รู้ปัจจัยเสี่ยงมะเร็งเต้านม คัดกรองด้วย ‘ดิจิตอลแมมโมแกรม’เห็นชัดได้ไม่ต้องคลำเอง
มะเร็งเต้านม เป็นโรคที่ผู้หญิงทุกคนก็เสี่ยงได้ การคัดกรอง ด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram) และการตรวจอัลตร้าซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound) ร่วมกัน เพื่อหาความเสี่ยงซึ่งแม้แต่ก้อนเนื้อเล็กๆเกินกว่าจะคลำได้ก็หาเจอ
มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 1 ของผู้หญิงไทยและเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทั้งนี้จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะตระหนักถึงโรคร้ายนี้ก็ต่อเมื่อเกิดอาการแล้ว ซึ่งการตรวจคัดกรองเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องดิจิตอลแมมโมแกรม (Digital Mammogram) และการตรวจอัลตร้าซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound) ร่วมกัน ซึ่งจะทำให้เห็นรายละเอียดของเต้านม
รวมถึงสิ่งผิดปกติที่มีขนาดเล็กมากๆ เกินกว่าที่จะคลำได้ด้วยแพทย์เฉพาะทางเพราะการพบเร็วได้รักษาไว โอกาสหายขาดมากกว่า
ปัจจัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หรือหลีกเลี่ยงยากความเสี่ยงเกิดมะเร็งเต้านม
- พันธุกรรม ถ้ามีประวัติคนในครอบครัว โดยญาติสายตรงลำดับหนึ่ง (มารดา พี่สาว น้องสาว) เป็นมะเร็งเต้านม 1 คน จะมีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นกว่าคนทั่วไป 2 เท่า ถ้ามีญาติเป็นมากกว่า 1 คน มีญาติเป็นมะเร็งเต้านมเมื่ออายุน้อย เป็นมะเร็งเต้านมทั้งสองข้าง เป็นทั้งมะเร็งเต้านมและมะเร็งรังไข่ หรือมีญาติผู้ชายเป็นมะเร็งเต้านมจะเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก
- เชื้อชาติ คนอเมริกัน ยุโรป และแอฟริกัน มีความเสี่ยงมากกว่าคนเอเชีย
- ยีนส์ หลายชนิดที่มีผลต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เช่น BRCA1 และ BRCA2 ซึ่งเมื่อเกิดความผิดปกติที่ยีนส์ตัวใดตัวหนึ่งนี้ จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ถ้ามียีนส์ BRCA1 ผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 50-90% ถ้า BRCA2 ผิดปกติ มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมประมาณ 50% นอกจาก BRCA แล้ว ยังมียีนส์อื่นๆ แต่เปอร์เซ็นต์ไม่สูงมาก
- ลักษณะเนื้อเต้านม ที่หนาแน่นจากผลของแมมโมแกรม (Mammographic density) พบว่าเต้านมที่มีลักษณะหนาแน่นมาก มีความเสี่ยงมากขึ้น 2-6 เท่า อีกทั้งการรับประทานยาฮอร์โมนสำหรับสตรีวัยทองมีผลทำให้เต้านมหนาแน่นขึ้น
- เริ่มมีประจำเดือนเร็ว หมดประจำเดือนช้าเพราะแสดงว่ารังไข่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงมากระตุ้นเต้านมเร็วขึ้น และหญิงที่ประจำเดือนหมดเร็วหรือถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างจะทำให้ความเสี่ยงลดลง ส่วนการตัดมดลูกไม่มีผลใดๆ
ปัจจัยที่น่าจะหลีกเลี่ยงได้
- อายุตอนมีบุตรคนแรก หญิงที่มีบุตรหลังอายุ 35 ปี พบว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าหญิงที่มีบุตรคนแรกเมื่ออายุ 20 ปี 40-60% ดังนั้น การมีบุตรเร็วจึงลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
- ยาฮอร์โมนสำหรับหญิงวัยทอง ถ้าใช้เกิน 5 ปี ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 35% แต่ความเสี่ยงจะลดลงมาเท่าความเสี่ยงปกติของคนทั่วไปหลังจากหยุดยาไปแล้ว 5 ปี
- ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อ้วนจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น สาเหตุน่าจะเกิดจากการที่รังไข่หยุดสร้างฮอร์โมน แต่มีการสร้างฮอร์โมนเพศหญิงจากเซลล์ไขมัน
- การกินอาหารที่มีไขมันสูง อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้ 10-50% ซึ่งอาจเกิดจากทำให้มี BMI สูง หรืออาจจะเกิดจากเนื้อแดงที่ผ่านความร้อนจนไหม้ ซึ่งเป็นตัวการที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมมากกว่า
- ยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมน ขณะที่กินยาคุมกำเนิดจะมีความเสี่ยงสูงขึ้น 24% และเมื่อหยุดใช้ ความเสี่ยงจะลดลงเรื่อยๆ จนเหมือนปกติเมื่อหยุดกินยานานเกิน 10 ปี
ปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยง
- การออกกำลังกายเป็นประจำ อาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมลง 10-50%
- จำนวนบุตร การมีบุตรหลายคนช่วยลดความเสี่ยง โดยลดลง 7% ต่อบุตร 1 คนที่เพิ่มขึ้น
- การให้นมบุตร ยิ่งให้ปริมาณมากและนานยิ่งลดความเสี่ยง เพราะการให้นมบุตรจะทำให้รังไข่กลับมาทำงานช้าลง และยังทำให้เซลล์เต้านมพัฒนาให้ทนต่อสารก่อมะเร็ง (differentiation) อีกด้วย
- กินอาหารประเภทถั่วเหลืองอาจมีฤทธิ์ในทางป้องกัน เพราะในถั่วเหลืองมีสารคล้ายฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ isoflavones แต่ออกฤทธิ์อ่อนกว่าฮอร์โมนในร่างกายหลายเท่า จึงน่าจะมีผลในทางลดฤทธิ์ของฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายสตรีวัยที่ยังมีประจำเดือน
การตรวจดิจิทัลแมมโมแกรม เป็นเทคโนโลยีการตรวจทางรังสีชนิดพิเศษ คล้ายกับการตรวจเอกซเรย์ แต่ใช้ปริมาณรังสีน้อยกว่าเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป 30 – 60% มีประสิทธิภาพในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เนื่องจากภาพที่ได้จากการตรวจมีความละเอียดสูง สามารถเห็นจุดหินปูนหรือเนื้อเยื่อที่ผิดปกติขนาดเล็ก ทำให้สามารถระบุตำแหน่งและค้นหาความผิดปกติของเต้านมได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็วมากขึ้น
การตรวจอัลตราซาวนด์เต้านม เป็นการตรวจโดยการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงเข้าไปในเนื้อเต้านม ซึ่งสามารถบอกความแตกต่างขององค์ประกอบเนื้อเยื่อได้ว่าเป็นเนื้อเยื่อเต้านมปกติ เป็นถุงน้ำ หรือเป็นก้อนเนื้อ หากพบว่าเป็นก้อนเนื้อ การอัลตราซาวนด์จะช่วยบอกว่าก้อนเนื้อนั้นมีความเสี่ยงหรือความน่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ และช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจพบความผิดปกติของเต้านมในผู้ป่วยที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่นได้ อย่างไรก็ตามการอัลตราซาวนด์จะไม่สามารถตรวจพบหินปูนได้
"มะเร็งเต้านม" ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้หญิง ผู้ชายก็เป็นได้!
เตรียมตัวก่อนตรวจ
- รับประทานอาหาร ดื่มน้ำได้ตามปกติ
- ไม่ควรทาโลชั่น แป้งฝุ่น รวมถึงสเปร์ยต่าง ๆ บริเวณเต้านมและรักแร้
- หากเคยตรวจแมมโมแกรมหรือดิจิทัลแมมโมแกรมมาก่อนควรนำภาพและผลตรวจเดิมมาเพื่อเปรียบเทียบดูความแตกต่าง
- หากมีอาการผิดปกติของเต้านมควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
ทั้งนี้ผู้หญิงทุกคนที่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ควรเฝ้าระวังโรคมะเร็งเต้านม ด้วยการตรวจดิจิตอลแมมโมแกรมร่วมกับการทำอัลตร้าซาวนด์เต้านมปีละครั้ง แต่หากมีเสี่ยงจากปัจจัยอื่นๆ อาจจะเริ่มตรวจตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เริ่มด้วยการปรึกษาแพทย์
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล,โรงพยาบาลมะเร็งกรุงเทพ วัฒโนสถ
ก้อนเนื้อเต้านม จำเป็นต้องผ่าตัดไหม? ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
ตรวจก่อนป่วย ไม่ใช่ ป่วยก่อนตรวจ! ข้อคิดจากไวรัลฮิต “มะเร็ง” ควรเช็กตอนอายุเท่าไร