คุณแม่เบาใจ! ท้องตอนอายุเยอะความเสี่ยงที่รับมือได้ ให้ลูกน้อยปลอดภัยแข็งแรง
ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันทำให้ผู้หญิงจำนวนมากแต่งงานช้า จึงทำให้เกิดการตั้งครรภ์ช้าตามไปด้วย ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ผู้ที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 35-39 ปี มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนมากถึงร้อยละ 19 ซึ่งเราสามารถรู้ทันและรับมือความเสี่ยงทุกด้านทั้งตัวคุณแม่และลูกน้อย
ปกติความสามารถในการตั้งครรภ์ของผู้หญิงจะเริ่มลดลงหลังอายุ 32 ปี และจะลดลงอย่างมากหลังอายุ 37 ปี เนื่องจากปริมาณและคุณภาพของไข่ที่ปฏิสนธิได้ลดลงตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งการตั้งครรภ์ในอายุที่เยอะแล้วมักพบเมื่ออายุมากขึ้น เช่น เนื้องอกมดลูก,เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่, ช็อกโกแลตซิสต์ เป็นต้น จึงต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะคุณแม่ที่มีโรคประจำตัว เช่น ความดันเลือดสูง, เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของทั้งแม่และทารก
ดังนั้นอายุที่เหมาะสมต่อการมีบุตร อาจไม่สามารถสรุปได้ว่าอายุที่เหมาะกับการตั้งครรภ์นั้นควรจะเป็นช่วงไหน เพราะควรมีความพร้อมทั้งการเงิน ความมั่นคง วุฒิภาวะ หรือความเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ข้อมูลทางการแพทย์ได้ระบุไว้ว่า
- ช่วงอายุ 20-35 ปี คือช่วงที่เหมาะสมที่สุด
- ฝ่ายหญิงจะมีโอกาสตั้งครรภ์สูงสุดในช่วงอายุ 20-29 ปี
- ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น และลดลงชัดเจนหลังอายุ 35-37 ปี
- ช่วงอายุ 40 ปีมีโอกาสตั้งครรภ์น้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างมากขึ้นด้วย เช่น
- การแท้งบุตร
- ทารกโตช้าในครรภ์
- ทารกเสียชีวิตในครรภ์
- การคลอดก่อนกำหนด
- ครรภ์เป็นพิษ
- เบาหวานระหว่างการตั้งครรภ์ เป็นต้น
- โรคดาวน์ซินโดรม ถึงแม้ความเสี่ยงต่อทารกพิการทางร่างกายโดยตรงไม่ได้เพิ่มขึ้นมาก แต่มีความเสี่ยงต่อความผิดปกติทางพันธุกรรม จะเพิ่มขึ้นมาก และอาจมีผลให้เกิดความพิการในทารกจากตัวโรคทางพันธุกรรมได้มากขึ้น พบว่า ในผู้หญิงอายุ 25 ปี จะพบการคลอดเด็กดาวน์ซินโดรม 1 ราย จากการคลอดปกติจำนวน 1,250 ราย แต่เมื่ออายุ 40 ปี จะพบเด็กดาวน์ซินโดรม 1 ราย จากการคลอดจำนวน 106 รายเลยทีเดียว
สำหรับคุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป (นับอายุถึงวันคลอด) ควรได้รับการตรวจคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ซึ่งสามารถทำได้โดยการตรวจเลือดเมื่ออายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป หรือการตรวจน้ำคร่ำโดยจะทำในช่วงที่อายุครรภ์ประมาณ 15-18 สัปดาห์ เพื่อเป็นการตรวจดูว่าเด็กมีกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมหรือมีความผิดปกติทางโครโมโซมอื่นๆ หรือไม่ หากพบว่าเด็กมีอาการดาวน์ซินโดรมคุณแม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้
ทำไม? การตรวจคัดกรองครรภ์เสี่ยง
คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองภาวะครรภ์เสี่ยงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ (MFM: Maternal Fetal Medicine) ด้วยโปรแกรมการตรวจเลือดในระดับโครโมโซม และการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์โหมดพิเศษ Doppler (Doppler Ultrasound) กับการตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 16-22 สัปดาห์ และช่วง 32-34 สัปดาห์ โดยมีความสำคัญ ดังนี้
- เพื่อช่วยดูแลคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ในเชิงลึกควบคู่กับสูตินรีแพทย์ตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ
- เพื่อยืนยันว่าการตั้งครรภ์มีความปลอดภัยหรือมีภาวะผิดปกติมีความเสี่ยงในกรณีใดหรือไม่
- ดูแลรักษาคุณแม่ครรภ์เสี่ยงสูง เฝ้าระวังและติดตามสุขภาพของทารกในครรภ์ที่มีความผิดปกติ ที่สามารถรักษาได้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่อทารก ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึงการเสียชีวิตของลูกในครรภ์ได้
ความเสี่ยงต่อทารก... ตรวจพบเร็ว รักษาได้
- ทารกมีภาวะโลหิตจาง สามารถให้เลือดกับทารกในครรภ์ผ่านการเจาะหน้าท้องคุณแม่ผ่านไปยังสายสะดือของทารก
- ทารกแฝด ทารกในครรภ์อาจมีการแย่งเลือดกันเอง ในกรณีที่ใช้รกร่วมกัน สามารถรักษาด้วยการส่องกล้องผ่านหน้าท้องและยิงเลเซอร์ไปยังรกเพื่อรักษา
- เนื้องอกที่รก ซึ่งจะไปแย่งเลือดจากทารก แพทย์จะรักษาด้วยการส่องกล้องและจี้ทำลายก้อนเนื้อที่รกออก
ทั้งนี้คุณแม่ที่อายุมาก สามารถคลอดธรรมชาติทางช่องคลอดได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของทั้งแม่และลูกในครรภ์ แต่จากสถิติและภาวะแทรกซ้อนที่พบได้มากขึ้น พบว่าคุณแม่ที่มีอายุมากมีแนวโน้มจะได้รับการผ่าท้องคลอดมากกว่าคุณแม่ที่อายุน้อย
ตัวช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตร กับการตรวจ Sperm DNA Fragmentation
ดูแลหากตั้งครรภ์หลังอายุ 35 ปี
- ตรวจครรภ์ตามนัด การมาตรวจครรภ์ตามนัดเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพื่อทราบการเปลี่ยนแปลงและความผิดปกติของทารก แพทย์ทำการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจอัลตร้าซาวนด์ (หลายครั้ง) และเจาะน้ำคร่ำเพื่อดูโครโมโซมของทารกว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เพื่อตรวจหาอาการดาวน์ซินโดรม
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานอาหารที่ย่อยง่ายนอกจากจะช่วยให้คุณแม่สดชื่นแล้ว ยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย
- กรดโฟลิก สำคัญและจำเป็นมากๆ สำหรับทารกที่อยู่ในช่วงเจริญเติบโตมักจะพบในผักใบเขียว หน่อไม้ฝรั่ง แครอท กล้วย ถั่ว
- เครื่องดื่มควรหลีกเลี่ยง เช่น ช็อกโกแลต คาเฟอีน บุหรี่ แอลกฮอล์ ชา กาแฟ นอกจากจะทำให้นอนไม่หลับแล้ว ปัญหาท้องผูกก็ตามมาด้วย รวมไปถึงการปัสสาวะบ่อยขึ้น ทำให้ขับร่างกายขับน้ำออกมามากเช่นกัน
- ออกกำลังกาย คุณแม่ที่ตั้งครรภ์สามารถออกกำลังกายได้ แต่ห้ามหักโหม และต้องอยู่ในคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ควบคุมน้ำหนัก ตลอดการตั้งครรภ์นั้นน้ำหนักตัวของคุณแม่จะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ 10 -12 กิโลกรัม เนื่องจากความอ้วนจะนำไปสู่โรคและอาการแทรกซ้อนอย่าง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือครรภ์เป็นพิษได้
- ระวังการกินยาหรืออาหารเสริม ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลข้างเคียงกับทารกในครรภ์ได้
- พักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนให้เต็มอิ่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมงเพื่อสุขภาพที่ดีของเจ้าตัวน้อยและคุณแม่ ผ่อนคลาย ห้ามเครียด เพื่อลดภาวะความกังวลจากการตั้งครรภ์
การตั้งครรภ์ช่วงอายุที่มากขึ้นนั้นส่งผลต่อความเสี่ยงให้เกิดโรคต่าง ๆ รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนอย่างครรภ์เป็นพิษ รกเกาะต่ำ หากทราบว่าตั้งครรภ์และมีอายุเกินควรรีบเข้ารับการตรวจและขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเตรียมความพร้อมดูแลลูกน้อย
ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล,โรงพยาบาลพญาไท,โรงพยาบาลสมิติเวช
คุณแม่ตั้งครรภ์ฉีดวัคซีน mRNA สร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้บุตรได้