รู้ว่าเทคโนโลยีใน 'เบนซ์' มีมาให้ แต่เคยลองใช้แบบนี้หรือยัง ?
นี่คือกิจกรรมที่โชว์สมรรถนะของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz) ที่โหดที่สุดงานหนึ่งเท่าที่เคยมีมา
กับการนำเอารถยนต์ในตระกูลอเนกประสงค์ (เอสยูวี) ครบทุกรุ่น ทุกไซส์ ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย มาขับขี่แบบ Off Road ในกิจกรรม Mercedes-Benz SUV Driving Events 2022 ที่จัดขึ้น ณ สนาม Grand Prix Motor Park อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
เบนซ์ แต่งตั้ง 'มาร์ติน ชเวงค์' ประธานบริหารคนใหม่ในไทย
สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ใช้ในการขับขี่ครั้งนี้มีให้ได้สัมผัสครบทุกรุ่นตั้งแต่ น้องเล็กสุดอย่าง Mercedes-Benz GLA ไล่เรียงไปจนถึงพี่ใหญ่อย่าง Mercedes-Benz GLS รวมถึงยังมี Mercedes-AMG ในกลุ่มเอสยูวีอีกด้วย
รูปแบบการขับขี่แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่
1.โซนสำหรับควบคุมการขับขี่รถยนต์บนเส้นทางที่มีอุปสรรคและความท้าทาย เพื่อสัมผัสสมรรถนะ และฝึกฝนทักษะในการขับขี่แบบ Off Road
2.โซน “Twin tracks circuit” เป็นโซนสำหรับทดสอบด้านสมรรถนะในการควบคุมรถยนต์บนทางเรียบและทางฝุ่น
3.โซนสำหรับเรียนรู้วิธีขับขี่รถยนต์ในแบบ Off Road ผ่านอุปสรรครูปแบบต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับเส้นทางธรรมชาติ อาทิ หลุมบ่อโคลน, ทางเนินเอียง-โค้งครึ่งวงกลม, ทางขึ้น-ลงเนินชัน, เนินเอียง 20-35 องศา, ทางขับข้ามบ่อลึก 50-80 ซม. เป็นต้น
สิ่งที่โชว์ประสิทธิภาพมากที่สุดของการขับขี่ที่ PPTV Online ได้มีโอกาสได้ทดลองในทุกโซนคือ ระบบควบคุมและป้องกันการลื่นไถลของตัวรถ และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ซึ่งได้มีการลองเปิดและปิดเพื่อให้เห็นความแตกต่างสูงสุด เป็นที่มาของเหตุผลที่ทำไมเราถึงมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยใน เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะมีการทำงานอย่างสัมพันธ์กันของทุกส่วนเพื่อนำพารถยนต์และตัวผู้ขับขี่ผ่านอุปสรรค์ต่าง ๆ ไปได้อย่างปลอดภัย
ไม่เท่านั้น ในเรื่องของระบบส่งกำลัง (เกียร์), เครื่องยนต์ และช่วงล่าง รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (4 MATIC) ยังทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทฑิภาพสูงสุด ซึ่งเมื่อดูจากการขับขี่ในโซนต่าง ๆ ของสนาม (ตามรายละเอียดในวีดิโอ) จะรู้ได้เลยว่า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในกลุ่มเอสยูวี ไม่ได้มีแต่ความหรูหราพรีเมี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีประสิทธิภาพในการขับขี่ที่สูงและใช้งานได้จริงอีกด้วย
ว่าก็ว่า กิจกรรมในลักษณะแบบนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อให้ได้สัมผัสเทคโนโลยีและประสิทธิภาพของรถยนต์ที่แม้กระทั่งลูกค้าผู้ใช้งานจริง เป็นเจ้าของรถยนต์จริง ก็คงไม่ได้มีโอกาสลองใช้แบบฉบับที่อยู่ในกิจกรรมนี้จริง ๆ แต่เอาเป็นว่า ถ้าส่วนตัวผมเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ผมก็คงไม่เอารถยนต์ของผมไปลุยหรือขับขี่แบบที่ได้ลองสัมผัสในกิจกรรมนี้แน่นอน นั่นจึงเป็นจุดประสงค์ที่ชัดเจนมากและเกิดประโยชน์สูงสุด ที่ทำให้ลูกค้าผู้ใช้งานจริงรู้ว่า เทคโนโลยีที่มีอยู่บน Spec Sheet และ ที่มีอยู่ในรถยนต์ของตัวเองนั้นมีประสิทธิภาพอย่างไร
อันที่จริงหลายคนอาจจะไม่เห็นส่วนสำคัญของระบบความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่ทั้งหลายมากนัก แต่รู้ไว้อย่างหนึ่งเถอะว่า ของบางอย่าง 'เวลาที่ต้องการใช้ แล้วมีให้ใช้' ย่อมดีกว่า 'เวลาที่ต้องการใช้ แล้วไม่มีให้ใช้' เพราะนั้นอาจจะหมายถึงความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือชีวิตเลยก็ได้ ระบบความปลอดภัยก็เช่นกัน ใน เมอร์เซเดส-เบนซ์ กับบททดลองนี้ทำให้ได้รู้ว่าหากตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือต้องเผชิญกับอุปสรรค ระบบต่าง ๆ และทักษะการขับขี่ที่ได้รับจะนำพาให้ผู้ขับขี่หรือตัวเราเองรอดจากสถานการณ์เหล่านั้นได้
หลัก ๆ รุ่นที่เราได้ลองและใช้เวลาสัมผัสนานที่สุดคือ Mercedes-Benz GLC 220d และ Mercedes-Benz GLC 220d Coupe รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลางของเมอร์เซเดส-เบนซ์ แม้ว่าจะทราบข่าวว่ารุ่นใหม่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ แต่ในบททดสอบของกิจกรรมนี้ทำให้รู้ว่า นี่เป็นรถยนต์ที่มีขนาดและสมรรถนะที่น่าสนใจคันหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งถ้าต้องตัดสินใจซื้อในนาทีนี้น่าจะได้รับเงื่อนไขและข้อเสนอที่ดีที่สุดคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน