สวยสั่งได้! ฉีดฟิลเลอร์เลือกยังไงให้ปลอดภัย-วิธีถนอมให้สวยอยู่ทน
จิ้มเลยค่ะหมอ!!! ฟิลเลอร์ (Filler) ในปัจจุบันถือว่าได้รับความนิยมนำมาแก้ไขปัญหาผิวหน้าตั้งแต่คนหนุ่มสาวไปจนถึงผู้ที่เริ่มมีอายุและประสบกับปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าเพื่อให้เติมเต็มข้อบกพร่องบนใบหน้าดูอิ่มเอิบสุขภาพดี
เชื่อว่ามีหลายคนกำลังตัดสินใจที่จะรองทำเติมหน้าด้วย "ฟิลเลอร์" (Filler) ดูสักครั้งแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา โดยบทความนี้จะมีขยายความคำว่าฟิลเลอร์คืออะไร? มีคุณสมบัติอย่างไร? รวมถึงพิษภัยของมันหากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ขณะที่ปัจจุบันเองก็มีข่าวเกี่ยวกับการยกเลิกการใช้สารฟิลเลอร์แบบไม่สลายตัว ที่ทำให้ใครๆ อาจสับสนหรือเข้าใจผิดว่า ได้มีการประกาศห้ามการใช้ฟิลเลอร์ทั้งหมด
- ฟิลเลอร์ชนิดสารเติมเต็มที่ไม่สลายตัว
ได้แก่ ซิลิโคน หรือ พาราฟิน เป็นสารจำพวก Polymethyl Methacrylate (PMMA), สาร Polyacrylamide ซึ่งเมื่อฉีดเข้าไปในผิวหนังแล้ว ฟิลเลอร์ชนิดนี้จะคงอยู่ในผิวตลอดไปโดยไม่มีการสลายตัวตามธรรมชาติ จึงมักพบผลข้างเคียงในระยะยาว
- ฟิลเลอร์แบบชั่วคราว (Temporary Filler)
ได้แก่ กลุ่มสาร Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ คงประสิทธิภาพได้นานประมาณ 4-6 เดือนจนถึง 1 ปีครึ่ง หรืออาจถึง 2 ปี เป็นฟิลเลอร์ที่มีปลอดภัยสูง ในปัจจุบันฟิลเลอร์ชนิดที่เป็นสารไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic Acid : HA) ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ เช่นเดิม
การแก้ไขปัญหาริ้วรอย สามารถใช้ฟิลเลอร์ในการแก้ไขปัญหา 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
- การฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยของผิวอันเนื่องมาจากวัย เช่น ร่องลึกบริเวณขมับใต้ตา ร่องแก้ม หรือมุมปาก โดยการฉีดฟิลเลอร์จะสามารถเติมเต็มใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ร่องลึกบริเวณนั้นตื้นขึ้น สภาพผิวดูดีขึ้น
- การฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมเนื้อเยื่อผิวหนังให้มีลักษณะนูนเต็มขึ้นกว่าเดิม (Augmentation) เช่น เสริมจมูก เสริมคาง ริมฝีปาก หรือฉีดเพื่อทำให้รูปทรงใบหน้าดูอวบอิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้ารับการรักษาต้องเลือกชนิดและขนาดโมเลกุลของฟิลเลอร์ให้เหมาะสมกับผิวหนังในแต่ละตำแหน่ง โดยปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และควรใช้ฟิลเลอร์ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นสิ่งที่ต้องฉีดเข้าไปในร่างกายของเรา ทั้งยังต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศไทย มิฉะนั้นจะมีความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงหรือพบอาการแทรกซ้อนได้ อีกทั้งการเลือดเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์ขอให้ทุกคนศึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เลือกทำในสถานที่ที่สะอาดปลอดภัย ได้มาตรฐานเท่านั้นอย่าริลองกับหมอกระเป๋าที่ฉีดตามบ้าน ที่ถึงแม้จะมีราคาถูกกว่าแต่ความเสี่ยงสูงปี๊ด เสี่ยงเสียโฉม หมดสวยแถมเสียเงินฟรี รักษาหายยากมีผลระยะยาวเหมือนที่เราเคยได้ยินตามข่าวมานับครั้งไม่ถ้วนด้วย
ทั้งนี้หลายคนคงเกิดคำถามว่า หลังฉีดฟิลเลอร์ปากมาห้ามกินของร้อนเป็นเวลานานๆอย่างชาบู / ปิ้งย่างจริงหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะอุณหภูมิที่สูงจะทำให้ฟิลเลอร์ละลายหรือผิดรูปได้ นอกจากของร้อนแล้วยังรวมถึงการอบซาวน่า และกิจกรรมใดๆ ที่ต้องสัมผัสกับความร้อนสูง แต่อย่างไรก็ตามฟิลเลอร์แม้จะไม่ทนความร้อนมากแต่ก็ไม่ไวต่อความร้อนขนาดนั้น สามารถเลือกตามความจำเป็นหรือความอยากกินได้บางโอกาสนะคะสาวไม่ต้องอดมาก! เพียงแต่อาจจะต้องระมัดระวังในช่วง 3 วันแรกเท่านั้นค่ะ
นอกจาก ของร้อนมากๆแล้ว อาหารที่ควรงดกินหลังฉีด 3-7 วัน หลังฉีดฟิลเลอร์ ประกอบด้วย
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- อาหารทะเล
- ของหมักดองทุกชนิด
- อาหารรสจัด เผ็ดจัด และเค็มจัด
- อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของกิงโกะ น้ำมันพริมโรส กระเทียม โสม คอลลาเจน วิตามินซี และวิตามินอี เพราะสารเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดภาวะช้ำง่าย
นอกจากนี้ควรดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อเสริมความชุ่มชื้นให้ฟิลเลอร์และเพิ่มการเซตตัวเร็วและคงสภาพอยู่นานขึ้น
ข้อมูลสุขภาพจาก : โรงพยาบาลพญาไท
เคล็ดลับสู้ เซลล์ซอมบี้ฆ่าไม่ตาย เพิ่ม Happy Hormone ผิวเต่งตึงชะลอวัย