มหาอำนาจเดินเกมคริปโทฯ ไทยจะเป็นผู้รุกหรือตั้งรับ ?
ปธน.ทรัมป์ เดินหน้าพาสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์กลางของคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชน สิ้นเสียงประกาศนี้ สะเทือนโลกการเงินทั่วโลกทัน นับจากวินาทีนี้ไปเศรษฐกิจโลกดิจิทัลจะหมุนไปในทิศทางใด คงไม่มีใครให้คำตอบเราได้ดีไปกว่า ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา แห่ง Bitkub
รายการ Business Canvas พูดคุยกับ จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้เป็นทั้งนักธุรกิจและผู้ก่อตั้งบริษัท Bitkub บอกเล่าสถานการณ์หลังจาก ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งประธานอธิบดีสหรัฐ พร้อมลุยนโยบายเศรษฐกิจกำแพงภาษี ลดความสำคัญมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ลดการอพยพแรงงานต่างชาติ พร้อมประกาศนโยบายที่น่าจับตา คือ สหรัฐต้องเป็นศูนย์กลางของคริปโทเคอร์เรนซีและบล็อกเชน โดยจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อทิศทางของเศรษฐกิจโลกอย่างไร
ท็อป จิรายุส กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทคริปโทเคอร์เรนซี ถ้ามาเปิดที่สหรัฐ จะยกเว้นภาษี เพราะเขาต้องการเป็นผู้นำทั้ง สินทรัพย์ดิจิทัล และ AI ส่งผลให้ Supply Chain เริ่มย้ายออกมาจากจีน ซึ่งอนาคตของของสินทรัพย์ดิจิทัล อย่างบิตคอยน์จะเป็นหนึ่งในสกุลเงินสำรองของทั้งโลกแน่นอน ซึ่ง 5 ประเทศที่มีอิทธิพลต่อ GDP โลกมากที่สุด คือ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น อังกฤษ กลุ่มยูโรเปี้ยน จะเพิ่มบิตคอยน์เข้าไปด้วย
สำหรับตอนนี้สหรัฐ เตรียมเก็บบิตคอยน์เป็นเงินสำรองของประเทศ ทำให้ประเทศอื่นก็ต้องทำอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก็จะทำให้ตลาดทองคำปั่นป่วน ซึ่งแผนของทรัมป์ คือ จะซื้อบิตคอยน์อย่างน้อย 2 แสนบิตคอยน์ติดกัน 5 ปีให้ครบ 1 ล้านบิตคอยน์
ทำให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ทางสหรัฐจะมีทั้งหมด 5% โดยปัจจุบันมีอยู่ราว 1% จีนก็มี 1.9 แสนบิตคอยน์ เกือบ 1% , อังกฤษจำนวน 5 หมื่นบิตคอยน์ ส่วน UAE ลงทุน 40 บิลเลี่ยนดอลลาร์ ในการซื้อบิตคอยน์ รวมถึงทางยูเครนกับรัสเซียมีบิตคอยน์เยอะมาก
ส่งผลให้เห็นว่าประเทศไทยควรรีบหาบิตคอยน์มาเป็นเงินสำรองเช่นกัน ไม่ควรรอทำตามสิงค์โปร์ ซึ่งตอนนี้เศรษฐกิจดิจิทัลขึ้นไปถึง 15.5% ของโลก และในอีก 10 ปีข้างหน้า 70% ของมูลค่าทั้งหมดจะมาจากเศรษฐกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ การเงินโลกในอนาคตอันใกล้จะมี Universal Account ปัจจุบันต่างประเทศ Fintech Company เริ่มใส่คริปโทเคอร์เรนซี สินทรัพย์ทางดิจิทัลเข้าไป รวมกันเป็น Universal Account ที่หนึ่งบัญชีสามารถทำได้ทุกอย่าง
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB