รู้จักแบรนด์ AUTOCLIK ฟาสต์ฟิตน้องใหม่ภายใต้การบริหารของ ACG Group
สัมภาษณ์พิเศษ "ภานุมาศ รังคกูลนุวัฒน์" ซีอีโอ ACG Group กับแนวคิดเปิดแบรนด์ AUTOCLIK ลุยตลาดฟาสต์ฟิต เจ้าของลุยเองชูเทคโนโลยีแก้ Pain Point ตรงจุด
ตลาดศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ประเภทเร่งด่วน หรือ ฟาสต์ฟิต (Fast-Fit) ในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันที่รุนแรงและมีเจ้าตลาดครองส่วนแบ่งทางการตลาด (แชร์) ไว้อย่างเหนียวแน่นแต่กระนั้นยังมีช่องว่างทางการตลาดที่เปิดให้ผู้เล่นรายใหม่เข้ามาชิงส่วนแบ่งทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง ย้อนกลับไปมีบริษัทรายใหญ่รายเล็กสนใจกระโดดเข้ามาลงเล่นในตลาดนี้ อาทิ
- ปตท. มี FIT AUTO
- เซ็นทรัล มี AUTO1
- ฟอร์ด มี QuickLane
- เอ็มจีซี-เอเชีย มี MMS BOSCH Car Service
ยังไม่นับรวมกับ แบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์ 2 รายใหญ่ที่ก็มีฟาสต์ฟิตของตัวเอง มิชลิน มี TYREPLUS, บริดจสโตน มี COCKPIT และเจ้าตลาดที่อยู่ในธุรกิจ ฟาสต์ฟิต มาอย่างยาวนาน นั่นคือ B-Quik
จากรายชื่อดังกล่าวคงเริ่มเห็นภาพการแข่งขันในตลาดว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าโอกาสทางการตลาดจะหมดไปเพราะในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมายังมีผู้เล่นรายใหม่แต่มากประสบการณ์อย่าง บริษัท ออโตคลิกบายเอซีจี จำกัด หรือ ออโตคลิก (AUTOCLIK) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดย ออโตคลิก เปิดดำเนินการสาขาแรกในเดือนมีนาคม 2564 ที่ผ่านมา
PPTV Online ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ภานุมาศ รังคกูลนุวัฒน์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด ที่เป็นผู้ลงมือในทุกรายละเอียดของการเริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง
แรกเริ่มเดิมทีธุรกิจแรกของเราคือการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า ภายใต้ชื่อ "ฮอนด้ามะลิวัลย์" ซึ่งแข็งแกร่งในโซนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ก่อนจะขยายไปสู่ภาคใต้ โดยคร่ำวอดมานานกว่า 30 ปี และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตั้งบริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคต โดยมีบริษัทย่อยในเครือ 2 ธุรกิจ คือ 1.บริษัท ฮอนด้ามะลิวัลย์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้า และ บริษัท ออโตคลิกบายเอซีจี จำกัด ศูนย์บริการซ่อมรถยนต์ประเภทเร่งด่วน หรือ ฟาสต์ฟิต
แม้ว่าการแข่งขันในตลาด ฟาสต์ฟิต จะมีความรุนแรงสูง แต่ ออโตคลิก (AUTOCLIK) เองมองเห็นโอกาสทางธุรกิจด้วยการมองเห็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการและได้หาจุดแข็งทางธุรกิจด้วยตัวเองที่ได้ตระเวนไปลองใช้บริการในทุกแห่งจนกระทั่งมาพัฒนาแบรนด์ของตัวเอง ทำให้ภายในระยะเวลา 2 ปี ของการเริ่มต้นธุรกิจนี้ AUTOCLIK มีจำนวนศูนย์บริการอยู่ที่ 12 แห่ง และจะขยายเพิ่มเป็น 20 แห่งภายในสิ้นปี 2566 นี้
ด้วยความคล่องตัวและการบริหารต้นทุนที่สั่งสมประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี ภานุมาศ เล่าให้ฟังว่า ตนเองสามารถบริหารด้านการลงทุนขยายสาขาได้ด้วยเงินลงทุนมูลค่าต่ำกว่า 50% เมื่อเทียบกับการลงทุนในธุรกิจนี้ต่อแห่งของตลาด พร้อมกับการออกแบบให้มีช่องซ่อมซึ่งเป็นหัวใจของการบริการเพียงพอต่อความต้องการในแต่ละสาขา
อีกทั้งยังแก้ไขปัญหาสำคัญคือ ระยะเวลาในการซ่อม และ การเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการรับบริการ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ โดย AUTOCLIK เป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่มีการจัดทำ e-Tax invoice และ e-Receipt (ใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์) และใช้ระบบ Digital ทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การเปิดใบสั่งซ่อมจนถึงส่งมอบรถ โดยไม่ใช้กระดาษ (Paperless) ซึ่งสามารถติดตามขั้นตอนการซ่อมได้คล้ายกับติดตามการส่งพัสดุที่ผู้บริโภคคุ้นเคยเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
นอกจากนั้น ยังมีการพัฒนาบุคลากรและทีมงานช่างที่เชี่ยวชาญ พร้อมเครื่องมือที่ได้มาตรฐานและการบริการที่มีคุณภาพและทันสมัย ให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ ระบบเบรก โช้คอัพ ช่วงล่าง รวมถึงระบบแอร์รถยนต์ ครบวงจร ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
ขณะเดียวกัน AUTOCLIK มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มเป็น 30 แห่งในปี 2567 ซึ่งเมื่อจำนวนสาขาถึงจุดที่เริ่มทำกำไร จะทำให้ธุรกิจนี้มีศักยภาพที่จะขยายตัวมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ภานุมาศ เล่าให้ฟังต่อว่า แนวคิดในการทำธุรกิจดังกล่าวนี้ใช้หลักการแนวคิดแบบ "ค้าปลีก" โดยเอาผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง โดยหน้าที่ของบริษัทคือการบริหารจัดการต้นทุนทางธุรกิจเพื่อนำเสนอความคุ้มค่าและเน้นการให้บริการที่ประทับใจ สอดคล้องกับ สโลแกนที่ว่า “จ่ายหลักร้อย ... รับบริการแบบหลักหมื่น”