รู้จักคำศัพท์การลงทุน P/E Ratio ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อหุ้น
รู้จัก P/E Ratio หรือ Price to Earnings Ratio พร้อม 5 เรื่องควรรู้ เมื่อเลือกหุ้นด้วย P/E Ratio
P/E Ratio หรือ Price to Earnings Ratio คือ อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดกับกำไรสุทธิของหุ้นสามัญ อัตราส่วนนี้เป็นตัวสะท้อนความถูกความแพงของหุ้นตัวนั้นๆ หุ้นที่มีค่า P/E ระดับสูง แสดงว่าผู้ลงทุนในตลาดยินดีจะจ่ายเงินลงทุนซื้อหุ้นดังกล่าวในราคาสูง เนื่องจากคาดหมายว่าผลกำไรของบริษัทผู้ออกหุ้นดังกล่าวจะขยายตัวในอัตราที่สูง ซึ่งหุ้นที่มีค่า P/E สูงมักเป็นหุ้นของบริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง
อัปเดต เส้นทางพายุ “ดีเปรสชัน” จ่อขึ้นฝั่งเวียดนาม เคลื่อนปกคลุม “อีสาน-เหนือ”
สำหรับหุ้นที่มีค่า P/E ต่ำ อาจจะเป็นหุ้นของกิจการที่อยู่ในธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีอัตราการขยายตัวต่ำและเติบโตเต็มที่แล้วหรืออาจจะอยู่ในธุรกิจที่ไม่ได้รับความนิยมแล้ว (หากเป็นกองทุนหุ้นก็จะใช้เป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นแต่ละตัวที่กองทุนถือ)
ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า Price to Earnings Ratio (P/E) คือ อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ เป็นอัตราส่วนที่แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนยินดีจะลงทุนจ่ายเงินซื้อหุ้นนั้นเป็นกี่เท่าของทุก ๆ 1 บาท ของกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งมีสูตรการคำนวณดังนี้
ตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัท ก. มีราคาตลาดเท่ากับ 23 บาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 2.27 บาท P/E Ratio จะเท่ากับ 10.1 เท่า (23 / 2.27) ค่า P/E Ratio ที่คำนวณได้จะนำไปประเมินเปรียบเทียบกับค่า P/E Ratio เฉลี่ยของอุตสาหกรรมซึ่งเป็นค่าอ้างอิง
บริษัทที่มีค่า P/E Ratio สูง แสดงว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่ากิจการที่มี P/E Ratio ต่ำ ตาม Rule of Twenty กำหนดไว้ว่า ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้น บวกกับอัตราเงินเฟ้อของเศรษฐกิจในประเทศ ควรมีค่าประมาณ 20 เท่า เช่น มีการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ระดับร้อยละ 4.5 ดังนั้น P/E Ratio ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นควรจะอยู่ที่ระดับ 20 - 4.5 = 15.5 เท่า เป็นต้น
นายภัทรธร ช่อวิชิต AISA นักลงทุนเน้นคุณค่า ระบุว่า หากนึกถึงอัตราส่วนทางการเงินยอดนิยมที่นักลงทุนนำมาประกอบการตัดสินใจก่อนลงทุนหุ้น หนึ่งในนั้นคือ อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ หรือ P/E Ratio ซึ่งเป็นการวัดว่าเราจ่ายเงินซื้อหุ้นด้วยราคากี่เท่าของกำไร หุ้นที่ P/E Ratio “สูง” แสดงว่าหุ้นตัวนั้น “แพง” กว่าหุ้นที่ P/E Ratio “ต่ำ”
โดยต้องเปรียบเทียบกับหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันหรือมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่เหมือนหรือคล้ายกัน แต่ไม่ใช่ดูแค่ความ “ถูกหรือแพง” เท่านั้น นักลงทุนควรพิจารณาประเด็นอื่น ๆ เพิ่มเติมเมื่อจะประเมินมูลค่าหุ้นด้วย P/E Ratio ด้วย
1. ราคา คือ สิ่งที่จ่าย (ซื้อความคาดหวัง)
เมื่อนักลงทุนยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อหุ้นในวันนี้ เพราะคาดหวังว่าจะได้กำไรในอนาคต ซึ่งปัจจัยที่กำหนดความคาดหวังนั้น คือ กิจการมีการเติบโตและมีคุณภาพในการดำเนินธุรกิจ มีความสามารถในการแข่งขัน มีแผนลงทุนที่ดีมีประสิทธิภาพ และนักลงทุนรับรู้พร้อมกับคาดหวังการเติบโตที่ดีในอนาคต ถึงแม้ว่าหุ้นตัวนั้น P/E Ratio จะสูง นักลงทุนก็จะยอมจ่าย และหากบริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่อง ก็จะเห็น P/E Ratio ยืนอยู่ระดับสูง ๆ ได้หลายปี
2. กำไร คือ สิ่งที่ (คาดว่า) จะได้รับ
นอกจากนักลงทุนต้องการหุ้นที่มี P/E Ratio ต่ำแล้ว ก็ต้องการ “หุ้นที่ดี” ด้วย เพราะการได้ของถูกและดี เมื่อนักลงทุน (ส่วนใหญ่) เริ่มเห็นว่าเป็นหุ้นที่มีคุณค่า ราคาหุ้นก็จะปรับขึ้นไปสู่ระดับที่เรียกว่า มูลค่าที่เหมาะสม แต่สมมติว่ายังไม่มีใครเห็นสิ่งที่จะได้อย่างชัดเจน เช่น ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามการเติบโตของกิจการ ต้องดูที่คุณภาพของกำไร ซึ่งสามารถดูได้จากความสม่ำเสมอของอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่จะเป็นตัวบอกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น 100 บาท สามารถสร้างผลตอบแทนได้เท่าไร ซึ่งแนวคิดการวิเคราะห์มาจากสมมติฐานเบื้องหลังของการประเมินมูลค่า คือ กำไรในอนาคต จะเติบโตในอัตราคงที่ไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ลักษณะการเติบโตแบบนี้เรียกว่า Sustainable Growth
ความหมายของการเติบโตในลักษณะนี้ คือ เมื่อบริษัทมีกำไรหลังจากหักปันผล จากนั้นนำเงินทุนที่เพิ่มไปลงทุนต่อได้ผลตอบแทนเท่ากับ ROE และหาก ROE อยู่ในระดับคงที่สม่ำเสมอ กำไรก็จะเติบโตคงที่สม่ำเสมอตามไปด้วย
ดังนั้น ควรพิจารณารายได้ กำไร และ ROE ที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และหากต้องการลงทุนแล้วสบายใจมากยิ่งขึ้น หุ้นก็ต้องมี P/E Ratio ไม่แพงจนเกินไป พูดง่าย ๆ ได้ซื้อ “ของดี ในราคาที่เหมาะสม”
3. หุ้น P/E ต่ำ แต่ตัวเลขกำไรหวาดเสียว
นักลงทุนอาจชื่นชอบหุ้น P/E Ratio ต่ำ เพราะมองว่าได้ซื้อของถูก แต่หากวิเคราะห์ก็อาจเป็นภาพลวงตาจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น หุ้นวัฏจักร โดยหุ้นประเภทนี้จะมีผลการดำเนินงานตามวัฏจักร หากเป็นช่วงวัฏจักรขาขึ้น ก็จะขายสินค้าได้ดี สร้างผลกำไรได้สูง ทำให้เห็น P/E Ratio อยู่ในระดับต่ำ (เนื่องจากกำไรสูง) แต่เมื่อเข้าสู่วัฏจักรขาลง ยอดขายลดลง และนักลงทุนประเมินว่าผลกำไรจะลดลง ทำให้ราคาหุ้นปรับลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก P/E Ratio จะคำนวณจากตัวเลขกำไรในอดีต ผลลัพธ์ คือ จะเห็น P/E Ratio ปรับลดลง (เนื่องจากราคาหุ้นปรับลง) ดังนั้น หากลงทุนหุ้นวัฏจักร ควรศึกษาตัวเลขกำไรย้อนหลังในอดีตไปหลาย ๆ ปี
กำไรพิเศษ เช่น มีกำไรจากการขายสินทรัพย์ กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกำไรดังกล่าวจะได้รับเพียงครั้งเดียว โดยงวดไหนที่บริษัทได้รับกำไรพิเศษ จะทำให้ P/E Ratio ปรับลดลง และในงวดถัดไปเมื่อไม่มีกำไรพิเศษ (มีแต่กำไรปกติ) ค่า P/E Ratio ก็จะปรับสูงขึ้น
กำไรผันผวนไม่ต่อเนื่อง ธุรกิจที่ต้องหางานใหม่ ๆ ตลอดเวลาจะมีความเสี่ยงเกี่ยวกับความผันผวนด้านรายได้และกำไร เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับการประมูลงาน ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ทำให้นักลงทุนจะให้ P/E Ratio ธุรกิจลักษณะนี้ในระดับต่ำเพื่อชดเชยความเสี่ยง ดังนั้น ก่อนตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาว่าหุ้นตัวนั้น โดยธรรมชาติแล้วมีลักษณะการดำเนินธุรกิจที่มีกำไรผันผวนมากน้อยแค่ไหน
4. P/E Ratio ที่เหมาะสม ควรอยู่ระดับไหน
เทคนิคเบื้องต้นในการคำนวณหา P/E Ratio ที่เหมาะสม คือ การใช้ P/E Ratio เฉลี่ย เพราะเป็นค่าที่คำนวณจากตลาดโดยรวมที่มีต่อหุ้น หาก P/E Ratio เฉลี่ยอยู่ระดับสูง แสดงว่าตลาดโดยรวมคาดหวังการเติบโตสูง และหาก P/E Ratio เฉลี่ยอยู่ระดับต่ำ แสดงว่าตลาดโดยรวมคาดหวังการเติบโตไม่สูง
ถัดจากนั้น นักลงทุนก็นำมาปรับตามการวิเคราะห์ของตัวเองพร้อมกับการประเมินอนาคตธุรกิจไปใน 3 - 5 ปีข้างหน้า ว่าจะยังเติบโตสูงต่อเนื่องหรือไม่ หากมองว่ามีโอกาสเติบโตลดลง ก็ปรับ P/E Ratio ลง จากนั้นก็นำไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย หาก P/E Ratio เฉลี่ยต่ำกว่า สะท้อนว่าได้ซื้อหุ้นในราคาถูก เป็นต้น
5. หาราคาเป้าหมายด้วย P/E Ratio การหาราคาเป้าหมายโดยใช้สูตร
ราคาเป้าหมาย = (PE) x กำไรที่คาดการณ์
ดังนั้น ในการหาหุ้นที่ลงทุนไปแล้วจะสร้างผลตอบแทนที่ดีได้อย่างยาวนาน ก็ต้องเป็นหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่ดีมีประสิทธิภาพ หรือมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน ซึ่งนักลงทุนก็ต้องค้นหา วิเคราะห์ และคาดหวังผลตอบแทนจากหุ้นอย่างสมเหตุสมผล ด้วยสมมติฐาน ข้อมูล ความรู้ที่รอบด้าน
ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไทย / 5 เรื่องควรรู้ เมื่อเลือกหุ้นด้วย P/E Ratio / ธนาคารกรุงศรี
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB