“YG Entertainment” เสาหลักวงการ K-Pop ผู้สร้างซุป’ตาร์ระดับโลก
ย้อนเส้นทาง “YG Entertainment” หนึ่งใน Big 3 ของวงการ K-Pop ผู้ปั้นศิลปินซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์เกาหลีใต้
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน “K-Pop” (เคป็อป) หรือเพลงป็อปจากเกาหลีใต้ ได้กลายเป็นหนึ่งในแนวเพลง (Genre) ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก รวมถึงเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของเกาหลีใต้ซึ่งสร้างอิทธิพลในวงกว้าง
ความจริง K-Pop เพิ่งถือกำเนิดได้ราว ๆ 30 ปีเท่านั้น แต่มีอัตราการเติบโตที่น่าตกใจ โดยมีเสาหลักหรือ “Big 3” ของวงการ ซึ่งประสบความสำเร็จมากที่สุด และผลักดันคลื่น K-Pop ให้เติบโตและขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
หนึ่งใน Big 3 นั้นคือ “YG Entertainment” (วายจีเอนเตอร์เทนเมนต์) ซึ่งคนไทยอาจคุ้นหูกันดี เพราะนี่คือต้นสังกัดของศิลปินเกิร์ลกรุ๊ประดับโลก “แบล็กพิงก์” (BLACKPINK) ที่มีสาวน้อย ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล จากประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก
อาณาจักรแห่งความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่แห่งยุครายนี้ เป็นผู้สร้างศิลปินที่หลายคนหลงรัก นอกจากแบล็กพิงก์ยังมีทั้ง Big Bang, 2NE1, Psy, Treasure มาจนถึง Baby Monster
ทุกสิ่งทุกอย่างของ YG Entertainment เริ่มต้นจากผู้ก่อตั้งอย่าง “ยัง ฮยอน-ซอก” ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จ เป็นศิลปิน K-Pop ยุคบุกเบิก!
ยุคแรกของ K-Pop
ยัง ฮยอน-ซอก เกิดในปี 1970 เป็นลูกชายของผู้บริหารสถานีวิทยุแห่งหนึ่งในย่านชางชินดง เขตจงโนกูของกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ สมัยเรียนระดับมัธยมต้น เขาได้รับอิทธิพลจากเพลง “Rock It” ของ เฮอร์บี แฮนค็อก และ “Thriller” ของไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป็อป
นั่นทำให้เขาหลงใหลในการเต้นและใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเต้นที่ประสบความสำเร็จ
เขาสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมปลายเทคนิคกวางมยอง และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพช่างเทคนิคก่อสร้าง จากนั้นทำงานให้กับบริษัทผลิตแผนที่อยู่ระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม เขาได้รับแรงบันดาลใจจากการเห็นเพื่อนร่วมโรงเรียนมัธยมออกรายการโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง เขาจึงลาออกจากงานทันทีและเข้าร่วมทีมเบรกแดนซ์ “Spark” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางสู่การเป็นนักเต้นมืออาชีพ
