T-Beauty แรงไม่หยุด โตทะยานเฉียด 2 แสนล้านบาท ครองใจคนไทยเกือบ 80%
T-Beauty แรงไม่หยุด โตทะยานเฉียด 2 แสนล้านบาท ตามแรงส่ง Asian Beauty แรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามโลก
T-Beauty แรงไม่หยุด โตทะยานเฉียด 2 แสนล้านบาท
เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ครองใจคนไทยสัดส่วน 78% มูลค่า 1.4 แสนล้านบาท ในปี 2568 และกำลังจะเพิ่มเป็น 1.6 แสนล้านบาทในปี 2569 ของตลาดรวม ซึ่งตอนนี้ต้องถือว่าตลาดความงามไทย กำลังเข้าสู่ช่วงขยายตัว รับกระแส Asian Beauty ซึ่งถึงเป็นจังหวะที่ดีของ T-Beauty ที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ระบุว่า ตลาดเครื่องสำอางไทยทั้งในประเทศและการส่งออก มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจากประมาณ 1.8 แสนล้านบาทในปี 2568 เป็น 2 แสนล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต 12.3%
แล้ว T-Beauty โดดเด่นตรงไหน?
ด้วยสภาพอากาศเขตร้อน T-Beauty จะเน้นที่การรวมประสิทธิภาพการใช้งาน อย่างกลุ่มผลิตภัณฑ์คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนยาวนาน ส่วนเมคอัพ T-Beauty จะผ่านลุค Thai Soft Glam ที่เน้นงานผิวสุขภาพดี การแต่งตาให้คมชัดและคิ้วฟูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นลุคที่ผสมผสานความละมุนแบบเอเชียเข้ากับความโดดเด่นที่เหมาะกับโครงหน้าของคนไทย ส่งผลให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ และตอบรับ กระแส Asian Beauty
Asian Beauty แรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามโลก
ซึ่งกระแส Asian Beauty ที่ไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ของผู้บริโภค แต่กำลังก้าวขึ้นเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามโลก และส่งผลให้ผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศเร่งลงทุนและแข่งขันกันมากขึ้น โดยตลาดความงามเอเชียกำลังเปลี่ยนบทบาทจากผู้ตามเทรนด์ มาเป็นผู้กำหนดเทรนด์ระดับโลก
4 ผู้เล่นหลัก ผ่าน 4 แกนสำคัญ สนาม Asia Risin
เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และไทย 4 ผู้เล่นหลัก สนาม Asia Rising ซึ่งต่างมีจุดแข็งเฉพาะด้านต่างกัน ผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่
1. เทรนด์ความงาม (Trends)
2. นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation) เช่น C-Beauty จากจีน มีมาสคาร่าแท่งเหล็ก ขนตาปลอมจับช่อ
3. ฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Function) ต้อง ฝั่ง K-Beauty เน้นประสบการณ์การใช้งาน ให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง Toner Pad, Cleansing Balm, Hair Mist และ Serum Mist ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการดูแลผมและผิวขณะเดียวกันส่วนผสม (Active Ingredients) มาแรงอย่าง PDRN และ Microbiome จากเกาหลีใต้ที่เติบโตถึง 580%
4. ส่วนผสม (Ingredients)
ส่องสไตล์การแต่งหน้า C-Beauty K-Beauty J-Beauty
C-Beauty หรือความงามจากจีนโดดเด่นในกลุ่มเมคอัพที่เน้นการสร้างมิติบนใบหน้า (Dimension Makeup) ด้วยการแต่งหน้าที่มีความคอนทราสต์สูงโดยเน้นใช้การไฮไลต์และคอนทัวร์เพื่อสร้างโครงหน้าที่โดดเด่น
K-Beauty ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มสกินแคร์และงานผิว โดยขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ Glass Skin หรือผิวฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีจากภายใน ควบคู่กับการเติบโตของส่วนผสมและนวัตกรรมสกินแคร์ใหม่ ๆ ที่เน้นการฟื้นบำรุงและเสริม Skin Barrier
J-Beauty มีเอกลักษณ์ด้านความเรียบง่ายและความงามที่ดูเป็นธรรมชาติ (Effortless Beauty) มักนิยมลุค Natural Makeup ที่เผยผิวสุขภาพดี ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง และการแต่งหน้าที่เสริมจุดเด่นอย่างพอดี ภายใต้แนวคิด “Less is More”
จับตาบทบาท “Global Trendsetter” ของตลาดบิวตี้เอเชีย
มุมมองของ นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด มองว่า การเติบโตของตลาดความงามไทยไม่ได้เกิดจากกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มอง 'ความงาม' เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน ทุกวันนี้ผู้บริโภคไทยทดลองแบรนด์ใหม่เร็วขึ้น เปิดรับผลิตภัณฑ์จากหลายประเทศมากขึ้น
และตัดสินใจซื้อจากทั้งคุณภาพสินค้า รีวิวบนโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์หน้าร้าน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือของช่องทางจำหน่าย สิ่งนี้ทำให้ร้านค้าปลีกความงามต้องทำหน้าที่มากกว่าการเป็นจุดขาย แต่ต้องเป็นผู้คัดสรรเทรนด์ เป็นพื้นที่ให้ทดลองสินค้า และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค
วงการบิวตี้เอเชียไม่ได้รอเทรนด์ใหม่ๆ จากโลกตะวันตกอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดเทรนด์และผู้สร้างปรากฏการณ์ความงามใหม่ ๆ ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก สอดรับกับปรากฏการณ์ “Asia Rising”
สำหรับ ปัจจุบัน BEAUTRIUM มีสาขารวม 106 แห่งทั่วประเทศ มีสัดส่วนแบรนด์ภายในร้าน แบ่งเป็น แบรนด์ไทย 45% และแบรนด์จากต่างประเทศ 55% ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น และ จีน รวมถึงแบรนด์ไทย สะท้อนศักยภาพของ T-Beauty ที่ยังมีพื้นที่เติบโตควบคู่ไปกับแบรนด์นำเข้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB