Tesla หาทางหายใจในจีน ประกาศลดราคา 2 รุ่น สู้แบรนด์ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเจ้าบ้าน และภาวะเศรษฐกิจ
Tesla ปรับราคารถรุ่น Model 3 และ Model Y ในจีนลงสูงสุด 9% สวนทางกับแนวโน้มตลาดทั่วโลกที่ราคารถยนต์ไฟฟ้าจะสูงขึ้น
เว็บไซต์ เทสลาประเทศจีน แสดงราคาเริ่มต้นของรถยนต์ เทสลา Model 3 ลดลงจาก 279,000 หยวน (ราว 1.46 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 265,900 หยวน (ราว 1.4 ล้านบาท) ขณะที่ราคา Model Y ลดลงจาก 316,900 หยวน (ราว 1.66 ล้านบาท) มาอยู่ที่ 288,900 หยวน (ราว 1.51 ล้านบาท)
การปรับลดราคาครั้งนี้ ถือเป็นการปรับราคาลงครั้งแรกของเทสลาในปีนี้ และมีขึ้นหลังจากเทสลาเริ่มมอบสิทธิพิเศษจำนวนจำกัดให้กับผู้ซื้อที่เลือกทำประกันกับบริษัทเมื่อเดือนที่ผ่านมา หลังการปรับลดราคา ราคาหุ้นของเทสลาได้ปรับตัวลง 4.9% ในช่วงเริ่มเปิดตลาดซื้อขาย
ทั้งนี้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา บอกว่า จีนและยุโรปกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยบางอย่าง ขณะที่เทสลาจะส่งมอบรถยนต์ไม่ได้ตามเป้าในปีนี้ มัสก์ ยังบอกกับนักวิเคราะห์ว่า ความต้องการรถยนต์เทสลาในไตรมาสปัจจุบันยังสูงอยู่ และเขาคาดว่าเทสลาจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะถดถอย
ด้านธนาคารไชน่าเมอร์แชนต์สแบงก์อินเตอร์เนชันแนล หรือ ซีเอ็มบีไอ ระบุว่า การปรับลดราคาของเทสลาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงในการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน โดยคาดว่ายอดขายทั้งตลาดจะชะลอตัวลงจนถึงปี 2023
ขณะที่นักวิเคราะห์จากไทเกอร์เซเคียวริตี้ส์ (Tiger Securities) บริษัทด้านการลงทุนในสหรัฐฯ ระบุว่า การปรับลดราคามีสาเหตุหลักมาจากความต้องการรถยนต์โดยรวมในจีนที่ลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ และการแข่งขันกับบีวายดีที่เป็นเจ้าตลาด
สำหรับเทสลา เคยปรับลดราคาในจีนมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว เพื่อให้แข่งขันในตลาดได้มากขึ้น ขณะที่ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด เทสลาปรับขึ้นราคารถในช่วงปีที่ผ่านมา เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
เทสลา บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า บริษัทกำลังปรับราคาให้สอดคล้องกับต้นทุนในจีน ขณะที่โรงงานกิกะแฟคทอรี ที่เซี่ยงไฮ้มีกำลังการผลิตที่สูงขึ้น และซัพพลายเชน ยังคงมีเสถียรภาพ แม้ว่าเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ “ซีโร่โควิด” ซึ่งทั้งหมดเป็นปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนลดลง
ปัจจุบัน เทสลา มียอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในจีน ตามหลัง บีวายดี มอเตอร์ (BYD Motor) และ เอสเอไอซี-จีเอ็ม-วู่หลิง (SAIC-GM-Wuling) โดยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าต่างชาติเจ้าเดียวที่ติด 15 อันดับแรก จากข้อมูลของสมาคมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลของจีน
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวรถยนต์ autolifethailand รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า เทสลามีแผนจะเปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ในประเทศไทย ตั้งอยู่ในโครงการเอ็มสเฟียร์ (EMSPHERE) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการดิ เอ็มดิสทริกต์ (THE EM DISTRICT) ของเดอะมอลล์กรุ๊ป (The Mall Group) ใจกลางกรุงเทพมหานคร ย่านสุขุมวิท ที่จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2023 นี้ ซึ่ง TESLA Flagship Store จะตั้งอยู่ในโซนอีวี ฮับ (EV HUB Zone) ที่จะรวบรวมโชว์รูมรถไฟฟ้า 100% ทุกแบรนด์ชั้นนำในประเทศไทย