“รถ EV จีน” ฟีเวอร์ เบียดแบรนด์ญี่ปุ่นในตลาดยานยนต์ประเทศไทย
จีนกำลังเบียดญี่ปุ่นในตลาดยานยนต์ไทย? หลัง “สยามกลการ” เจรจาผู้ผลิตรถยนต์จีน เล็งลุยตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์
หากพูดถึงผู้บุกเบิกอุตสาหรรยานยนต์ในไทย หลายคนคงนึกถึง “สยามกลการ” (Siam Motors) ผู้สร้างโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ “นิสสัน” ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายนี้มานานกว่า 60 ปี
และนับจากวันนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แบรนด์รถยนต์ญี่ปุ่นถือเป็นสัดส่วนหลักของตลาดยานยนต์ในประเทศไทย เรียกได้ว่า ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาจนถึงเมื่อเร็ว ๆ นี้ หากจะซื้อรถ คนไทยจะต้องนึกถึงรถสัญชาติญี่ปุ่นเป็นอันดับแรก
เทสลาและแบรนด์ในจีนร่วมลงนาม ยุติสงครามหั่นราคารถยนต์ไฟฟ้า
แต่ปัจจุบัน การเข้ามาในตลาดของ “ยานยนต์ไฟฟ้า” หรือรถยนต์ EV ทำให้ ”รถยนต์สัญชาติจีน” เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในตลาดยานยนต์ไทย
หลักฐานที่สะท้อนชัดเจนที่สุดคือ สยามกลการกำลังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจไปในทิศทางของยานยนต์ไฟฟ้า โดย เซบาสเตียน ดูปุย รองประธานของสยามกลการ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า สยามกลการกำลังเจรจากับผู้ผลิตรถยนต์จีนหลายรายเกี่ยวกับความร่วมมือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าระดับไฮเอนด์
“ยานยนต์ EV จะเป็นช่องทางการเติบโตที่ดี ... มีตลาดที่กำลังเติบโตสำหรับสิ่งนั้น และเราต้องการคว้าโอกาสการเติบโตนี้ไว้” ดูปุยกล่าว
ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นในตลาดยานยนต์ประเทศไทย โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา การลงทุนจากจีน เช่น BYD และเกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) เพิ่มขึ้นเป็น 1.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5 หมื่นล้านบาท)
ปัจจุบัน ผู้ผลิตรถยนต์จากจีนหลายเจ้าได้เริ่มก่อร่างสร้างอาณาจักรอุตสาหกรรมยานยนต์ของตนในไทยแล้ว เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนต่างพากันเข้ามาหาซัพพลายเออร์และบริษัทไทยในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงบริษัทที่มีความเชื่อมโยงอย่างยาวนานกับบริษัทญี่ปุ่น เช่น สยามกลการ เป็นต้น
นั่นทำให้บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับการต่อสู้ครั้งสำคัญเพื่อรักษาตลาดที่สำคัญในเอเชียอย่างประเทศไทยเอาไว้ แต่อุปสรรคสำคัญคือ แนวทางการเปลี่ยนแปลงที่ดำเนินไปอย่างช้า ๆ สำหรับการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า
จีนแซงหน้าญี่ปุ่นในฐานะนักลงทุนต่างชาติอันดับต้น ๆ ของไทยในปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากการลงทุนของ BYD ในโรงงานใหม่ที่จะเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2567 ท่ามกลางความพยายามร่วมกันของทางการไทยในการดึงดูดผู้ผลิต EV ของจีนให้มาลงทุนในไทย
ตามข้อมูลของรัฐบาล จากจำนวนรถยนต์ใหม่เกือบ 850,000 คันที่จดทะเบียนในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว มีเพียงประมาณ 1% เท่านั้นที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายนปีนี้ มีรถ EV ลงทะเบียนในไทย 18,481 คัน ทำให้สัดส่วนรถยนต์ไฟฟ้าในไทยเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 6% เกือบหนึ่ง หรือราว 7,300 คัน เป็นรถของ BYD
ขณะเดียวกัน ในปีนี้ มีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนใหม่เพียง 11 คันเท่านั้นที่มาจากโตโยต้า ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ยอดนิยมของไทย
ยามาโมโตะ ฮาจิเมะ หัวหน้าแผนกที่ปรึกษาของสถาบันวิจัยโนมูระในประเทศไทย กล่าวว่า ในทศวรรษหน้า คาดว่าแบรนด์จีนจะสามารถแย่งส่วนแบ่งจากแบรนด์ญี่ปุ่นได้อย่างน้อย 15% ด้วยการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าราคาย่อมเยา
มีรายงานว่า โตโยต้ากำลังพิจารณาการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งเป็นการยืนยันอย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยกล่าวว่า จนถึงขณะนี้มียอดจองรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น bZ4X แล้ว 3,356 คัน ซึ่งนี่เป็นรุ่นที่เริ่มจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว
เรียบเรียงจาก Reuters
ภาพจาก AFP