วิจัยเผยผู้สูงอายุนอนน้อย หลับๆตื่นๆกลางดึก เสี่ยงโรคเรื้อรังถึง 20 %
ผลวิจัยชี้ ผู้สูงอายุที่การนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมงเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง 2 โรคขึ้นไปกว่า 40 % อัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก25 %
ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ ในวารสาร Plos Medicine และสะท้อนข้อมูลจากผู้เข้าร่วมมากกว่า 7,000 คนในการศึกษา Whitehall II บุคคลอายุ 50 ปีที่นอนหลับอย่างน้อย 5 ชั่วโมงในแต่ละคืนมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ที่จะถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเรื้อรัง และหากมีพฤติกรรมนอนน้อยมากกว่า 25ปี ความเสี่ยงพบโรคเรื้อรัง 2 โรค เพิ่มขึ้นเป็น 40% อาทิ มะเร็ง,เบาหวาน,โรคหลอดเลือดหัวใจ,โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง เป็นต้น
เมื่อเทียบกับผู้สูงอายุที่นอนหลับนานถึง 7 ชั่วโมง และไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์ด้านสุขภาพกับการนอน 9 ชั่วโมงหรือมากกว่าในกลุ่มคนที่มีสุขภาพดีการศึกษา Whitehall II เริ่มขึ้นในปี 1985 และมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 10,300 คน บุคคลรายงานระยะเวลาการนอนหลับของตนเอง 6 ครั้งระหว่างปี 2528 - 2559 โดย ระยะเวลาการนอนหลับจะสั้นลงเมื่ออายุ 60 - 70 ปีมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคเรื้อรัง จากผู้เข้าร่วม 7,217 คนซึ่งผู้ใหญ่ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปที่นอนหลับไม่เกิน 5 ชั่วโมงก็มีความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 25 % แต่ไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างระยะเวลาการนอนหลับกับอัตราการเสียชีวิตสำหรับผู้ใหญ่ที่เป็นโรคเรื้อรังที่มีอยู่
การนอนไม่หลับในผู้สูงอายุ มาจาก 2 สาเหตุ
การเปลี่ยนแปลงของอายุที่มากขึ้น โดยปกติเมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น สมองก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางเสื่อม เช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ส่งผลกับการนอนของผู้สูงอายุ คือ ระยะเวลาของการนอนตอนกลางคืนจะลดลง ใช้เวลานานขึ้นหลังจากเข้านอนเพื่อที่จะหลับ ช่วงระยะที่หลับไม่หลับสนิทจะยาวขึ้น ขณะที่ช่วงระยะที่หลับสนิทจริงๆ จะลดลง ตื่นบ่อยกลางดึก
มีโรคซ่อนอยู่ ยาบางประเภทโดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ในระบบประสาทส่วนกลาง หรือสมอง ทำให้ผู้สูงอายุมีอาการนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ เช่น ใช้ยานอนหลับนานๆ ยารักษาอาการสั่น เคลื่อนไหวช้าใน
- โรคพาร์กินสัน หรือบางครั้งอาจเป็นส่วนผสมของยารักษาโรคอื่นที่ไม่เกี่ยวกับโรคทางสมองเช่น แอลกอฮอล์ในยาน้ำแก้ไอ หรือ คาเฟอีนที่ผสมอยู่ในยารักษาโรคหวัด เป็นต้น เมื่อผู้สูงอายุหยุดการใช้ยาเหล่านี้ อาการนอนไม่หลับก็จะหายไปเอง
- ผู้สูงอายุที่มีโรคใดก็ตามที่ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน ก็จะมีผลต่อการนอนด้วย เช่น ผู้เป็นเบาหวาน โรคต่อมลูกหมากโตในผู้สูงอายุชาย โรคไตวายเรื้อรัง หรือแม้แต่การใช้ยาขับปัสสาวะในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง หรือภาวะหัวใจวาย ก็ทำให้มีปัสสาวะตอนกลางคืนได้บ่อย ความเจ็บปวดทางกายจะมีผลทางอ้อมต่อการนอนหลับในผู้สูงอายุเสมอ
- อาการเจ็บปวดที่เกิดจากอวัยวะภายในช่องท้อง อาทิ ท้องผูก แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย เป็นต้น
- ผู้สูงอายุที่เริ่มมีสมองเสื่อมในระยะแรกจะมีอาการนอนไม่หลับ
- ภาวะซึมเศร้าก็เป็นสาเหตุของการนอนยากในผู้สูงอายุ โดยมักจะมีลักษณะที่เข้านอนได้ตามปกติแต่ตื่นขึ้นกลางดึก เช่น ตี 3-4 แล้วไม่สามารถนอนต่อได้อีก จากสาเหตุของการนอนไม่หลับที่กล่าวมาข้างต้น
จึงจำเป็นที่ผู้ป่วยต้องได้รับการซักประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการนอน และรับการตรวจร่างกายจากแพทย์โดยละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการนอนไม่หลับในแต่ละราย
"ปอดอักเสบในผู้สูงอายุ" หากเกิดภาวะแทรกซ้อนเสี่ยงเสียชีวิตสูง
บรรเทาอาการนอนไม่หลับในผู้สูง- หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน หรือจำกัดเวลาการนอนกลางวัน ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมงในช่วงบ่าย
- งดดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนโดยเฉพาะการทานในเวลาเย็น
- ถ้ามีปัญหาปัสสาวะกลางคืนบ่อยๆ ไม่ควรดื่มน้ำในช่วง 4-5 ชม.ก่อนที่จะถึงเวลาเข้านอน
- เพิ่มกิจกรรมหรือการออกกำลังกายให้มากขึ้น
- หากไม่มีอาการง่วงนอนเมื่อถึงเวลาเข้านอน และไม่สามารถนอนหลับได้ ก็ควรลุกขึ้นมาหาอะไรทำ ดีกว่าที่จะนอนกลิ้งไปมาบนเตียง
- กำหนดเวลาอาหารมื้อเย็นให้คงที่ สม่ำเสมอ และควรจะเป็นอาหารที่มีโปรตีนสูงเมื่อเทียบกับมื้ออื่นๆ
- พยายามจัดสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนให้เงียบ และมืดพอสมควร ไม่ร้อน หรือหนาวเกินไป
- ฝึกการทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบ
ข้อมูลจาก : thehill,โรงพยาบาลเปาโล
เช็ก 3 สัญญาณ ผู้สูงอายุในบ้านเข้าข่ายเสี่ยงเป็น "โรคซึมเศร้า"