ทำไมรองเท้าจีน “ANTA” ถึงกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของ “Puma” ?
ย้อนเรื่องราวของ “ANTA” แบรนด์รองเท้าจากจีน ที่วันนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของแบรนด์ระดับตำนานอย่าง “Puma”
ปลายเดือน ม.ค. 2026 มีข่าวใหญ่ในแวดวงธุรกิจที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการสปอร์ตแวร์ เมื่อ “อันท่าสปอร์ต” (Anta Sports) บริษัทผู้ผลิตรองเท้ากีฬายักษ์ใหญ่จากจีน ปิดดีลซื้อหุ้น จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดของบริษัท “พูม่า” (Puma) แบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่สัญชาติเยอรมัน
อันท่าเข้าซื้อหุ้นจำนวน 29.6% จากอาร์เทมิส (Artemis) บริษัทโฮลดิ้งของตระกูลปิโนต์ ผู้ก่อตั้งบริษัทแบรนด์หรู “Kering” (เจ้าของ Gucci, Saint Laurent, Balenciaga) เป็นมูลค่ารวมกว่า 1.79 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.7 แสนล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับชื่อของอันท่ามากนัก แต่ถ้าคุณใส่รองเท้า “Salomon” หรือ “Arc’teryx” ก็ถือว่าคุณเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันท่าโดยไม่รู้ตัวแล้ว
เรื่องราวของอันท่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจากจีนที่ชีวิตของผู้ก่อตั้งเริ่มต้นจากศูนย์แล้วกลายเป็นอาณาจักรระดับโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านโดยใช้เวลาไม่กี่สิบปี มาดูกันว่าจากแผ่นดินจีน พวกเขากลายมาเป็นเจ้าของสัดส่วนหุ้นมากที่สุดในพูม่าได้อย่างไร?
จากหนุ่มตระเวนขายรองเท้า
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่เมืองจินเจียง มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะเมืองผลิตรองเท้า
เด็กหนุ่มชื่อ “ติง ซื่อจง” เกิดในปี 1970 ผู้หลงใหลในรองเท้ากีฬาอย่างมาก ถึงขนาดที่บางครั้งเขาสวมรองเท้ากีฬาถึง 3 คู่ในวันเดียว เพื่อลองดีไซน์ใหม่ล่าสุดจากบริษัทของเขาเอง
ตอนอายุ 16 ปีเขามีความฝันง่าย ๆ คือ ช่วยแบ่งเขาภาระของครอบครัว ซึ่งประกอบธุรกิจทำรองเท้าขาย เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่า “งานแรกของผมคืองานเกี่ยวกับรองเท้า และรองเท้าก็ไม่เคยหายไปจากชีวิตผมเลยนับตั้งแต่นั้นมา”
เขาเริ่มต้นด้วยการตระเวนนำรองเท้าที่พ่อเขาทำไปเคาะประตูขายตามบ้าน ก่อนจะเริ่มก่อตั้งบริษัทอันท่าเป็นของตัวเองในปี 1991 โดยชื่ออันท่า (安踏) มีความหมายว่า “ก้าวที่มั่นคง”
ในตอนแรก พวกเขาเป็นเพียงโรงงาน OEM ทั่วไป คือรับผลิตรองเท้าให้กับแบรนด์อื่น ๆ แต่ ติง ซื่อจง มีความทะเยอทะยานและไม่ต้องการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตให้กับคนอื่น
เขามองเห็นการเปิดเศรษฐกิจของจีนและตระหนักว่ามีช่องว่างขนาดใหญ่สำหรับแบรนด์ในประเทศที่ผู้คนสามารถไว้วางใจได้ เขาเริ่มเปลี่ยนจากการผลิตรองเท้า ไปสู่การสร้างแบรนด์สำหรับตลาดมวลชน
ความสำเร็จครั้งสำคัญครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1999 เมื่ออันท่าเซ็นสัญญากับตำนานปิงปองอย่าง ข่ง ลิ่งฮุย ในเวลานั้น การทุ่มเงินก้อนโตให้กับนักกีฬาถือเป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่สำหรับบริษัทท้องถิ่น แต่ติงประสบความสำเร็จ แบรนด์ของเขาพุ่งทะยานไปทั่วประเทศจีน
เมื่อถึงโอลิมปิกซิดนีย์ปี 2000 อันท่าก็กลายเป็นชื่อที่รู้จักกันดี และพวกเขาไม่ได้แค่ขายแต่รองเท้า แต่กำลังขายฝันโอลิมปิกให้กับชาวจีนรุ่นใหม่ แรงผลักดันนี้ทำให้พวกเขาเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2007
การเสนอขายหุ้น IPO ระดมทุนได้มากถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด ทันใดนั้นจาก “โรงงานเล็ก ๆ” อันท่าก็มีเงินทุนที่จะแข่งขันกับบริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Nike และ Adidas ได้
ความสำเร็จจากความบ้า
ปี 2008 มีการมาถึงของโอลิมปิกปักกิ่ง ทั้งอุตสาหกรรมพากันเกาะกระแสโอลิมปิก และประเมินความต้องการซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องสูงเกินไป บริษัทต่าง ๆ จมอยู่กับสินค้าคงคลังที่ขายไม่ออก
อันท่าก็ไม่รอดเช่นกัน พวกเขาต้องปิดร้านไปกว่า 2,000 แห่งในปี 2009 เพียงปีเดียว วิกฤตครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนสำหรับ ติง ซื่อจง ว่าการเป็นแบรนด์ราคาถูกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะอยู่รอด
เขาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของบริษัททั้งหมดจากโมเดลการขายส่งไปเป็นโมเดลการค้าปลีกแบบขายตรงถึงผู้บริโภค (DTC) โดยแทนที่จะขายให้กับพ่อค้าคนกลาง อันท่าต้องการพูดคุยกับลูกค้าโดยตรง
พวกเขาควบคุมห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา และการออกแบบ ไปจนถึงชั้นวางสินค้าในร้านค้าจริง
นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ทำให้พวกเขาแตกต่างจากคู่แข่งในท้องถิ่น
และอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในปี 2009 อันท่าทำสิ่งที่ทุกคนคิดว่าบ้าไปแล้ว นั่นคือการซื้อกิจการของ “FILA” ในประเทศจีน
FILA เป็นแบรนด์สปอร์ตแวร์จากเกาหลีใต้ ซึ่งในเวลานั้นกำลังขาดทุนและเสียความน่าเชื่อถือในประเทศจีน แต่อันท่ามองเห็นศักยภาพในแฟชั่นสปอร์ตแวร์ก่อนที่มันจะกลายเป็นกระแสเสียอีก
พวกเขาปรับตำแหน่งแบรนด์ FILA ใหม่ให้เป็นแบรนด์ระดับไฮเอนด์ที่มีสไตล์สำหรับชนชั้นกลางที่กำลังเติบโต
ภายใน 10 ปี FILA กลายเป็นอัญมณีล้ำค่าของอันท่า ซึ่งบางครั้งทำกำไรได้มากกว่าแบรนด์หลักของ Anta เสียอีก
ภายในปี 2015 อันท่าดำเนินกลยุทธ์มัลติแบรนด์อย่างเต็มที่ คือไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์เดียวอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นพอร์ตโฟลิโอ พวกเขาร่วมทุนกับ Descente แบรนด์กีฬาฤดูหนาวของญี่ปุ่น และ Kolon Sport แบรนด์อุปกรณ์กลางแจ้งของเกาหลีใต้
นั่นทำให้พวกเขาครอบคลุมทุกฐานลูกค้า ทั้งตลาดแบบแมส แฟชั่นชั้นสูง และอุปกรณ์กลางแจ้งทางเทคนิค
ในวงการกีฬาระดับมืออาชีพ พวกเขาเริ่มดึงตัวดาราดัง ๆ มาเข้าร่วมทีม โดยเฉพาะ เคลย์ ทอมป์สัน นักกีฬาบาสเกตบอลจากทีม Golden State Warriors ซึ่งเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาล นำไปสู่ไลน์สินค้า “KT” อันโด่งดัง
รองเท้ารุ่น KT7 Koi Fish ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสายสนีกเกอร์ เนื่องจากคุณภาพและการออกแบบที่ยอดเยี่ยม
ก้าวเข้าสู่เวทีโลกอย่างเต็มตัว
ปี 2019 พวกเขาเป็นผู้นำกลุ่มบริษัทในการซื้อกิจการ Amer Sports แบรนด์อุปกรณ์กีฬาสัญชาติฟินแลนด์ด้วยมูลค่ามหาศาลถึง 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทำให้แบรนด์ระดับตำนานอย่าง Arc’teryx, Salomon และ Wilson อยู่ภายใต้ร่มเงาของอันท่า
แปลว่าหากคุณเห็นคนสวมแจ็กเก็ต Arc’teryx เท่ากับว่าพวกเขากำลังสวมแบรนด์ที่อันท่าเป็นเจ้าของ โดยพวกเขาไม่ได้ทำลายแบรนด์เหล่านี้ แต่ให้เงินทุนแก่แบรนด์เหล่านั้นเพื่อขยายธุรกิจและครองตลาด
ในปี 2020 อันท่าทำสิ่งที่เหลือเชื่อ พวกเขาแซงหน้า Adidas ในด้านกำไรสุทธิประจำปีในประเทศจีน โดยรายงานกำไร 796 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับ 518 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Adidas
พวกเขายังทุ่มเทอย่างหนักให้กับการคิดค้นนวัตกรรม โดยเปิดตัวรองเท้าวิ่ง “Hydrogen” ที่มีน้ำหนักเพียง 110 กรัม แทบจะเหมือนสวมใส่อากาศ และยังพัฒนาพื้นรองเท้าชั้นกลาง “Nitro” และรองเท้าวิ่งแบบแผ่นคาร์บอนเพื่อให้เหมาะกับนักวิ่งที่เร็วที่สุด
เมื่อการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปักกิ่งปี 2022 มาถึง อันท่าก็ปรากฏตัวอยู่ทุกที่ พวกเขาเป็นสปอนเซอร์ให้กับคณะกรรมการโอลิมปิกจีนและเซ็นสัญญากับ “ราชินีหิมะ” ไอรีน กู่ นักกีฬาสกีสัญชาติจีน-อเมริกัน ซึ่งหลังจากที่เธอเซ็นสัญญา หุ้นของ Anta ก็พุ่งขึ้น 67%
แบรนด์นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่แบรนด์ในประเทศอีกต่อไป แต่กลายเป็นบริษัทระดับโลก โดยเฉพาะในเดือน ม.ค. 2026 อย่างที่เราบอกไปตอนต้น ว่าอันท่าได้ทำ “การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ” โดยการเข้าซื้อหุ้น 29% ในพูม่าด้วยมูลค่าเกือบ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจุบัน อันท่าเป็นบริษัทผลิตสินค้ากีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกเมื่อพิจารณาจากรายได้ โดยในปี 2024 พวกเขารายงานรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.083 หมื่นล้านหยวน (ราว 33.1 ล้านล้านบาท)
พวกเขามีร้านค้ามากกว่า 12,000 แห่งทั่วโลก ตั้งแต่ร้านค้าเรือธงไฮเทคไปจนถึงร้านค้าในชุมชนท้องถิ่น เป้าหมายของพวกเขาคือการเป็นแบรนด์กีฬาอันดับ 1 ในประเทศจีนภายในปี 2025 และอันดับ 1 ของโลกภายในปี 2030
จากการขายรองเท้าแบบเคาะประตูบ้านไปจนถึงการเป็นเจ้าของแบรนด์ที่กำหนดสไตล์สตรีทสมัยใหม่ การเดินทางของอันท่าคือบทเรียนชั้นยอดของความทะเยอทะยาน และการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงสมกับชื่อแบรนด์
เรื่องราวของอันท่ายังเป็นสิ่งที่ต้องคอยติดตามกันกันต่อไป เพราะ “ก้าวที่มั่นคง” ครั้งต่อไปอาจเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และอาจเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าการเข้าซื้อหุ้นของพูม่า
เรียบเรียงจาก (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10)
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB