทางให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้น ก่อนการพบกันระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ และจีน
อย่างไรก็ตาม ช่วงกลางสัปดาห์เงินบาทกลับมาอ่อนค่า หลังเงินดอลลาร์ฯ ฟื้นตัวและบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับขึ้น โดยมีแรงหนุนจากท่าทีของเจ้าหน้าที่เฟดที่ส่งสัญญาณสนับสนุนการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัดแรงกดดันเงินเฟ้อ รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดี
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงแตะ 33.51 บาทต่อดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 2 เดือน ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ฯ แตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือน
ด้านบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 30 ปี เพิ่มขึ้นแตะ 5.48% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2547 ส่วนบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปี แตะ 5.21% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550
ช่วงท้ายสัปดาห์ เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ตามการฟื้นตัวของราคาทองคำในตลาดโลก ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และเงินเยนที่แข็งค่ากลับมาบางส่วน ท่ามกลางความกังวลว่าทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงเพื่อชะลอการอ่อนค่าของเงินเยน หลังเงินเยนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ฯ
KBank คาดเงินบาทสัปดาห์หน้า 33.00-33.60 บาท
สำหรับสัปดาห์วันที่ 28 ก.ย.-2 ต.ค. 2569 KBank คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายงานเศรษฐกิจและการเงินเดือน ส.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด อัตราเงินเฟ้อจากดัชนี PCE/Core PCE เดือน ส.ค. ข้อมูลตลาดแรงงานเดือน ก.ย. และตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ (final)
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ย. ของยูโรโซนและอังกฤษ
หุ้นไทยบวกเกือบตลอดสัปดาห์
ด้านตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET ปรับตัวขึ้นเกือบตลอดสัปดาห์ โดยได้แรงหนุนจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
ช่วงต้นสัปดาห์ SET ดีดตัวขึ้น หลัง Fitch Ratings ปรับเพิ่มมุมมองต่ออันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” เป็น “มีเสถียรภาพ” ส่งผลให้เกิดแรงซื้อหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร
ขณะเดียวกัน ความคาดหวังเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านนอกรอบการประชุม UNGA รวมถึงแรงซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ตามทิศทางหุ้นเทคโนโลยีในต่างประเทศ ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยให้ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ดัชนีหุ้นไทยย่อตัวลงช่วงสั้น ๆ ระหว่างรอติดตามการพบปะเจรจาระหว่าง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน
ก่อนที่ตลาดจะกลับมาปรับตัวขึ้นอีกครั้งช่วงท้ายสัปดาห์ หลังตัวเลขส่งออกไทยเดือน ส.ค. ขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง ประกอบกับมีแรงซื้อหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง
KSecurities มองกรอบหุ้นไทย 1,555-1,630 จุด
สำหรับสัปดาห์วันที่ 28 ก.ย.-2 ต.ค. 2569 KSecurities คาดแนวรับของดัชนี SET ที่ 1,585 และ 1,555 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,615 และ 1,630 จุด
ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ดัชนีราคา PCE/Core PCE เดือน ส.ค. ข้อมูลตลาดแรงงานเดือน ก.ย. และตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 ของสหรัฐฯ
รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือน ก.ย. ของสหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ และดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ย. (เบื้องต้น) ของยูโรโซน
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB