เตือน AI กระทบแรงงานไทย 8.7 ล้านคน จับตา 3 อาชีพเสี่ยงถูกแทนที่
สศช. เตือน AI กระทบแรงงานไทย 8.7 ล้านคน จับตา 3 อาชีพเสี่ยงถูกแทนที่ “โปรแกรมเมอร์-นักวิเคราะห์การเงิน-นักทดสอบระบบซอฟต์แวร์“
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยสถานการณ์ทางสังคมไตรมาส 1 ปี 2569 โดยระบุว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ “อนาคตแรงงานไทยและการเข้ามาของ AI”
ซึ่งขณะนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมีการนำ AI มาใช้ในการบริหารงานมากขึ้น และมีรายงานศึกษาจำนวนมากที่ชี้ว่า AI จะส่งผลต่อแรงงานทั่วโลก ทั้งในแง่การทดแทนแรงงานและการช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงาน
สศช. ได้นำข้อมูล Labor Force Survey ไตรมาส 4 ปี 2561 มาศึกษาร่วมกับวิธีการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) พบว่า จากกำลังแรงงานไทยประมาณ 40 ล้านคน มีแรงงานที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจาก Generative AI ราว 8.7 ล้านคน หรือประมาณ 21-22%
3 กลุ่มเสี่ยงโดน AI แย่งงานก่อน
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะหลัก ได้แก่
- กลุ่มที่ AI เข้ามาทดแทนการทำงาน
- กลุ่มที่ AI เข้ามาช่วยเสริมการทำงาน
โดยอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง คือ
- โปรแกรมเมอร์
- นักวิเคราะห์การเงิน
- นักทดสอบระบบซอฟต์แวร์
สำหรับ “กลุ่มการทดแทน” หรือ Replacement มีแรงงานเสี่ยงได้รับผลกระทบราว 2.2 ล้านคน หรือ 5.4% ของแรงงานทั้งหมด โดยกว่า 53% อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อายุเฉลี่ยประมาณ 36 ปี และกว่า 55% จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ส่วนใหญ่เป็นสายบริหารธุรกิจ
แรงงานกลุ่มทักษะปานกลางที่ได้รับผลกระทบประมาณ 1.9 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นงานเสมียน เลขานุการ และงานสนับสนุนต่างๆ ซึ่ง AI สามารถเข้ามาทดแทนได้ประมาณครึ่งหนึ่ง รวมถึงงานบริการลูกค้า ประชาสัมพันธ์แบบตายตัว และงานบัญชี การเงิน สถิติ
ขณะที่แรงงานทักษะสูง เช่น งานวิเคราะห์โฆษณา การตลาด การวิเคราะห์การเงิน ที่ปรึกษาการลงทุน และเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็มีความเสี่ยงถูก AI ทดแทนเช่นกัน โดยมีผู้ได้รับผลกระทบประมาณ 3 แสนคน
บางกลุุ่มอาจค่อยๆ ถูกนำเข้ามาเสริมศักยภาพการทำงาน
ส่วน “กลุ่มการเสริมการทำงาน” หรือ Augmentation มีแรงงานราว 6.5 ล้านคน หรือ 16.3% ที่ AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยแรงงานทักษะปานกลางประมาณ 5.9 ล้านคน เช่น พนักงานขาย เจ้าของร้านค้า และพนักงานขับรถยนต์ ยังจำเป็นต้องใช้ทักษะมนุษย์ควบคู่กับ AI
ด้านแรงงานทักษะสูงประมาณ 6 แสนคน เช่น ผู้บริหาร ผู้จัดการ งานบริหารทรัพยากรบุคคล และประชาสัมพันธ์ จะใช้ AI ช่วยด้านการบริหารจัดการมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มแรงงานทักษะต่ำประมาณ 6.7 หมื่นคน เช่น พนักงานขนส่ง หรือพนักงานจดมิเตอร์ ที่ AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น การวางแผนเส้นทางขนส่ง แม้จะยังไม่ถูกทดแทนโดยตรง
ความก้าวหน้าของ AI จะเป็นความท้าทายสำคัญของตลาดแรงงาน
นายดนุชา กล่าวว่าเพิ่มเติมว่า ความก้าวหน้าของ AI จะเป็นความท้าทายสำคัญของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ เนื่องจากองค์กรอาจต้องการแรงงานที่มีทักษะเฉพาะทางและประสบการณ์สูงมากขึ้น หากเทคโนโลยีพัฒนาไปสู่ Agentic AI หรือหุ่นยนต์ Humanoid ที่มี AI เป็นระบบปฏิบัติการ ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อแรงงานมากขึ้นในอนาคต
อีกประเด็นที่น่ากังวล คือ การโยกย้ายแรงงานจากงานทักษะสูงไปสู่งานที่ใช้แรงงานมากขึ้น โดยเฉพาะงานด้านขนส่งหรือขับรถส่งสินค้า ซึ่งยังจำเป็นต้องใช้แรงงานมนุษย์อยู่
ทั้งนี้ สศช. มองว่า ความท้าทายสำคัญคือการเร่งพัฒนาทักษะแรงงานให้ทันต่อเทคโนโลยี เพื่อให้แรงงานสามารถก้าวไปเป็น “ผู้บริหารจัดการ AI” แทนการเป็นเพียงผู้ใช้งาน พร้อมทั้งต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล ระบบประมวลผล และการกำกับดูแล AI ให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB