ฮอนด้า คาดตลาดรถจักรยานยนต์ปี'66 ลดลง 3% จากปัจจัยเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอน
ไทยฮอนด้า คาดการณ์ตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2566 อยู่ที่ 1.75 ล้านคัน จากปี 2565 อยู่ที่ 1.8 ล้านคัน ด้าน ฮอนด้า คงเป้ายอดขายเท่าปี 2565 ที่ 1.38 ล้านคัน
นายชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ปี 2565 มียอดจดทะเบียนรวมอยู่ที่ 1.8 ล้านคัน เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสัดส่วนรถจักรยานยนต์ในแต่ละกลุ่มของตลาดมีดังนี้
- รถจักรยานยนต์กลุ่มครอบครัว (Family) มีสัดส่วนอยู่ที่ 51.8% ของตลาด
- รถจักรยานยนต์กลุ่มออโตเมติกส์ (A.T.) มีสัดส่วนอยู่ที่ 43.5% *เพิ่มขึ้น 0.5% จากปีก่อนหน้า
- รถจักรยานยนต์กลุ่มสปอร์ต (Sport) มีสัดส่วนอยู่ที่ 3.7%
ทั้งนี้ ฮอนด้า มียอดขายอยู่ที่ 1.38 ล้านคัน เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย 5 รุ่นที่มียอดขายสูงสุดมีดังนี้
- Honda Wave110i มียอดขายอยู่ที่ 541,649 คัน
- Honda Wave125i มียอดขายอยู่ที่ 271,646 คัน
- Honda Scoopy มียอดขายอยู่ที่ 186,487 คัน
- Honda PCX160 มียอดขายอยู่ที่ 150,501 คัน
- Honda Click Series มียอดขายอยู่ที่ 118,373 คัน
นาย คิมูระ กล่าวว่า สำหรับสภาพเศรษฐกิจในปี 2566 คาดการณ์ว่าจะยังมีแนวโน้มดีด้วยปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัว แต่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนซึ่งจะส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทย จึงคาดการณ์ว่าตลาดรวมในปี 2566 จะอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน โดยฮอนด้าตั้งเป้าไว้ที่ 1.38 ล้านคัน เท่ากับปีที่ผ่านมา
สำหรับ ภาพรวมตลาดรถบิ๊กไบค์ ขนาด 400 ซีซี. ขึ้นไป ในปี 2565 มียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 17,467 คัน เติบโตลดลง 9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดย ฮอนด้า มียอดขายอยู่ที่ 6,598 คัน เติบโตขึ้น 2% ซึ่งในปี 2566 คาดว่าตลาดบิ๊กไบค์จะอยู่ที่ 20,500 คัน เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ ฮอนด้า ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 8,150 คัน เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยสำคัญของตลาดบิ๊กไบค์คือเทรนด์การเติบโตของรถในกลุ่ม Adventure ที่คนไทยหันมาให้ความสนใจกับกิจกรรมขับขี่ในสไตล์แอดแวนเจอร์ทัวริ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ แผนธุรกิจของ ฮอนด้า ในปี 2566 จะมีการเปิดตัวรถจักรยานยนต์เซกเมนท์ใหม่ และจะมีการปรับโฉม ศูนย์ฮอนด้า วิง เซ็นเตอร์ 370 แห่ง ในปี 2566 พร้อมกับยกระดับการทำการตลาดออนไลน์บนทุกแพลตฟอร์มให้เป็นไปตามเทรนด์ปัจจุบัน รวมไปถึงการเพิ่มขีดความสามารถของแอพลิเคชัน My Honda Moto ให้สามารถรองรับงานบริการได้อย่างรวดเร็ว และหลากหลายมากยิ่งขึ้น