การเป็นนักเต้นทำให้เขาได้พบกับนักร้อง พัค นัม-จุง และก่อตั้งวง “Park Nam-jung and Friends” ขึ้นในปี 1989 และเริ่มทำงานเป็นนักเต้นและนักออกแบบท่าเต้น
ต่อมาในปี 1991 เขาได้พบกับ “ซอ แท-จี” อดีตนักร้องวงเฮฟวีเมทัล “Sinawe” ซึ่งเพิ่งยุบวง และต้องการเปลี่ยนแนว จึงมาเรียนเต้นกับ ยัง ฮยอน-ซอก
ระหว่างเรียน ยัง ฮยอน-ซอก ประทับใจในความสามารถทางด้านดนตรีของ ซอ แท-จี เมื่ออดีตนักร้องเฮฟวีมทัลมีแผนจะตั้งวงดนตรีวงใหม่ขึ้นมา เขาจึงเสนอตัวขอเป็นสมาชิกทันที
ซอ แท-จี ยังชวน “อี จู-โน” นักเต้นและนักร้องประสานเสียง มาร่วมวงด้วย จนสุดท้ายกลายเป็นบอยแบนด์แนวแดนซ์-ป็อปชื่อว่า “Seo Taiji and Boys” ในปี 1992
Seo Taiji and Boys ประสบความสำเร็จอย่างมาก ด้วยเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากวางจำหน่ายอัลบั้มแรก พวกเขามียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านชุด และยังคงเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในเกาหลีใต้ในปัจจุบัน
ตลอดระยะเวลา 4 ปี วง Seo Taiji and Boys ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงเกาหลีใต้ โดยออกผลงานมาทั้งหมด 4 อัลบั้ม และทุกอัลบั้มมียอดขายมากกว่า 1.5 ล้านชุด ซึ่งมีศิลปินในเกาหลีใต้เพียงไม่กี่คนหรือวงเท่านั้นที่ทำได้
Seo Taiji and Boys ยังเป็นวงแรกในประวัติศาสตร์ดนตรีเกาหลีใต้ที่มียอดขายถึง 2 ล้านชุด โดยมีอยู่ 2 อัลบั้มที่ขายได้ทะลุ 2 ล้านชุด
จากศิลปินสู่ผู้ปั้นศิลปิน
Seotaiji and Boys แยกวงในเดือน ม.ค. 1996 แต่ระหว่างที่ยังเป็นสมาชิกวง ยัง ฮยอน-ซอก ได้ศึกษาการแต่งเพลงเป็นเวลา 2 ปีและเรียนรู้เกี่ยวกับดนตรีควบคู่ไปกับการเต้น
ทำให้เพียง 2 เดือนหลังยุบวง ยัง ฮยอน-ซอก ตัดสินใจเริ่มก้าวใหม่ของชีวิต นั่นคือการทำค่ายเพลงของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า “ฮยอนเอเจนซี” (Hyun Agency)
โปรเจกต์แรกของเขาคือวงฮิปฮอป Keep Six แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ และยังเกิดปัญหาทางการเงิน จน ยัง ฮยอน-ซอก ต้องออกอัลบั้มเดี่ยวเพื่อหาเงินมาจุนเจือค่าย โดยใช้ชื่อศิลปินว่า “ยังกุน” (Yang-gun) ซึ่งเป็นชื่อเล่นที่มีคนเรียกขณะเขายังเป็นสมาชิกวง Seotaiji and Boys
ในปี 1997 ทางค่ายได้ปั้นดูโอฮิปฮอป Jinusean ซึ่งเป็นศิลปินฮิปฮอปเกาหลีกลุ่มแรกที่ขายอัลบั้มได้มากกว่า 700,000 แผ่น และเปลี่ยนชื่อค่ายเป็น MF Agency
ปีต่อมา ยัง ฮยอน-ซอก ปั้นวงฮิปฮอปสมาชิก 4 คนชื่อ “1TYM” ซึ่งอัลบั้มเดบิวต์ One Time for Your Mind เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ขายดีที่สุดแห่งปี ถือเป็นการทำให้ฮิปฮอปกลายเป็นเพลงกระแสหลักในเกาหลีใต้ในขณะนั้น
หนึ่งในสมาชิกของ 1TYM คือ “เท็ดดี” ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งโปรดิวเซอร์หลักของ YG ด้วยทักษะการโปรดิวซ์ของเขา ทำให้เอกลักษณ์ทางดนตรีของค่ายที่เน้นฮิปฮอปนั้นชัดเจนขึ้น นี่ยังเป็นช่วงเวลาที่ค่ายเปลี่ยนชื่อเป็น “ยังกุนเอเจนซี” (Yang-gun Agency) โดยนำชื่อของ ยัง ฮยอน-ซอกมาใช้เพื่อให้เป็นที่จดจำมากขึ้น
กระทั่งปี 2001 ค่ายยังกุนเอเจนซีได้เปลี่ยนสถานะไปเป็นบริษัท ใช้ชื่อว่า “YG Entertainment” โดยย่อมาจากชื่อยังกุนนั่นเอง
แหล่งกำเนิดดวงดาว
ยุคแรกของ YG เต็มไปด้วยศิลปินเดี่ยว ได้แก่ Masta Wu (2000), Perry (2001), Wheesung (2002), Lexy (2003), Gummy (2003), Digital Masta (2003) และ SE7EN (2003)
นอกจากนี้ยังมีเกิร์ลกรุ๊ป Swi.T (2002) และ Big Mama (2003) รวมถึงวงดูโอเร็กเก Stony Skunk (2003)
SE7EN เป็นไอดอลคนแรกของ YG นักร้องหนุ่มเดบิวต์เมื่ออายุ 19 ปี และอัลบั้มแรกของเขา “Just Listen” ประสบความสำเร็จอย่างมากจนได้รับรางวัล New Artist Awards หลายรางวัลปี 2003
ความนิยมของ Se7EN เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแฟน ๆ จำนวนมากในญี่ปุ่น จน YG สามารถเปิดตัว YG Japan ได้สำเร็จในปี 2007 บริษัทพยายามเข้าสู่ตลาดเพลงสหรัฐฯ ด้วย แต่ล้มเหลวในการสร้างฐานที่มั่นในสหรัฐฯ
โปรเจกต์สุดยิ่งใหญ่ของ YG เกิดขึ้นในปี 2006 จากการเปิดตัวไอดอลกรุ๊ป “BIGBANG” (บิ๊กแบง) ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
3 ซิงเกิลแรกของ BIGBANG ซึ่งออกจำหน่ายในปี 2006 มียอดขายมากกว่า 30,000 แผ่นต่ออัลบั้ม บอยแบนด์วงนี้กลายเป็นหนึ่งในศิลปิน K-Pop ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด และยังดึงดูดความสนใจจากนานาชาติด้วยเพลงฮิตอย่าง “Fantastic Baby” ในปี 2012
ในปี 2009 ความสำเร็จของ BIGBANG ได้รับการสานต่อโดย “2NE1”
เกิร์ลกรุ๊ปที่มีสมาชิก 4 คนนี้กลายเป็นหนึ่งในเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมสูงสุดในเกาหลีใต้อย่างรวดเร็ว และยังเป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop กลุ่มแรกที่มีเวิลด์ทัวร์! โดยปี 2012 “New Evolution Global Tour” จัดแสดงใน 11 เมือง 7 ประเทศในเอเชียและอเมริกาเหนือ
ในปี 2010 “PSY” ได้เซ็นสัญญากับ YG และเพลง Gangnam Style ของเขาในปี 2012 ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก จากการมียอดวิวบนยูทูบทะลุ 1 พันล้านวิวเป็นครั้งแรกของโลก ก่อนจะเพิ่มเป็น 2 พันล้านวิวในปี 2014 สองปีหลังจากเปิดตัว
และในปี 2021 ยอดวิว Gangnam Style ทะลุ 4 พันล้านวิว ทำให้ยูทูบเฉลิมฉลองสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้
ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ YG เป็นยิ่งกว่าผู้ปั้นดาว แต่สามารถเรียกว่าเป็นแหล่งกำเนิดของดวงดาวได้เลยด้วยซ้ำ!
ปรากฏการณ์ระดับโลก
ปี 2016 เกิร์ลกรุ๊ป 2NE1 ได้ยุบวง แต่ในขณะเดียวกัน YG ก็ได้เปิดตัวเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ นั่นคือ “BLACKPINK” ซึ่งครองชาร์ตเพลงทั้งหมดในเกาหลีใต้ด้วยเพลงเดบิวต์ “WHISTLE”
BLACKPINK ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงหลังปี 2020 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อัลบั้มเต็มชุดแรกของพวกเธอ “THE ALBUM” ที่วางจำหน่ายในปี 2021 มียอดขายเกือบ 600,000 แผ่นภายใน 1 วันหลังจากวางจำหน่าย ทำลายสถิติเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี
สถิตินี้ถูกทำลายอีกครั้งโดย BLACKPINK เอง ด้วยอัลบั้ม “BORN PINK” ที่วางจำหน่ายในปี 2022 โดยมียอดขายเริ่มต้น 1,540,950 แผ่น ทำให้เป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop เพียงวงเดียวในประวัติศาสตร์ที่มียอดขายเริ่มต้นมากกว่า 1.5 ล้านแผ่น
นอกจากนี้ สมาชิก BLACKPINK อย่าง เจนนี่, โรเซ่ และลิซ่า ก็ได้เดบิวต์ในฐานะศิลปินเดี่ยว เพลงทั้งหมดของพวกเธอได้รับความรักจากแฟน ๆ ทั่วโลก และสิ่งนี้ก็ปรากฏให้เห็นในชาร์ตเพลงทั่วโลกทันที โดยเฉพาะอัลบั้ม “LALISA” ของสาวน้อยลิซ่าซึ่งวางจำหน่ายในปี 2021 มียอดขายเปิดตัวครั้งแรกที่ 736,221 ชุด
ในภาพรวมแล้ว นับตั้งแต่การเดบิวต์ BLACKPINK ก็กลายเป็นเกิร์ลกรุ๊ป K-Pop ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่างรวดเร็ว
ศิลปินในยุคถัดมาเองก็สร้างปรากฏการณ์ระดับโลกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น TREASURE ซึ่งเปิดตัวในปี 2020 หรือเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่ BABYMONSTER ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นทายาทอสูรของ BLACKPINK
วิกฤตศรัทธา
ตั้งแต่ช่วงปี 2019 ได้เกิดเรื่องอื้อฉาวเรื่องแล้วเรื่องเล่าที่สั่นคลอน YG Entertainment
หนึ่งในนั้นคือเรื่องอื้อฉาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่วงการ K-Pop เคยเจอมา นั่นคือกรณี “Burning Sun” ที่ทำให้ไอดอลชื่อดังหลายคนต้องหมดอนาคต
เรื่องของเรื่องคือ มีการเปิดเผยออกมาว่า ไนต์คลับชื่อดังชื่อ Burning Sun มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี การค้ายาเสพติด และการคอร์รัปชันของตำรวจ หนึ่งในผู้บริหารของไนต์คลับแห่งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก “ซึงรี” จากวง BIGBANG และทำให้เขาต้องรับโทษจำคุก ในข้อหาจัดหาการค้าประเวณีและเผยแพร่เนื้อหาทางเพศที่ถ่ายทำอย่างผิดกฎหมาย และพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน ก.พ. 2023
นอกจากนี้ยังมีรกรณีของ จอง จุน-ยอง นักร้องและนักแต่งเพลง แชร์คลิปวิดีโอแอบถ่ายขณะมีเซ็กซ์กับผู้หญิงลงในกรุ๊ปแชต ซึ่งมี ซึงรี, ยง จุน-ฮยอง (Highlight), ชเว จง-ฮุน (F.T. Island) และ อี จง-ฮยอน (C.N.BLUE) คลิปเหล่านั้นถูกถ่ายทำอย่างลับ ๆ โดยที่ผู้หญิงที่ถูกถ่ายไม่รู้และไม่ยินยอม
ผลของกรณีนี้ทำให้พวกเขาทั้งหมดออกจากวงการบันเทิง รวมถึงวงของตัวเองด้วย
เรื่องอื้อฉาวต่อมาเกิดขึ้นในปี 2019 เช่นกัน มีรายงานว่า B.I จากวง iKon ของ YG พยายามซื้อยาเสพติด LSD และกัญชาอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้ B.I ออกจาก iKon และ YG Entertainment
เรื่อ’นี้ถือว่าค่อนข้างไม่ร้ายแรงเมื่อเทียบกับเรื่องอื้อฉาว Burning Sun แต่กลับกลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีรายงานว่า ยัง ฮยอน-ซอก ผู้ก่อตั้ง YG ได้ร่วมมือกับตำรวจเพื่อปกปิดคดีนี้
ต่อมาเขาและพนักงาน YG อีกหลายคนถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมายและต้องจ่ายค่าปรับ
เรื่องอื้อฉาวดังกล่าวนำไปสู่การที่ ยัง ฮยอน-ซอก ต้องลาออกจากตำแหน่งทั้งหมดในบริษัท อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่า เขายังคงถือหุ้นส่วนใหญ่ในบริษัทและยังคงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่าง ๆ
การกลับมาของ ยัง ฮยอน-ซอก
YG Entertainment ประสบปัญหาขาดทุนในปี 2024 โดยรายได้อยู่ที่ราว 3.65 แสนล้านวอน (ประมาณ 8.5 พันล้านบาท) ขาดทุนไป 2 หมื่นล้านวอน (เกือบ 470 ล้านบาท) แต่มีสัญญาณว่าจะฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว จากการกลับมาของ ยัง ฮยอน-ซอก ที่กลับมาคุมบังเหียนโปรดิวเซอร์บริหารของ YG
หลังจากกลับมารับตำแหน่งโปรดิวเซอร์บริหารอย่างเป็นทางการในปี 2023 ยัง ฮยอน-ซอก ได้นำพา YG Entertainment ไปสู่ทิศทางใหม่ในช่วงเวลาสำคัญ ด้วยการกลับเข้าสู่ธุรกิจเพลงและมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะศิลปินที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และยกระดับคุณภาพคอนเทนต์
โดยไตรมาสที่ 1/2025 YG Entertainment มีรายได้รวม 1 แสนล้านวอน (ราว 2.3 พันล้านบาท) โตขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรจากการดำเนินงาน 9.5 พันล้านวอน (ราว 220 ล้านบาท) ถือเป็นการกลับมามีกำไรและเหนือความคาดหมายของตลาดอย่างมาก
ผลประกอบการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างประสบความสำเร็จของศิลปินรุ่นใหม่อย่าง TREASURE และ BABYMONSTER ซึ่งบริษัทได้ลงทุนอย่างมีกลยุทธ์มาตั้งแต่ปี 2024
การเปลี่ยนแปลงที่โดดเด่นที่สุดคือการเติบโตอย่างรวดเร็วของเกิร์ลกรุ๊ปน้องใหม่ BABYMONSTER ซึ่งเป็นโปรเจกต์แรกของ ยัง ฮยอน-ซอก นับตั้งแต่กลับมา ได้สร้างชื่อให้ตัวเองในฐานะ “อนาคตของ YG” เพียง 1 ปีหลังจากเดบิวต์อย่างเป็นทางการในเดือน เม.ย. 2024
แม้จะเพิ่งเดบิวต์ปีแรก แต่วงมียอดขายอัลบั้มรวมทะลุ 1.6 ล้านชุด และก้าวขึ้นสู่ชาร์ตหลักของ Billboard 200 ในสหรัฐฯ
BABYMONSTER ได้รับการยอมรับทั้งในด้านดนตรีและทักษะการแสดงสด ประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยการไต่อันดับชาร์ตในประเทศอย่าง Melon TOP100 จนได้รับฉายาว่า “มอนสเตอร์รุกกี้”
ที่สำคัญ สมาชิกทุกคนสามารถแร็ปได้อย่างยอดเยี่ยม และการแสดงอะแคปเปลลาที่ไร้ที่ติของพวกเธอได้รับการยกย่องว่าเป็นแรงผลักดันให้เกิร์ลกรุ๊ปที่ให้ความสำคัญกับศิลปินกลับมาผงาดในวงการ K-Pop
ด้วยการกลับมาของ ยัง ฮยอน-ซอก และการมุ่งเน้นในด้านความเป็นเลิศที่ขับเคลื่อนโดยศิลปิน บริษัท YG กำลังตอกย้ำสถานะที่แข็งแกร่งอีกครั้งในฐานะผู้นำวงการ K-Pop ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องของ BABYMONSTER การขยายคอนเทนต์ระดับโลก และการสร้างระบบที่เน้นศิลปินเป็นศูนย์กลาง กำลังส่งสัญญาณถึง 10 ปีข้างหน้าของ YG
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB